Klook.com

[Unseen Italy ตอนที่ 8] โหนซิปไลน์ข้ามหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี Castelmezzano – Pietrapertosa

นอกจาก Matera เมืองในเขาหินแสนมหัศจรรย์แล้ว ภูมิภาค Basilicata นี้ ยังเป็นที่อยู่ของหมู่บ้านที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี นั่นก็คือ หมู่บ้าน Castelmezzano และ Pietrapertosa ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่บนยอดเขาสองแห่ง ขับรถถึงกันได้ในเวลาประมาณ 30 นาที แต่ในครั้งนี้ เราพิเศษกว่านั้น เราจะบินข้ามหมู่บ้านไปบนซิปไลน์ ซึ่งใช้เวลาไม่กี่นาทีเท่านั้น!

Castelmezzano และ Pietrapertosa ตั้งอยู่บนยอดเขา Dolomiti Lucane หรือในภาษาอังกฤษคือ Lucanian Dolomites ซึ่งแปลตรงตัวว่า เทือกเขาโดโลไมท์แห่งดินแดนลูคาเนีย โดย ใช้คำว่า โดโลไมท์ หรือ โดโลมิตี้ เหมือนเทือกเขาชื่อดังทางตอนเหนือของอิตาลี และ ลูคาเนียซึ่งก็คือดินแดนแถบเหนือของแคว้น Basilicata ตรงที่เราอยู่นั่นเอง จากเมือง Matera เราผ่านถนนหลักมาซักพักจนเริ่มรู้สึกได้ถึงรถที่กำลังขึ้นเขา หูแอบอื้อๆ นิดนึง มองไปเริ่มมีแต่บรรยากาศของธรรมชาติสีเขียว

และแล้วเราก็มีถึง Pietrapertosa หมู่บ้านที่จะเป็นจุดสตาร์ทของการข้ามเขาด้วยซิปไลน์ของเราในวันนี้

แถวนี้หนาวเย็นกว่าด้านล่าง อย่าง Matera มากๆ เราเริ่มเห็นการสร้างบ้านที่เกาะอยู่ตามไหล่เขา มีสเน่ห์อย่างบอกไม่ถูก

หลังจากที่เดินเลาะผ่านซอกภูเขาหินมา ก็จะเจอกับภาพนี้ ภาพของหมู่บ้านที่ลดหลั่นอยู่ใน เทือกเขาหิน มองไปมองมาก็แอบคล้าย เทือกเขาโดโลมิตี้ แต่เป็นคนละอารมณ์กัน โดโลมิตี้ให้อารมณ์เมืองสกีทางเหนือ ส่วนที่นี่ให้อารมณ์หมู่บ้านอบอุ่นๆ ทางใต้ (แต่อากาศไม่อุ่นนะ ที่มานี่ต้นเดือนตุลา น่าจะประมาณสิบกว่าองศา)

เราเดินในหมู่บ้าน ซึ่งมีถนนหลักเส้นเดียว เพื่อแวะหาอาหารเช้าทาน ก่อนที่จะไปขึ้นซิปไลน์ข้ามหมู่บ้านค่ะ

เมืองเงียบสงบ วันนี้ขอทานอาหารเช้าแบบ อิตาเลียนสุดๆ นั่นก็คือ คาปูชิโน่ น้ำส้มคั้นสด และ เบเกอรี่หนึ่งชิ้นค่ะ


Il Volo dell’Angelo

มาถึงไฮไลท์ของวันค่ะ นั่นก็คือ Angel Flight (Il Volo dell’Angelo) หรือ Zip Line ข้ามหมู่บ้าน นั่นเอง ซึ่งเส้นทางข้ามหมู่บ้านนี้ จะมีความยาว 1415 เมตร ประมาณ 1.5 กิโลเอ๊งงงงง ถ้าขับรถข้าม ด้วยความคดเคี้ยวขึ้นเขา ต้องใช้เวลาครึ่งชั่วโมงเลยนะ แต่นี่เราใช้เวลาแค่ไม่ถึง 2-3 นาที (ไม่ได้นับอ่ะ แต่ตัวเราหนัก เราว่าเราเลื่อนมาเร็วอยู่)

