[รีวิว] L’Atelier de Joel Robuchon สาขากรุงเทพ ร้านมิชลินหนึ่งดาวที่มีสาขากวาดดาวมากที่สุดทั่วโลก

เรียกได้ว่าเป็นร้าน Fine Dining ที่น่าจะมีสาขาเยอะมากที่สุดถึง 11 ประเทศทั่วโลก รวมดาวมิชลินจากทุกสาขาแล้วก็เกิน 30 กว่าดาว ร้านอาหารภายใต้ชื่อเชฟ Joel Robuchon เชฟอาหารฝรั่งเศสที่ทรงอิทธิพลมากคนหนึ่งของยุคนั้น ได้แบ่งเป็นหลายไลน์ ทั้ง Restaurant de Joel Robuchon, La Table de Joel Robuchon แล้วก็มี Salon de The แต่ร้านหลักๆที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ก็คือ L’Atelier de Joel Robuchon แบบเดียวกับที่เปิดที่กรุงเทพนั่นเอง

ก่อนอื่นตัวเราเองขออนุญาตแสดงความไว้อาลัยให้กับเชฟ Joel Robuchon ที่เพิ่งจากเราไปในปีนี้ แม้รีวิวนี้จะเป็นรีวิวแรกของร้าน Robuchon หลังจากที่เราเริ่มทำเว็ปนี้ แต่ประสบการณ์ที่ได้ไปทานร้าน Robuchon ในสาขาต่างๆทั่วโลก ก็เป็นความทรงจำที่ดีกับเราเสมอมา มันบดชื่อดังของโรบูชงนั้นเป็นอะไรที่เรากินได้ไม่เคยเบื่อเลยค่ะ

สำหรับ L’Atelier de Joel Robuchon สาขากรุงเทพนั้น ดูแลโดยเชฟ Olivier Limousin ซึ่งเราเคยทานอาหารของเค้าที่สาขาลอนดอนมาก่อน ก็มั่นใจได้ว่าอาหารออกมาดีแน่นอนค่ะ

บอกก่อนว่า L’Atelier de Joel Robuchon แต่ละสาขานั้นได้ดาวไม่เท่ากันนะคะ บางสาขาได้ 3 ดาว บางสาขาได้ 2 ดาว ที่กรุงเทพของเรานั้นได้ดาวเดียวค่ะ แต่เราชอบบรรยากาศของสาขากรุงเทพนะคะ อย่างสาขาปารีสทั้งสองสาขาและสาขาลอนดอน ที่นั่งแคบมาก ร้านค่อนข้างเล็ก ที่กรุงเทพนี่วิ่งเล่นไปเกาะที่ Dessert Trolley ได้เลย

วันนี้ เรามาทาน Lunch Set นะคะ Lunch Set ที่นี่จะเปลี่ยนไปตามซีซั่นค่ะ แต่ก็สามารถสั่ง A La Carte หรือ Degustation ที่เป็นซิกเนเจอร์ได้ตามปกตินะคะ

เราสั่ง 3 คอร์ส (ราคา 1450 บาท++) ส่วนคุณแฟนสั่ง 4 คอร์สค่ะ (ราคา 1950 บาท++)

เซ็ตติ้งรับฤดูกาลใบไม้ร่วง เรามักจะนั่งที่เคาเตอร์ค่ะ มันให้ความรู้สึก casual ดี แบบสบายๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง

เริ่มจาก Amuse Bouche รสชาติดีทั้งสองคำเลยค่ะ

จากนั้นจึงนำขนมปังมาเสิร์ฟค่ะ

เราชอบบาแก๊ตค่ะ ส่วนอันอื่นก็ดีเลยค่ะ ครัวซองต์นี่ชุ่มเนยมาก เติมได้เรื่อยๆ นะคะ

Entree จานแรกของเรา เราเลือกเป็น Les Poissons De Roche ค่ะ เป็นซุป Rock Fish แบบ Bouillabaisse ซึ่งจะคล้ายๆ ล๊อบสเตอร์บิสค์ เสิร์ฟมาพร้อมกับ Rouille (ซอสสไตล์โพรวองซาลที่มักจะปาดมาบนขนมปังเวลาทานกับ Bouillabaisse ปกติค่ะ)

แน่นอนว่า พออยู่ในร้านนี้ อาหารฝรั่งเศสในชีวิตประจำวัน ก็ถูกปรับออกมาได้อย่างละเมียดละไม อันนี้เป็นคอนดิเมนท์ในจานก่อนเทซุปนะคะ

ตัวซุปข้นและรสชาติดีมาก มีความคล้ายล๊อบสเตอร์บิสก์จริงๆ แต่สิ่งที่เซอร์ไพรส์เราคือมันฝรั่งที่นำไป confit กับเครื่องเทศ ทำให้มีรสชาติที่ตัดกันอยู่ ส่วนตัว Rouille คืออร่อยมากกกกก

ถัดมาเป็น Entree จานแรกของคุณแฟนค่ะ Le Foie Gras เป็น Pate en Croute (ที่แปลว่า ขอบพาย และมักจะมีเจลลี่เลเยอร์ แบบที่ร้านในฝรั่งเศสจะตัดขายชั่งน้ำหนักค่ะ) ซึ่งเป็นฟัวกาส์ตับเป็ดและพิสตาชิโอ วันนั้นรสชาติจืดนิดนึงค่ะ และส่วนที่เป็นฟัวกราส์น้อยมาก ตามรูปเลยค่ะ

Entree จานที่สอง เป็น La Truffe Blanche ซึ่งเป็นเหมือนไข่ออนเซนอยู่บนรีซ้อตโต้เห็ดค่ะ แบบกรุบๆ หน่อย หอมพาร์เมซาน แต่จานนี้รสชาติจะติดไปทางจืดนิดนึงนะคะ

มาถึงจานเมนของเรากันบ้างกับ L’Encornet ซึ่งฟังดูดีตั้งแต่ชื่อเมนู เป็น Sauteed squid stuff in conchiglioni ‘arrabiata’ style and chorizo การใช้ปลาหมึกกับตัวโชริโซ่ออกมาเป็นคล้ายๆ Arrabiata ถือว่ากลมกล่อมดีค่ะ แต่ไม่ได้เผ็ดจัดจ้านแบบ Arrabiata ทางตอนใต้ของอิตาลีอะไรแบบนั้นนะคะ มีความกลมกล่อมแบบฝรั่งเศสอยู่ ตัวพาสต้าทำได้ดีค่ะ

อีกจานเป็น Le Cabillaud หรือปลาคอดค่ะ ตัวปลาคอดนึ่งออกมาแบบเน้นธรรมชาติของวัตถุดิบ แต่เราว่าจืดไปหน่อย มากับหน่อไม้ฝั่งและ sea lettuce veloute ค่ะ

เมนคอร์สที่นี่จะเสิร์ฟพร้อมมันบดในตำนานเสมอนะคะ

มาถึงของหวานค่ะ จริงๆ ปกติเราชอบทาน Cheese trolley กับ Dessert trolley ของที่นี่นะคะ แต่วันนี้อิ่มมากๆ เลยเลือกเป็นขนมหวานเป็นจานดีกว่าค่ะ

จานแรก Fleur Caramel เป็น คาราเมลกับส้ม compote เสิร์ฟพร้อมกับซอร์เบท์ส้มแมนดารินค่ะ ตัวคาราเมลจะคล้ายๆคัสตาร์ดที่ละมุนๆ และมีความขมๆ ไหม้ๆ ซึ่งเราชอบมากกก มันเข้ากับส้มมากๆเลยค่ะ

อีกจานนึงเป็น Le Yuzu & Coco มีเมอแรงค์ ครีมยูสุ แล้วก็โปะหน้าด้วยกรานิต้าน้ำมะพร้าวค่ะ เข้ากันดีและสดชื่นมากๆ วันนี้ขนมดีทั้งสองจานเลย ขอชม Pastry Chef เลยค่ะ

บรรยากาศภายในร้านค่ะ

L’Atelier de Joel Robuchon

ตั้งอยู่ในตึก คิวบ์ มหานคร ใกล้ BTS ช่องนนทรี

เปิดทุกวัน มื้อเที่ยง เวลา 11.30 น. – 14.00 น. มื้อเย็น 18.30 น. – 22.00 น.
โทร : 02-001-0698

Related Post