[รีวิว] การบินไทย Business Class โดย Airbus A350-900 เส้นทาง กรุงเทพ-โรม [Thai Airways Royal Silk Class Review]

“การบินไทย สบายต่างกัน”
ตั้งแต่การบินไทย เริ่มโปรโมทด้วยวลีนี้ เราเป็นหนึ่งคนที่รู้สึกว่าคำนี้ มันจริงสำหรับเรานะ ยอมรับว่าเคยแอบนอกใจไปกับสายการบินอื่น แต่ถ้าหากที่ไหนที่มีเส้นทางบินตรงของการบินไทยแล้วล่ะก็ สายการบินประจำชาติของเรา สบายต่างกันจริงๆ ค่ะ โดยเฉพาะครั้งนี้ที่เรามีโอกาส เดินทาง ชั้นธุรกิจ Business Class หรือที่เรียกว่า Royal Silk Class ของการบินไทย ไปยัง กรุงโรม ประเทศอิตาลี ซึ่งสบายตั้งแต่ขั้นตอนการเช็คอินในสนามบินสุวรรณภูมิกันเลยทีเดียว

จริงๆ เวลาเดินทางไปยุโรป การนอนหลับสนิทๆ แล้วตื่นมาเที่ยวต่อได้เลยตอนเช้า นี่สบายมากเลยนะคะ เส้นทางบินที่จะต้องตื่นกลางดึกเพื่อเปลี่ยนเครื่องตอนที่ร่างกายกำลังจะหลับลึก เราจะรู้สึกถึงอาการปวดหัวและ jet-lag มากกว่าปกติ ส่วนตัวเลยมักจะเลือกไฟลท์ที่บินตรงไว้ก่อน โดยการบินไทยมีเส้นทางบินจาก กรุงเทพฯ สุวรรณภูมิ ไปยัง 13 เมืองในยุโรป ได้แก่ บรัสเซล, โคเปนเฮเกน, แฟรงค์เฟิร์ต, ลอนดอน, มิลาน, มอสโคว์, มิวนิค, ออสโล, ปารีส, โรม, สต๊อกโฮล์ม, เวียนนา และ ซูริค ค่ะ ซึ่งในหลายๆ รูทมีสายการบินประจำชาติของยุโรปที่บินตรง ตรงนี้อาจจะต้องลองชั่งน้ำหนักเรื่องราคา เวลาบิน และ ค่ายสะสมไมล์ ดูนะคะ

สำหรับเที่ยวบินที่เราบินในวันนี้ ใช้เป็นเครื่องบินรุ่น Airbus A350-900 นะคะ ซึ่งการบินไทยมีเครื่องบินรุ่นนี้อยู่ 12 ลำ ที่เกริ่นให้ฟังก่อน เนื่องจากว่า เครื่องบินรุ่น Airbus A350 รวมไปถึง Boeing 777-300ER ซึ่งการบินไทยใช้บินรูทยุโรปสลับกับรุ่นอื่นๆ เป็น 2 รุ่นที่ไม่มีบริการ เฟิร์สคลาส (Royal First Class) แต่ที่จะบอกคือ นอกจากการเสิร์ฟแชมเปญจ์ Dom Perignon กับคาเวียร์แล้ว ที่นั่งชั้นธุรกิจบนเครื่องบิน 2 รุ่นนี้ นอนหลับสบายไม่แพ้ เฟิร์สคลาสเลยค่ะ

ตามมาชมรีวิวกันเลยค่ะ


Check-in

เริ่มจากการเช็คอินแสนสะดวก เพราะ Row A ทั้งหมดเป็นของเราค่ะ แม้ว่าจะมีไฟลท์ออกเวลาใกล้ๆ กันเยอะขนาดไหน ก็ไม่เคยต้องรอคิวเช็คอินเลยค่ะ นอกจากจะมีเคาเตอร์เช็คอินที่ให้บริการเป็นพิเศษแล้ว การสแกนกระเป๋า และ ผ่านตม. ยังมีเคาเตอร์เฉพาะเป็นของผู้โดยสาร Business Class อยู่ปลายแถว A ด้วยค่ะ สะดวกรวดเร็วมากๆ เรียกว่า เท้าแตะสนามบินปุ๊ป อีกไม่กี่นาทีก็นั่งอยู่ในเล้าจ์ได้แล้ว

ทางเจ้าหน้าที่ที่เคาเตอร์เช็คอิน ก็จะมีการติดแท็กสีส้ม ซึ่งเป็นแท็ก Priority ไว้ที่กระเป๋า ทำให้เราได้รับกระเป๋าเป็นล๊อตแรกเมื่อเดินทางถึงที่หมายค่ะ


Royal Orchid Lounge

ทางการบินไทยของเรา มีเล้าจ์ให้เลือกนั่งทั้งสองฝั่งของสนามบินเลยค่ะ ส่วนตัวถ้าเล้าจ์แรกที่เช็คอินลงมาแล้วเจอเลย คนเยอะ เราก็จะเดินไปทางเล้าจ์ที่ใกล้เกทขึ้นเครื่อง เพราะคนอาจจะน้อยกว่าค่ะ (หรือจะใช้เล้าจ์ของสายการบินอื่นในเครือ Star Alliance ก็ใช้ได้เช่นกันนะคะ)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าจะใช้บริการนวดฟรี 30 นาที ที่ Royal Orchid Spa ให้เดินทะลุเล้าจ์ D ไปค่ะ

เล้าจ์การบินไทยก็จัดเต็มนะคะ ทั้งเครื่องดื่มซอฟท์ดริ๊งค์ เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ อาหารร้อน อาหารว่าง มีห้องอาบน้ำ นิตยสาร มีปริ้นเตอร์ด้วย อันนี้เผื่อลืมปริ้นท์อะไรมา ฮ่าๆๆ เอาเป็นว่า นั่งได้ยาวๆ จนถึงเวลาเรียกขึ้นเครื่องเลยค่ะ


Seating |การจัดที่นั่ง

สำหรับการจัดที่นั่ง Royal Silk Class บนเครื่องบินรุ่น Airbus A350-900 ของการบินไทยนั้น เป็นการจัดแบบ 1-2-1 โดยมีที่นั่งอยู่ 4 แบบคร่าวๆ ซึ่งแต่ละที่นั่งจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ตามความชอบส่วนตัวของผู้โดยสารแต่ละท่าน ซึ่งเราจะมองเห็นรูปแบบที่นั่งได้ตอนที่เรากดเลือกที่นั่งในการ Manage booking เลยค่ะ

รูปแบบของที่นั่งจะมีประมาณนี้ค่ะ (ในผังที่นั่งจะเห็นสีเทาๆ ข้างที่นั่ง อันนั้นคือโต๊ะวางของค่ะ)

1. ริมหน้าต่างแบบที่วางของอยู่ติดหน้าต่าง : ข้อดีคือ ลุกเข้าออกง่ายกว่าแม้จะปูที่นอนไปแล้วหรือมีถาดอาหารอยู่ แล้วพวกของมีค่าจุกจิกที่เราวางไว้บนโต๊ะ ก็จะไม่อยู่ติดริมทางเดิน อาจจะสบายใจกว่า แต่ข้อเสียคือ ตัวเรานั่งหรือนอนติดริมทางเดินเลยค่ะ อย่างส่วนตัวนัทเป็นคนชอบนั่งริมหน้าต่างข้างใน ก็จะรู้สึกไม่ค่อยเป็นส่วนตัว อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้เดินทางคนเดียว แล้วอยากใกล้ชิดกับคนที่ไปด้วยกัน ก็ไม่แนะนำนะคะ เพราะที่นั่งมันจะเหลื่อมๆ กับ แถวอื่น จะคุยกันไม่ได้ค่ะ

2. ริมหน้าต่างแบบที่วางของอยู่ริมทางเดิน : ข้อดีคือ เป็นส่วนตัวมากๆ นอนกลิ้งไปกลิ้งมาได้แบบไม่กลัวใครเห็น แต่อาจจะเดินออกไปยากนิดนึงเวลาปูที่นอนไปแล้วแต่มีถาดอาหารข้างอยู่ ถ้าเดินทางคนเดียวเราชอบแบบนี้มากกว่าค่ะ แต่อาจจะมีรู้สึกไม่ปลอดภัยเวลาวางของมีค่าไว้บนโต๊ะริมทางเดินค่ะ อ่อ ถ้ามีคนเดินทางด้วยกัน ที่นั่งนี้ จะคุยกับคนอื่นไม่ค่อยได้นะคะ

3. คู่กลางแบบมีที่วางของกั้นตรงกลาง : น่าจะเหมาะกับเวลามีคนเดินทางด้วย แต่ไม่สนิทนะคะ เพราะยังมีโต๊ะวางของกั้นตรงกลางเลย หรือ ถ้าเดินทางคนเดียว แล้วไม่ชอบนั่งริมหน้าต่าง ก็โอเคค่ะ ข้อดีข้อเสีย คล้ายๆ กับ แบบแรกค่ะ

4. คู่กลางแบบชิดกัน ที่วางของอยู่ริมทางเดิน : อันนี้เหมาะกับคู่รักหรือครอบครัวเลยล่ะค่ะ เพราะเป็นที่นั่งแบบเดียว ที่นั่งติดกันเลย ส่วนข้อดีข้อเสีย ก็จะคล้ายๆ กับ แบบที่สองนะคะ

แบบในรูปด้านล่างคือ แบบริมหน้าต่างที่มีโต๊ะวางของอยู่ริมทางเดินค่ะ

ทุกที่นั่งจะยืดขาได้สุดๆ แล้วก็ปรับเป็นที่นอนราบได้เลยค่ะ สังเกตุว่า เวลานอน จะมีโต๊ะบังเรากับทางเดินอยู่ อันนี้เป็นเหตุผลที่บอกว่า รู้สึกส่วนตัวกว่าค่ะ

แต่ละแถวจะเยื้องๆ กันนิดนึง เพื่อความเป็นส่วนตัวค่ะ เพราะฉะนั้น ถ้ามีคนเดินทางด้วย ก็แนะนำคู่ตรงกลางนะคะ


Meals | อาหาร

มาพูดถึงอาหารและเครื่องดื่มบนเที่ยวบินนี้กันบ้างค่ะ

สำหรับ เส้นทางบิน กรุงเทพ – โรม ใช้เวลาในการบิน 11 ชั่วโมง 30 นาที และ ขากลับ จากโรม – กรุงเทพ ระยะเวลาบิน 10 ชั่วโมง 50 นาที ซึ่งทั้งขาไปและกลับ จะมีแพทเทิร์นในการเสิร์ฟเหมือนกันค่ะ โดยเสิร์ฟอาหารสองมื้อ มื้อแรกหลังจากเทคออฟ และ อีกมื้อจะเป็นอาหารเช้าก่อนเครื่องลงค่ะ

พี่ๆ ลูกเรือจะเข้ามาแนะนำตัว เสิร์ฟเวลคัมดริงค์ตามที่เราเลือก จากนั้นจึงจะมาถามว่าเราเลือกออปชั่นอาหารอะไรบ้าง ตอนเช้าจะให้ปลุกมาทานอาหารเช้ามั้ย

ลูกเรือหนึ่งท่าน จะดูแลเป็นโซนค่ะ ดูแลผู้โดยสารไม่เยอะมาก ทำให้พี่ๆ ลูกเรือ เร็วกันมาก เรียกว่า ขออะไรเค้าก็จะพร้อมตลอดเลยค่ะ แต่ก็เคยมีบ้างบางไฟลท์ (1 ใน 10) ที่เหมือนพี่ลูกเรือต้องไปช่วยแก้ปัญหาทั้งข้างหน้าข้างหลัง ก็อาจจะมีที่ช้าๆ บ้าง แต่ไม่เคยไม่ครบถ้วนนะคะ

เครื่องดื่มเวลคัมดริงค์ จะเสิร์ฟแชมเปญจ์ Veuve Clicquot ค่ะ หรือจะเลือกเป็นชามะขามก็ได้ เราชอบมากๆ สั่งทั้งคืน ส่วนเครื่องดื่มอื่นๆ ดูในเมนูได้เลยนะคะ สั่งก่อนขึ้นเครื่องได้ค่ะ แต่ตอนที่เครื่องเทคออฟจะต้องเก็บแก้วเพื่อความปลอดภัยค่ะ

อาหารมื้อแรกของเรามาแล้วค่ะ ออปชั่นอาหารจะมีแบบตะวันตก และ แบบไทย ซึ่งทั้งสองแบบจะเสิร์ฟเป็นคอร์สนะคะ ส่วนใหญ่เวลาบินออกจากประเทศไทยไม่ว่ากับสายการบินไหน นัทจะเลือกอาหารไทยหรืออาหารเอเชียไว้ก่อน ส่วนขากลับก็อารมณ์ว่าคิดถึงอาหารไทย ในรีวิวนี้เลยเป็นรีวิวอาหารไทยทั้งขาไปขากลับเลย

(จริงๆ เมนูที่ชอบที่สุดคือ มาม่าต้มยำหมูสับทรงเครื่องค่ะ ชอบสั่งตอนขากลับเพราะเป็นขาที่นอนไม่ค่อยหลับ และมาม่ามันมีความเป็นคอมฟอร์ทฟู้ดอยู่ เพราะเราไปยุโรปทีหลายอาทิตย์ ก็ไม่กินอาหารไทยเลยซักวัน)

สำหรับเครื่องดื่มจะมีทั้งไวน์ขาว ไวน์แดง ค๊อกเทล ม๊อกเทล ซอฟท์ดริ้งต่างๆ ชากาแฟ เราชอบ อัญชัญมะนาวกับน้ำมะขามเนี่ยแหล่ะค่ะ

เริ่มจาก Starter ค่ะ ของทานเล่นเรียกน้ำย่อย แซลมอนในจานทำมาได้ดีเลย คอร์สนี้เท่าที่เคยนั่ง Royal Silk มาบางทีก็ดีมาก ชอบมาก บางทีก็เฉยๆ แต่ทีเด็ดของคอร์สนี้คือ ขนมปังกระเทียมนะคะ อย่าลืมขอเค้า

ตามด้วยสำรับไทยค่ะ ประกอบไปด้วยมัสหมั่นเนื้อ ต้มข่าไก่ ปูจ๋า และ ผัดมะเขือม่วง รสชาติดีเลยค่ะ ต้มข่ากะทิเข้มข้นมาก ขาไปขนาดเป็นมื้อดึกและอิ่มอยู่แล้ว ยังยัดไปเยอะมาก เพราะรู้สึกว่ามันอร่อย ส่วนขากลับนี่แฮปปี้มากเลยค่ะ หลังจากกินอาหารอิตาเลียนล้วนๆ มาสิบวัน

หลังจาก main course จะตามด้วย ชีสนะคะ จากนั้นจึงตามด้วยขนมหวานค่ะ

อันนี้เป็นภาพอาหารทั้ง 4 คอร์สของอีกขาค่ะ

ส่วนด้านล่างนี่เป็นอาหารเช้าของขาไป และ ขากลับค่ะ จริงๆ มีออปชั่นเป็นข้าวต้มด้วยนะคะ แต่เราชอบกินออมเล็ทครัวไทย

นอกจากสองมื้อนี้แล้ว เค้าจะมีเมนูอาหารว่าง ซึ่งสามารถขอได้ตลอดไฟลท์เลยค่ะ ขาไปเราเจอสุกี้น้ำ ส่วนขากลับเป็นมาม่าต้มยำหมูสับใส่ไข่ เราสั่งมากินด้วย ฟินอยู่นะคะ มันคอมฟอร์ทฟู้ดอ่ะ รู้สึกอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน


In-flight entertainment and Amenity | การบริการบนเที่ยวบิน

นอกจากที่นั่งที่ยืดขาได้ยาวสุดๆ และ สามารถปรับนอนราบได้แล้ว เครื่องบินรุ่น Airbus A350 ของการบินไทย มาพร้อมสิ่งอำนวยสะดวก ดังต่อไปนี้ค่ะ

ช่องเก็บของเล็กๆ ด้านข้าง สามารถใส่กระเป๋าเล็กๆ ได้

ช่องเสียบ USB สำหรับชาร์จแบต 2 ช่อง

ช่องเสียบปลั๊กไฟ และ เสียบหูฟัง

นิตยสาร Sawasdee

**เคยเจอลำที่ไม่มีที่ใส่นิตยสาร และ ไม่มี Wifi รวมถึงปุ่มปรับที่นั่งกับรีโมทยังเป็นรุ่นเดิมอยู่เช่นกันค่ะ ก็ไม่เร็วเท่ารุ่นใหม่แต่ก็ใช้งานได้ปกติค่ะ**

การปรับที่นั่งจะใช้ระบบนี้ค่ะ ปุ่ม สามารถเลื่อนได้หลายทิศทางและระดับ เหมือนจะมีปุ่มนวดด้วยแต่ไม่ค่อยรู้สึก และ เปิดปิดไฟได้หลายระดับเช่นกันค่ะ

ตัว In-flight Entertainment สามารถควบคุมได้จากรีโมทอันนี้ มีปุ่มเรียกลูกเรืออยู่ด้วยนะคะ

จอเป็นทัชสกรีนค่ะ ตอบสนองเร็วดี ไม่ต้องเอานิ้วจิกแรงๆ จนคนข้างหน้าตกใจนะคะ

หนังค่อนข้างโอเคเลยนะคะ มีหลายเรื่องที่อยากดูในช่วงปีที่ผ่านมาแล้วยังไม่มีเวลาดู ส่วนคอลเลคชั่นหนังคลาสสิกๆ ก็ใช้ได้

ที่เราชอบมากๆ คือหูฟังค่ะ หูฟังตัดเสียงรบกวนภายนอกออกหมด คือดูหนังนี่ได้ยินชัดมากแบบไม่ต้องเปิดซับไตเติลเลยค่ะ

กระเป๋า Amenity Kit ค่ะ ขาไปและขากลับ เราได้กระเป๋าคนละยี่ห้อนะคะ ส่วนของข้างในเป็นรายการเดียวกัน ได้แก่ ครีมทามือ ลิปมัน แปรงฟันยาสีฟัน น้ำยาบ้วนปาก และ หวีค่ะ

เราจะได้รับ ไวไฟ ฟรี 20MB ด้วยค่ะ มันจะพอสำหรับส่งข้อความนิดหน่อย ไถโซเชียลมีเดียซัก 2-3 ครั้ง ส่วนใหญ่เราจะใช้เมสเสจที่บ้านช่วงเวลาเช้าของไทยค่ะ หรือใช้เมสเสจไปบอกก่อนเครื่องลงค่ะ

ห้องน้ำของ Business Class จำนวนเพียงพอต่อการให้บริการมากๆ ค่ะ แทบไม่เคยต้องรอเลย สะอาด จัดกระดาษทิชชู่เหมือนใหม่ตลอดเลยค่ะ ห้องน้ำขนาดปกติค่ะ


Alitalia – Rome Airport Lounge

อันนี้แถม พามาดูเล้าจ์ สำหรับ Business Class สายการบินในเครือ Star Alliance ที่สนามบิน Rome – Fiumicino Airport กันบ้างค่ะ โดยที่นี่จะเป็นเล้าจ์จากสายการบิน Alitalia สายการบินประจำชาติอิตาลีค่ะ

อยู่หลบมุมนิดนึง แต่ใกล้เกท เล้าจ์เพิ่งทำใหม่เลยกว้างขวางมากค่ะ

มีพิซซ่า กับ พาสต้า ที่ทำสดๆ ด้วย ดีงามสุดๆ


สุดท้ายนี้ เราเป็นหนึ่งคนที่มีประสบการณ์และความประทับใจดีๆ กับการบินไทยมาโดยตลอด เราเคยได้ยินที่คนพูดกันว่า การบินไทยบริการคนไทยไม่ดี มาเหมือนกัน แต่มันไม่เคยเกิดขึ้นกับเราอ่ะค่ะ มีแต่เรื่องประทับใจ ไม่ว่าจะนั่งคลาสไหน บางทีอาหารออปชั่นที่เราเลือกหมด ลูกเรือก็เดินไปหาจากล๊อกอื่นมาให้ โดยที่เราบอกแล้วว่า ไม่เป็นไร ทานอะไรก็ได้ เราเดินทางชั้นอีโคโนมีจริง แต่อยากได้แปรงฟัน ที่อุดหู ที่ปิดตา ขออะไรเค้าก็เอามาให้ตลอด บางทีเราตื่นนั่งทำงานอยู่คนเดียวตอนกลางคืน เค้าก็มาถามว่าเอาอะไรรึป่าวก็มี ปลั๊กตรงเก้าอี้ชาร์จแบตไม่เข้า ก็เอาไปชาร์จให้เต็มแล้วก็เอามาคืนให้ (ทั้งนี้ เรื่องของลูกเรือบนสายการบินต่างๆ บางทีก็ต่างกรรมต่างวาระค่ะ ส่วนตัวไม่เคยมีปัญหากับลูกเรือสายการบินไหนเลย)

ครั้งที่ประทับใจที่สุดคือ วันนั้นเป็นหวัดแล้วหูมันเลยบล๊อก เพราะโพรงจมูกแน่นแล้วมันเคลียร์หูไม่ได้อ่ะค่ะ ซึ่งนั่นเกิดขึ้นตอนที่เครื่องลดระดับไปแล้ว นักบินแจ้ง prepare for landing หรือ at your station ไปแล้วแน่ๆ แต่เรารู้สึกเหมือนมีเข็มมาจิ้มๆ อยู่ในหู เหมือนมันจะระเบิดแล้ว เราเลยเรียกพี่ลูกเรือ แจ้งพี่เค้า เค้ายังรีบวิ่งไปเอาแก้วใส่สำลีชุบน้ำร้อน มาให้เราอังหูไปก่อนเผื่อบรรเทาลง ทั้งที่เครื่องจะแลนด์อยู่แล้วเค้าจะไม่ลุกก็ได้ แล้วพอเครื่องจอดเค้าก็รีบวิ่งมาดู

สามารถจองเที่ยวบินโดยตรงได้ที่ https://www.thaiairways.com/ หรือ แอพพลิเคชั่น Thai Airways บนมือถือได้เลยนะคะ

หากใครจะลองเทียบเที่ยวบิน ราคา เวลาบิน สามารถเทียบที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

อย่าลืมติดตามรีวิวเที่ยวอิตาลีใต้แบบ Unseen กันด้วยนะคะ

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ หรือไปตามไอจี @eatchillwander อัพเดทกันแบบเรียลไทม์ขอบคุณมากๆ ค่า



error: