“โอมากาเสะ แปลว่าตามใจเชฟใช่มั้ย แต่จริงๆ เราพร้อมจะตามใจทุกคนนะ บางคนพาพ่อแม่มาทาน แล้วพ่อแม่ไม่ทานปลาดิบ มาร้านนี้ไม่มีปัญหาเลย เชฟพร้อมจะตามใจจริงๆ” นี่คือสิ่งที่เชฟเจ้าของร้านชาวญี่ปุ่น เล่าให้เราฟัง หลังจากที่ได้มาเปิดร้านใหม่เป็นของตัวเอง อย่าง Kuon No Tsuki พรีเมี่ยมโอมากาเสะที่ไม่ได้มีแค่ซูชิเท่านั้น แม้ว่าจะเป็นชาวญี่ปุ่น แต่ด้วยประสบการณ์ในการทำอาหารมาอย่างยาวนาน และเคยทำในร้านที่ได้มิชลินหนึ่งดาวในกรุงเทพ จึงเข้าใจสิ่งที่คนไทยชอบเป็นอย่างดี แม้จะอยู่เมืองไทยมาไม่กี่ปี แต่เชฟก็สามารถพูดภาษาไทยได้ดีมากๆ ซึ่งเราว่าการสื่อสารเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เวลานั่งทานหน้าเคานเตอร์แบบนี้ หน้าร้าน Kuon No Tsuki นั้น ถอดแบบมาจากร้านอาหารชั้นสูงของญี่ปุ่นมาเลยค่ะ ซึ่งนอกจากป้ายชื่อร้านตัวเล็กๆแล้ว ผู้คนทั่วไปที่เดินผ่านไปผ่านมาคงไม่อาจทราบไปได้ว่าด้านในร้านจะเป็นอย่างไร ต้องเป็นคนที่รู้จักจริงๆเท่านั้นที่จะกล้าเดินเข้าไปค่ะ (ใช่ค่ะ เราคือคนที่เดินหาร้านซูชิมิชลินชื่อดังในโตเกียวไม่ค่อยเจอ เรียกว่านอกจากจะจองโคตรยากแล้ว หน้าร้านมันยังไม่บ่งบอกอะไรซักอย่าง) เมื่อเข้ามาในร้านแล้ว เราก็ได้พบกับเชฟท่านแรกคือ Tsuneo Saitou กำลังจัดเตรียมอุปกรณ์อยู่ค่ะ ซึ่งเซฟ Saitou คือคนที่จะทำอาหารในคอร์ส ซูชิ และ ซาชิมิ ทั้งหมดค่ะ ส่วนเชฟอีกท่านคือเชฟ Shintaro Narisawa ซึ่งเป็นคนดูแลอาหารคอร์สอื่นทั้งหมดค่ะ สิ่งหนึ่งที่เราหลงรักมากๆตั้งแต่เข้าร้านมาคือ เหล่าภาชนะ… [READ MORE…]
เมื่อความคลาสสิกดั้งเดิมตามแบบฉบับญี่ปุ่น ถูกนำมาผนวกกับงานดีไซน์และความโมเดิร์น ร้าน Sushi Niwa จึงเป็นร้านโอมากาเสะที่ไม่ได้ยึดติดกับการเสิร์ฟซูชิแบบเดิมๆ แต่มีการผสมผสานทั้ง Interactive Technology ดีไซน์ร้าน และการเลือกนำเสนอ เมนูในแต่ละคอร์ส ได้อย่างน่าประทับใจ ร้าน ซูชิ นิวะ ตั้งอยู่ในซอยร่วมฤดี 2 สามารถนำรถมาจอดที่ร้านได้ การมาทานอาหารที่ร้าน Sushi Niwa นั้นจะแตกต่างออกไปจากร้านซูชิ Omakase ทั่วไปนิดหน่อย โดยเมื่อเราเข้ามาที่ร้านแล้ว สิ่งแรกที่เราจะได้เจอก็คือ Drink Bar ซึ่งเราสามารถเข้ามานั่งรอ พร้อมดื่ม Aperitif ก่อนเข้าสู่มื้ออาหารได้ แน่นอนว่าเราสามารถที่จะเข้ามานั่งดื่มชิลๆ หลังจากมื้ออาหารก็ได้เช่นกัน เราได้เลือกดื่ม Umeshu ก่อนเข้าสู่มื้ออาหาร เหล้าบ๊วยที่นี่รสชาติถือว่าเปรี้ยวหวานกลมกล่อม เหมาะสำหรับการดื่มกระตุ้นสัมผัสของลิ้นก่อนทานอาหารได้ดีมากค่ะ เมื่อถึงเวลาทานอาหาร พนักงานก็ได้เรียกเราเข้าไปยังห้องทานอาหารสีขาว ตกแต่งด้วยหินอ่อนสวยงาม โดยที่นั่งทั้งหมดจะเป็น Counter seat ค่ะ วันนี้เชฟนรินทร์จะเป็นคนดูแลเราค่ะ ที่นี่เลือกใช้เชฟคนไทยเพื่อที่จะสื่อสารและเข้าใจถึงความชอบของแขกที่มาทาน เชฟทุกคนได้รับการฝึกฝนที่ประเทศญี่ปุ่น และ ในร้านอาหารญี่ปุ่นชั้นนำมาเป็นอย่างดี ซึ่งเราว่าน่าสนใจมากๆ เลยทีเดียวค่ะ ก่อนที่จะเริ่มเสิร์ฟนั้น… [READ MORE…]
ปีที่ผ่านมา นับเป็นปีทองแห่งอาหารไทยระดับ fine dining ก็ว่าได้ค่ะ ร้านอาหารไทยดีๆ ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้น สืบเนื่องจากการมี Michelin Guide ที่ทำให้เราตื่นตัวว่าอาหารไทยก็ไม่ได้แพ้ชาติใดในโลก และ ร้าน Osha Thai Restaurant & Bar ก็เป็นหนึ่งใน “ไทย-ไฟน์ไดนิ่ง” ที่น่าค้นหา Osha นั้นเป็นร้านอาหารไทย upscale ที่ได้รับรางวัลมากมายทั้งในและต่างประเทศ ร้านนี้เคยเป็นร้านสาขามาจากเชนร้านอาหารไทยชื่อดัง Osha ในเมือง San Francisco ที่มีมากกว่า 9 สาขาด้วยกันค่ะ ปัจจุบันร้าน Osha ประเทศไทยได้เปลี่ยนการดำเนินงานใหม่ทั้งหมดเมื่อไม่นานมานี้ โดยอาหารจะเน้นเป็นแนวทาง fine dining ที่พิถีพิถันและน่าสนใจมากขึ้นค่ะ ร้าน Osha นั้นมีอาหารให้เลือกมากมาย ทั้งแบบ A la Carte และแบบ Set menu ค่ะ โดย Set Menu จะมีสามแบบด้วยกันคือ… [READ MORE…]
หลังจากที่เราได้ลงรีวิวร้าน Tenko ร้านซูชิโอมากาเสะน้องใหม่ใจกลางเมืองที่ โรงแรม Pullman King Power รางน้ำ กันไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยในครั้งนั้น เรารับประทานเป็น โอมากาเสะชุดเล็กที่ชื่อว่า Nigiri Course 14 คำค่ะ สำหรับวันนี้เรามีรีวิวโอมาคาเสะชุด Premium Omakase Course 21 คำมาฝากกันค่ะ (อ่านรีวิว Tenko Nigiri Course คลิ๊กที่นี่) อย่างที่เราเคยนำเสนอไปก่อนหน้า ร้าน Tenko นั้น เป็นร้านซูชิที่สไตล์ Traditional ที่เน้นความหรูหรา และ ใส่ใจในวัตถุดิบ อาจจะไม่ได้มีเมนูหวือหวาออกนอกกรอบ แต่จุดเด่นของที่นี่คือ การที่มีปลาหลากหลายชนิด ที่หลากหลายทั้ง 21 คำ มาให้เราได้ลิ้มลองกันค่ะ สำหรับ Tenko Premium Omakase Course ราคาอยู่ที่ 6000 บาท เน็ตแล้วนะคะไม่มีบวกเพิ่ม ถือว่าราคาไม่แรงมากถ้าเทียบกับร้านโอมากาเสะระดับเดียวกันในกรุงเทพฯ ค่ะ เราเริ่มมื้ออาหารด้วย… [READ MORE…]
***UPDATE เราอัพเดทลิสท์ วาเลนไทน์ 2020 มาให้แล้ว!!*** คลิ๊กที่นี่ได้เลย เชื่อว่า หลายๆ คน ต้องหาไอเดียฉลองค่ำคืนสุดโรแมนติค ในโอกาสวันแห่งความรักแน่ๆ สำหรับ วันวาเลนไทน์ปี 2019 นี้ จะมีที่ไหน น่าชวนคนรัก หรือ เพื่อนรู้ใจของคุณไปเดท ตามมาดูกันเลย ลิสท์ของเรา จะแบ่งเป็น 4 ส่วนด้วยกันนะคะ ได้แก่ Michelin Stars, Dinner, Afternoon Tea และ Rooftop ค่ะ ซึ่งทั้งหมดนี้เราได้เลือกจากประสบการณ์ส่วนตัวแล้วว่า ประทับใจ โดยเน้นบรรยากาศและบริการค่ะ เพราะเราเชื่อว่า คุณก็คงไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดในค่ำคืนวาเลนไทน์เช่นเดียวกัน หลายๆ ร้านในนี้ เราเคยไปฉลองวาเลนไทน์ในปีก่อนๆ มาด้วยค่ะ ดังนั้น บอกเลยว่า ลิสท์นี้ ค่อนข้างเลือกจากประสบการณ์ส่วนตัวนิดนึง นอกจากบรรยากาศและบริการแล้ว ค่ำคืนพิเศษๆ นี้ ห้องอาหารและร้านอาหารส่วนใหญ่มักมีเมนูวาเลนไทน์ออกมาให้คุณได้ฉลองแบบไม่ซ้ำใครด้วยนะคะ ตามมาดูกันเลย! Michelin Starred แม้ว่าในเมืองไทยเรานั้น จะมีร้านอาหารที่ได้รางวัลดาวมิชลินมากมายหลายร้าน… [READ MORE…]
“Weekend Brunch in Bangkok is always a treat.” เชื่อมั้ยคะว่าทานบรันช์ที่ไหนในโลก ก็ไม่รู้สึกอลังการและคุ้มค่าเท่าทานที่กรุงเทพฯ วันนี้ เราได้มีโอกาสไปลองทาน Saturday from the Bay ซึ่งเป็น Saturday Brunch ของห้องอาหาร Red Oven แห่งโรงแรม SO Sofitel Bangkok ค่ะ โดยห้องอาหารนี้จะเปิดทุกวันทั้ง อาหารเช้า กลางวัน และ เย็น เป็นบุฟเฟ่ต์ซึ่งมีจุดเด่นสลับสับเปลี่ยนกันไปในแต่ละวัน ซึ่งสำหรับทุกๆ วันเสาร์ ทางห้องอาหาร เลือกที่จะเสิร์ฟซีฟู้ดกันแบบจัดเต็มมากๆ กุ้ง หอย ปู ปลา ในทะเลมีอะไรขนมาให้หมด แถมยังนำมาปรุงเป็นอาหารหลากหลาย นานาชาติ ให้เราได้ฟินกันแบบสุดๆ ตามมาชมกันเลยค่ะ สำหรับ Saturday from the Bay ของห้อง Red Oven นี้ เราต้องยกนิ้วให้กับความหลากหลายของไลน์… [READ MORE…]
แม้ว่าวัฒนธรรมการจิบชายามบ่ายหรือ Afternoon Tea นั้น จะริเริ่มมาจากโลกตะวันตกอย่างประเทศอังกฤษ แต่เมื่อวัฒนธรรมแสนคลาสสิกถูกนำมาเสิร์ฟอยู่ในโรงแรมหรูและโมเดิร์นจากฝั่งตะวันออกอย่างประเทศญี่ปุ่น การจิบชายามบ่ายที่ โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ (The Okura Prestige Bangkok) จึงเป็นประสบการณ์ที่ดีสุดๆ ไปเลยค่ะ ความพิเศษของ Afternoon Tea Set ที่ Up & Above Bar โรงแรม ดิ โอกุระ เพรสทีจ กรุงเทพฯ นั้น คือการเปลี่ยนเมนูไปตามฤดูกาลของประเทศญี่ปุ่น โดยธีมหลักและวัตถุดิบจะเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน ซึ่งตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา จนถึงวันที่ 31 มีนาคม นี้ เชฟ Sebastiaan Hoogewerf หัวหน้าพ่อครัวขนมหวาน ได้รังสรรค์ชุดน้ำชายามบ่าย “Tsubaki” โดยถ่ายทอดความงดงามของดอก “ซึบากิ” ซึ่งเป็นดอกไม้ญี่ปุ่นที่บานในช่วงฤดูหนาว และเป็นสัญลักษณ์ของความรักที่สมบูรณ์แบบและอ่อนโยนอีกด้วยค่ะ Up & Above Bar จะเป็นเหมือนเลาจ์ที่อยู่ใกล้กับล๊อบบี้ค่ะ บรรยากาศโมเดิร์นสวยงาม เห็นวิวเมืองกรุงเทพ เหมาะทั้งสำหรับมานั่งคุยกับกลุ่มเพื่อนชิลล์ๆ… [READ MORE…]
ใครกำลังหาร้านน่ารักๆ น่านั่งในอิสตันบูล วันนี้ เรามีร้านมาแนะนำค่ะ เป็นร้านที่อยู่ในย่านคาเฟ่น่ารักๆ โดยบ้านที่มีสีสันแบบนี้นั้น เค้าบอกว่าเป็นบ้าน tradition อีกแบบของที่นี่ค่ะ ร้านนี้มีชื่อว่า Kybele เป็นโรงแรมด้วย อยู่ใกล้ Basilica Cistern มากเลยค่ะ เดินมาไม่ถึง 2 นาที ในร้านก็จะตกแต่งด้วยของวินเทจ พรม และ โคมไฟตุรกีมากมายเลย เรียกว่า ถ่ายรูปได้สบายๆ ไม่ต้องไปเบียดแถวๆ บาซาร์ก็ได้ค่ะ เราหิวกันมากเลย แวะมาตอนบ่าย สั่ง 3 อย่าง อร่อย 3 อย่างเลย โดยเฉพาะ Cheese Pide พิซซ่าแบบตุรกีหน้าชีส ขอเน้นว่าอร่อยเลยนะคะ ไม่ใช่แบบ ก็ดี พอกินได้ ไม่ใช่ค่ะ คืออร่อยมากกกกกกก อร่อยแบบ แป้ปเดียวหมด อยากกินอีก ตอนพิมพ์อยู่ก็อยากกินค่ะ มันกึ่งๆ พิซซ่า แต่แป้งนุ่มใน กรอบนอก (ห้ามเทียบร้านพิซซ่าในห้างนะ คนละเรื่องเลย… [READ MORE…]
หลังจากที่ได้รีวิวโอมากาเสะกันไปหลายแห่ง และได้รับเสียงตอบรับอย่างมากมาย วันนี้จะขอพาไปลอง ร้านโอมากาเสะร้านใหม่ล่าสุดในกรุงเทพ กับร้าน Tenko ซึ่งแอบอยู่ในสวนพฤกษศาสตร์สงบๆ กลางโรงแรม พูลแมน คิงเพาเวอร์ รางน้ำ ได้ฟีลร้านโอมากาเสะลับๆ ในญี่ปุ่นแบบสุดๆ เชฟ Goji Kobayashi เชฟหนุ่มผู้ผ่านประสบการณ์ในร้านซูชิระดับไฮเอนด์และมิชลินสตาร์ ทั้งในญี่ปุ่นและอเมริกา และร่วมงานกับร้าน Wako ในเมือง San Francisco ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่ร้านนี้ โดยชื่อร้าน Tenko แปลว่าจิ้งจอกศักดิ์สิทธิ ในตำนานของญี่ปุ่น ที่จะงอกหางที่เก้า และแปลงร่างเปล่งสีทองเมื่อมีอายุครบ 1,000 ปี เปรียบได้กับเชฟซูชิ ที่ร่ำเรียนวิชา สั่งสมประสบการณ์มามากพอ ที่จะเปิดร้านซูชิของตัวเองได้ เครื่องไม้เครื่องมือของเชฟ Goji ในวันนี้ค่ะ จะเห็นว่า condiment ทั้งหลายจะเป็นของ premium ทั้งหมด ทั้งแท่งวาซาบิสดที่ปลอกเปลือกมาอย่างสวยงาม และส้ม Yuzu ที่พร้อมขูดเปลือกให้ความหอมค่ะ ในวันนี้ เรามาทานชุด Nigiri Omakase Course ราคา 4500… [READ MORE…]
ร้านคาเฟ่ถ่ายรูปสวย ร้านใหม่ใจกลางกรุงเทพมหานครมาอีกแล้วค่ะ! ร้าน Maison Claris (เมซอง คลาริส) ต้องถูกใจสาวๆ สายคุณหนู จิบชาสวยกันแน่ๆ แต่จริงๆ คอนเซปท์ของร้านนี้ ไม่ได้สวยอย่างเดียวนะ มีเรื่องราวและแรงบันดาลใจอีกมากมายเลย โดยปกติแล้ว เวลาเราอยากทานขนมหวานที่ถูกเตรียมอย่างพิถีพิถันแบบในร้าน Fine Dining เราก็จะต้องไปร้านมิชลิน หรือ โรงแรมหรู สั่งอาหารเป็นคอร์สอีก เสียตังค์อีกครึ่งหมื่น กว่าจานขนมหวานจะมาก็จานสุดท้าย แถมยังต้องจองล่วงหน้า ใส่รองเท้าแตะก็เข้าไม่ได้ พิธีรีตรองเต็มไปหมด แต่ร้าน Maison Claris เลือกที่จะนำจานขนมหวาน ที่จัดเต็มเรื่องเทคนิค ความสวยงาม ประดิษฐ์ประดอย อย่างกับแข่งรายการมาสเตอร์เชฟ ทั้งเจล ทั้งโฟม เต็มไปหมด มาเสิร์ฟในร้านสบายๆ เดินทางสะดวก ให้เราแวะไปทานได้เสมอแบบไม่ยุ่งยาก ร้านตั้งอยู่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ หาง่ายมาก เดินมาจากลานน้ำพุพารากอน ให้ขึ้นบันไดเลื่อนเข้าห้างทางขวามือ ขึ้นมาเจอเลย อยู่เยื้องๆ แบรนด์โซดา เชื่อว่านอกจากคอนเซปท์ของ Fine Dessert แล้ว หนึ่งสิ่งที่สาวๆ… [READ MORE…]