ตอนแรกใครเห็นก็อาจจะตกใจนิดนึง เพราะมันเป็นซิปไลน์ที่ไม่ได้นั่งมานะคะ แต่เป็นแบบนอนคว่ำถ้าซุปเปอร์แมนมาจ้า แบบในรูปด้านล่างเลย ดูทางซ้าย เนี่ยกำลังบินมาเลย

สำหรับความรู้สึก จะบอกว่า ตอนที่ติดตั้งพวกตะขอเกี่ยว อุปกรณ์ต่างๆ รู้สึกปลอดภัยดีค่ะ มี safety-check แล้วเราไม่ค่อยกลัวความสูง แต่ตอนที่ขึ้นไปติดตั้งก่อนปล่อยลงเท่านั้นแหล่ะ ขาสั่นจ้าาาาา

คือจากสเตชั่นที่ปล่อย มันมองไม่เห็นอีกหมู่บ้านนะ เห็นเป็นภูเขา แล้วความสูงคือแบบ ใครเคยนั่งกระเช้าชมวิวข้ามเขา คือความสูงประมาณนั้นเลยค่ะ แล้วมันดูไม่ใกล้เล้ยยยยย พี่ที่ไปก่อนหน้าก็คือพุ่งไปเร็วมาก กรี๊ดไม่หยุด

แต่ถึงตรงนั้น ก็คือถอยหลังไม่ได้ค่ะ ต้องไปต่อ เรากรี้ดแค่ตอนปล่อยตัว หลังจากนั้นนะ ชมวิว ปล่อยลมโชยตีหน้า โคตรสบายเลยค่ะ ไม่อยากให้หยุดเลย คือวิวสวยมาก แล้วเหมือนเราได้โบยบิยข้ามเขาจริงๆ เป็นประสบการณ์ที่ดีมากกกกกกกก

มันจะมีช่วงที่เป็นภูเขาเขียวๆ แล้วเห็นถนนหนทางคดเคี้ยว มันสูงมากๆ เลยนะคะ แต่มันเป็นมุมมองที่เราจะเห็นได้จากโดรนเท่านั้น พอมาสัมผัสเอง โดยไม่ได้มีกระจกหรืออะไรกั้น มันเป็นความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยค่ะ คุ้มค่าตั๋วราคา 35 Euro บอกเลย (ราคา 42 Euro ในวันเสาร์-อาทิตย์)

ตอนนี้เค้าห้ามถ่ายรูปนะคะ เพื่อความปลอดภัย แต่เค้ามีบริการถ่ายให้ค่ะ ส่วนวิวที่เราเห็นก็จะสวยประมาณนี้

อ่านรายละเอียดและซื้อตั๋วได้ที่ >> http://www.volodellangelo.com/index_eng.asp

และแล้วเราก็มาถึง Castelmezzano แบบบินมาค่ะ! หมู่บ้านนี้สวยมากเลย


Castelmezzano

นี่เค้าต้องมีกระเบื้องฝังเลยนะ ว่าเป็น I Borghi piu Belli d’Italia ซึ่งแปลว่า บรรดาหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี ไปเปิดดูในเว็ปได้ มีหมู่บ้านสวยๆ ที่เราไม่เคยได้ยินชื่อเยอะแยะเลยค่ะ

หลักๆ ก็เดินลัดเลาะหมู่บ้าน เพื่อขึ้นไปชมวิวบนยอดเขาหินได้นะคะ สวยมากเลยทีเดียว

จะบอกว่า ถ้ามาถึงแคว้น Basilicata ห้ามพลาดเด็ดขาด! Crusco Pepper หรือ ภาษาอิตาเลียนเรียกว่า Peperoni Cruschi มันคือพริกตากแห้งจนกรอบ อร่อย เคี้ยวมัน ทานเรื่อยๆ แบบชิปส์ได้ เราทานหมดไปหลายห่อ หยุดไม่ได้ หาซื้อที่อื่นในอิตาลียาก เราส่งรูปไปให้เพื่อนสนิทของอิตาเลียนจากทางเหนือดู นางรู้จักแต่ไม่เคยกิน เพราะไม่เคยมาทางใต้ขนาดนี้!

อันนี้แอบส่องบ้านที่เค้าทำแบบโฮมเมดค่ะ

เราแวะทานอาหารเที่ยงง่ายๆ ที่ร้าน Peperusko ร้านนั่งสบายๆ มีของฝากที่เป็นของโลคอลขายเพียบ

หลังจากนั้น เราก็ตีรถกลับโรม ใช้เวลานานมาก นั่งรถจนเหนื่อย อยากแนะนำให้แวะกลับไปที่ Naples ก่อน จะไม่เหนื่อยมากค่ะ


หวังว่า เพื่อนๆ จะได้ไอเดียที่เที่ยวในอิตาลี ที่แตกต่างออกไป จริงๆ อิตาลี ที่เห็นว่านักท่องเที่ยวจากไทยไปเยอะมากๆ เนี่ย ยังมีที่ Unseen อีกเยอะเลยค่ะ อย่างที่แคว้นทัสคานี ที่เราไปเรียน ก็จะมีภูเขาหินอ่อน เพราะหินอ่อนมันคือการตัดภูเขาออกมาเป็นก้อนเลยนะคะ และหินอ่อนที่ศิลปินทั่วประเทศรวมถึงมิเคลันเจโลเลือกใช้ ก็ต้องมาจากเมือง Carrara เท่านั้น ที่เหมืองหินอ่อนนี่น่าทึ่งมากๆ หากใครสงสัยเรื่องการเดินทางตรงไหน inbox มาที่เพจได้เลยนะคะ 🙂


สามารถอ่านรีวิวการท่องเที่ยว Unseen Italy ทั้งหมด 8 ตอน ได้ที่

[Unseen Italy ตอนที่ 1] เที่ยว ทิโวลี (Tivoli) เมืองสวยใกล้โรม อีกหนึ่งมรดกโลกสำคัญของอิตาลี

[Unseen Italy ตอนที่ 2] เที่ยว Naples-Pompeii ทำพิซซ่าถึงเมืองบ้านเกิด ดินแดนประวัติศาสตร์ จิบไวน์ภูเขาไฟ

[Unseen Italy ตอนที่ 3] เที่ยว Caserta พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และ Outlet ใกล้ Naples

[Unseen Italy ตอนที่ 4] เที่ยว Alberobello หมู่บ้านแสนน่ารัก ในแคว้นตรงส้นรองเท้าบู้ท Puglia

[Unseen Italy ตอนที่ 5] เที่ยว Lecce เมืองศิลปะ Italian Baroque แสนอลังการ และ Gallipoli เมืองท่าย้อนยุค ทางตอนใต้ของอิตาลี

[Unseen Italy ตอนที่ 6] เที่ยว Ostuni เมืองสีขาวบนชายฝั่งอิตาลีตอนใต้ และ ที่พักแบบ Masseria

[Unseen Italy ตอนที่ 7] มหัศจรรย์ “Matera” เมืองถ้ำหินเขาวงกต มรดกโลกจากอิตาลี ที่ต้องมาสัมผัสซักครั้ง

[Unseen Italy ตอนที่ 8] โหนซิปไลน์ข้ามหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี Castelmezzano – Pietrapertosa

อ่านรีวิวการบินไทย บินตรง กทม. – โรม  Click Here

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ อย่าลืมติดตามไอจี @eatchillwander ขอบคุณมากๆ ค่า




ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: