Klook.com

[Unseen Italy ตอนที่ 6] เที่ยว Ostuni เมืองสีขาวบนชายฝั่งอิตาลีตอนใต้ และ ที่พักแบบ Masseria

นอกจาก Alberobello, Lecce และ Gallipoli แล้วที่เราไปกันมาในตอนที่แล้ว เรายังมีอีกหนึ่งเมืองในภูมิภาค Puglia ที่ขอแนะนำว่าห้ามพลาดเป็นอย่างยิ่ง ที่นี่คือ “Ostuni” เมืองสีขาวบนเนินเขาที่มีอยู่ไม่ไกลจากชายทะเล มองจากนอกเมือง ก็รู้สึกน่าค้นหา พอได้มาเดินหลงอยู่ในเขาวงกตเมืองสีขาวนี้ ยิ่งหลงรักเข้าไปใหญ่

ในตอนนี้ นอกจากเราจะพาไปเมือง Ostuni แล้ว เรายังจะพาไปชมที่พักแบบ Masseria ซึ่งเป็นที่พักแบบที่ขึ้นชื่อมากๆ ในแคว้น Puglia โดยมีหลากหลายสไตล์ ตั้งแต่ฟาร์มเฮ้าส์ ไปจนถึงคฤหาสน์ ส่วนใหญ่มากมีไร่และสวนอยู่ในบริเวณ เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด หากมาถึงภูมิภาคนี้แล้ว

สำหรับวิธีการเดินทางมายังแคว้น Puglia สามารถย้อนกลับไปอ่านได้ใน Unseen Italy Ep. 4 คลิ๊กที่นี่ได้เลยนะคะ


Lost in Ostuni

หลังจากนั่งรถมาซักพัก เราก็มองไปเห็นเมืองสีขาวเด่นเป็นสง่าอยู่ไกลๆ Ostuni เป็นเมืองที่เรามองเห็นตั้งแต่ยังนั่งรถไปไม่ถึง เมืองสีขาวที่ดูสลับซับซ้อนอยู่สูงขึ้นมาบนเนิน และมีฉากหลังเป็นทะเลอยู่ลิบๆ เราดูจะชอบเมืองนี้ตั้งแต่ยังไปไม่ถึงซะแล้ว

เนื่องจากเรามีเวลาอยู่ที่นี่ ไม่กี่ชั่วโมง เราจึงเริ่มการสำรวจเมือง Ostuni กันที่ Tourist Office ค่ะ เป็นวิธีที่เราทำเสมอ หากไม่มีเวลาเดินหลง ปล่อยตัวเดินไปตามใจ พอบอกเวลาที่มี เจ้าหน้าที่ที่ Tourist Office เค้าก็แนะนำ เอาแผนที่มาวาดให้เราดูเลยว่าควรไปไหนบ้าง ในเวลาเท่านี้ ซึ่งศูนย์ให้ข้อมูลท่องเที่ยวแห่งนี้ จะอยู่ที่จัตุรัสหลักที่ชื่อว่า Piazza Della Liberta ที่เราเชื่อว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยค่ะ

เสน่ห์ของเมือง Ostuni คือการเป็นเมืองเขาวงกต อยู่บนเนินเขา มีขั้นบันได ซอกซอย ทางแคบๆ สลับซับซ้อนไป เต็มไปด้วยซุ้มโค้ง และ อาคารที่สร้างลดหลั่นกันไปอย่างไม่มีแบบแผน ไม่มีผังเมือง แต่นั่นทำให้ที่นี่มีเอกลักษณ์ที่น่าค้นหามาก

เราเริ่มกันที่จัตุรัส Piazza Della Liberta เป็นจัตุรัสหลักของเมืองนี้ เป็นที่ตั้งของศาลากลาง บริเวณรอบๆ มีคาเฟ่ ร้านอาหาร บาร์มากมายเลยค่ะ ถือว่าคึกคักเลยทีเดียว

ด้านหน้าคือศาลากลางที่บอก ส่วนข้างๆ เป็นโบถส์ Parrocchia San Francesco d’Assisi

จากตรงนี้ไปจะเริ่มเดินกันแบบปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับเมืองนี้แล้วนะคะ คือถ้าถามว่ามาเมืองนี้ต้องทำอะไร เราขอตอบแบบ Eat Chill Wander เลยว่า มาเพื่อ Eat, Chill, and Wander ค่ะ! มานั่งชิลล์ ดื่มด่ำไปกับร้านอาหาร คาเฟ่ และ เดินเล่นไปเรื่อยๆ ไม่ต้องรีบ เราชอบมาก

เราเดินเลาะมาทางถนนคนเดินชื่อ Via Cattedrale เป็นทางที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เดินมาแหล่ะ และเราก็จะเริ่มได้เห็นบรรยากาศของอาคารสลับซับซ้อนที่เราพูดถึงตอนต้นแล้วค่ะ

ด้านล่างนี้เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของเมือง Arco Scoppa เป็นสะพานเชื่อมตึกจากที่อยู่ของบิชอป มายังโบถส์ที่อยู่ทางซ้ายค่ะ ถ้าเดินย้อนกลับไปก็จะเห็นหน้าโบถส์

เราเดินมาทาง Via Brancasi จะเห็นวิวพาโนราม่าของไปถึงทะเลเลยค่ะ ประตูด้านล่างนี้คนชอบมาถ่ายรูปกัน

จากนั้นเราก็เดินหลงๆ เลาะๆ มาเรื่อยๆ จากตรงนี้คือไม่มีทิศทางแล้วค่ะ รู้แค่ว่าเดินลงไปถนนใหญ่ แล้วมันจะเดินย้อนกลับมาที่จัตุรัสหลักในตอนแรกได้เอง

เมื่อมาถึงจัตุรัส Piazza della Liberta ให้เดินมาตามถนนใหญ่ที่ชื่อ Corso Vittorio Emanuele มาตรงร้านอาหารที่ชื่อ Dish ก็จะมองกลับไปเห็นวิวพาโนราม่าของเมือง Ostuni ค่ะ

ยอดโบถส์สูงๆ ที่เห็นตรงกลางในรูป คือเราเดินผ่านมาเรียบร้อยแล้วนะคะ ตอนเดินมันเพลินมาก เวลาผ่านไปไม่รู้เรื่องเลย พอมองจากมุมนี้แล้วรู้สึกไกลจัง

หากใครมาถึงแคว้น Puglia (ปูเลีย) เราว่าห้ามพลาดเมืองนี้นะคะ


Dinner at Masseria Montenapoleone

อย่างที่กล่าวไปตอนต้น Masseria คือ พวกฟาร์มเฮ้าส์ ปราสาท คฤหาสน์ แบบดั้งเดิม ในแคว้น Puglia ซึ่งทุกวันนี้ ได้นำมาเป็นที่พัก โดย Masseria แต่ละที่ก็จะมีดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป และทำให้เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ห้ามพลาด เมื่อมาถึงที่นี่

ในทริปนี้ เรามีโอกาสได้มา Masseria สองแห่งค่ะ ที่แรกนี้เรามาทานอาหารเย็น ส่วนอีกที่เราไปพักค่ะ

สำหรับที่แรกชื่อว่า Masseria Montenapoleone อยู่ห่างจาก Ostuni ประมาณ 15 นาที ที่มีทั้งห้องอาหาร ที่พัก ห้องน่ารักมากกกกก สระว่ายน้ำ สวน น่ารักไปหมด เราชอบมากๆ อยากมีเวลามาพักเลย ไปดูรูปได้ที่ >> Booking.com (หรือ ดูในเว็ปไซต์ของโรงแรมก็ได้ แต่เราหาภาษาอังกฤษไม่เจอ >> Website

ที่นี่จะเป็นบรรยากาศสไตล์ฟาร์มเฮ้าส์ แบบบ้านไร่ยุโรปๆ สามารถจัดดินเนอร์โต๊ะยาว กลางไร่ไวน์ บรรยากาศดีมาก

เจอเมล่อนแบบนี้อีกแล้ว ที่พูดถึงในตอนที่แล้ว 🙂

ครั้งนี้เรามาทานอาหารกันที่ห้องอาหารหลักค่ะ ชื่อ La Falegnamaria เป็น Restaurant and Bar บาร์ที่นี่ก็ของครบมากนะคะ ประทับใจ

วันนี้เราจะได้ทาน พาสต้าเส้นสด แน่นอนว่าต้องมีพาสต้าขึ้นชื่อของ Puglia ที่ชื่อว่า Orecchiette แปลตรงตัวว่า หู+เล็ก เพราะมันคงเหมือนรูปหูอันเล็กๆ มั้งคะ

Orecchiette ของแท้ต้องทำด้วย Durum Wheat (เป็นข้าวสาลีชนิดนึง ขอโควตคำพูดตัวเองในตอนที่แล้วมาแปะอีกครั้ง คือ ข้าวสาลีแต่ละอันมันก็มีรสเฉพาะใช่มั้ยคะ ไม่ว่าจะเป็น บาร์เล่ ราย โอ้ต อย่าง Durum มันก็จะมีรสเฉพาะ จะมีเทกเจอร์หยาบๆ แต่รู้สึกได้ถึงความสด) เค้าก็มาทำให้เราชมกันสดๆ เลยค่ะ

ถัดมาเป็นการทำเส้นพาสต้า โดยใช้เครื่องมือที่เรียกว่า “กีต้าร์” สังเกตในรูปดีๆ มันจะมีสายเหล็กขึงไว้เหมือนกีต้าร์ แล้วพอนวดแป้งเสร็จ ก็จะเอาแป้งไปกลิ้งบนนั้น ตัดออกมาเป็นเส้นๆ ค่ะ

และนี่คืออาหารในค่ำคืนนี้ค่ะ

แฮปปี้มากๆ ถ้ามีโอกาสจะกลับมาพักแน่ๆ ค่ะ


Stay at Masseria Salamina

สำหรับ Masseria ที่เรามาพัก มาในรูปแบบของปราสาทเลยจ้าาา แต่ไม่เหมือนกับปราสาทในฝรั่งเศสที่เราเคยไปพักนะ ความแตกต่างคือ ที่นี่ ภายในห้องนอนจะเป็นแบบโมเดิร์นแล้ว แต่อาคารที่เป็นตัวปราสาทกับพื้นที่ส่วนกลางจะยังถูกอนุรักษ์ไว้เหมือนเดิม

ที่นี่ชื่อ Masseria Salamina อยู่ไม่ไกลจากเมือง Ostuni ใครเช่ารถก็สะดวกเลยค่ะ ที่นี่ก็ได้ฟีลเจ้าหญิงนะ ราคาก็ไม่แรง ไปเช็คราคาและจองได้ >> คลิ๊กที่นี่

บรรยากาศรอบๆ แกรนด์มากกกก

ตอนกลางคืนบรรยากาศดี

ในห้องกว้างมากกก ห้องเราเป็นห้องแบบ Duplex เตียงนอนจะอยู่ชั้นบน ห้องน้ำ ครัว ตู้เสื้อผ้าและสิ่งอำนวยความสะดวกครบและโมเดิร์นค่ะ

ส่วนกลางเค้ายังคงความวินเทจไว้ เราชอบนะ มีรายละเอียดที่ตกแต่งสวยหลายจุดเลย

มีสระว่ายน้ำด้วยนะคะ

อาหารเช้า แฮปปี้กับชีสสด และเบเกอรี่มาก


หลังจากนั้นเราก็มุ่งหน้าสู่ Matera ซึ่งตอนนี้เป็นเมืองที่ฮิตมากๆ ในหมู่นักท่องเที่ยวชาวยุโรปและชาวอิตาเลียนเอง ด้วยความน่าทึ่งของการค้นพบ บ้านถ้ำกว่า 1000 แห่งที่เป็นเขาวงกตอยู่ใจกลางเมือง ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองซักครั้ง


สามารถอ่านรีวิวการท่องเที่ยว Unseen Italy ทั้งหมด 8 ตอน ได้ที่

[Unseen Italy ตอนที่ 1] เที่ยว ทิโวลี (Tivoli) เมืองสวยใกล้โรม อีกหนึ่งมรดกโลกสำคัญของอิตาลี

[Unseen Italy ตอนที่ 2] เที่ยว Naples-Pompeii ทำพิซซ่าถึงเมืองบ้านเกิด ดินแดนประวัติศาสตร์ จิบไวน์ภูเขาไฟ

[Unseen Italy ตอนที่ 3] เที่ยว Caserta พระราชวังที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป และ Outlet ใกล้ Naples

[Unseen Italy ตอนที่ 4] เที่ยว Alberobello หมู่บ้านแสนน่ารัก ในแคว้นตรงส้นรองเท้าบู้ท Puglia

[Unseen Italy ตอนที่ 5] เที่ยว Lecce เมืองศิลปะ Italian Baroque แสนอลังการ และ Gallipoli เมืองท่าย้อนยุค ทางตอนใต้ของอิตาลี

[Unseen Italy ตอนที่ 6] เที่ยว Ostuni เมืองสีขาวบนชายฝั่งอิตาลีตอนใต้ และ ที่พักแบบ Masseria

[Unseen Italy ตอนที่ 7] มหัศจรรย์ “Matera” เมืองถ้ำหินเขาวงกต มรดกโลกจากอิตาลี ที่ต้องมาสัมผัสซักครั้ง

[Unseen Italy ตอนที่ 8] โหนซิปไลน์ข้ามหมู่บ้านที่สวยที่สุดในอิตาลี Castelmezzano – Pietrapertosa

อ่านรีวิวการบินไทย บินตรง กทม. – โรม  Click Here

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ อย่าลืมติดตามไอจี @eatchillwander ขอบคุณมากๆ ค่า




ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: