มีใครไปเที่ยวสเปน อิตาลี กรีซ โมรอคโค ตุรกี ตะวันออกกลาง แล้วคิดถึงอาหารที่นั่นบ้างมั้ยคะ? หรือหากใครอยากลองทานอาหารหลายๆ เมนูตามรอยทริปแถบทะเลเมดิเตอเรเนียน แต่ยังไปไม่ได้ วันนี้ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok) ได้รวบรวมเมนูเด็ดจากประเทศในแถบเมดิเตอเรเนียน ที่ไม่ได้จำกัดแค่ชายฝั่งยุโรป แต่ยังรวมมาถึงชายฝั่งแอฟริกาเหนือและตะวันออกกลาง ไว้ในห้องอาหาร อลาตี้ (ALATi) เรียบร้อยแล้วค่ะ ห้องอาหาร อลาตี้ (ALATi) เป็นห้องอาหารใหม่ล่าสุดของโรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok) ซึ่งมีความโดดเด่นอย่างมากที่คอนเซปต์ของอาหาร โดยทางห้องอาหาร ALATi นั้น ได้นำเสนออาหาร Mediterranean จากหลากสัญชาติ แต่เกี่ยวดองกันด้วยวัฒนธรรมทางอาหาร นี่อาจจะเป็นร้านอาหารร้านเดียวในไทยที่เราสามารถหาอาหารโมรอคโกทานเคียงข้างกับอาหารฝรั่งเศสได้ก็เป็นได้ ALATi มาจากภาษากรีก มีความหมายว่า เกลือ เพราะอาหารที่อร่อยนั้นไม่สามารถขาดเกลือได้ และที่ร้านก็ใช้เกลือคุณภาพสูงมาให้เราได้ทานกัน และแน่นอนว่าน้ำมันมะกอกที่ใช้ก็คุณภาพดีมาก เพราะแถบทะเลเมดิเตอเรเนียนนั้นโด่งดังในเรื่องมะกอกมากๆ โดยที่ร้านใช้น้ำมันมะกอกจากสเปน ความหลากหลายของเมนูนั้นเริ่มตั้งแต่เครื่องดื่มจากหลากหลายประเทศที่ติดทะเลเมดิเตอเรเนียน มีทั้งไวน์จาก… [READ MORE…]
ประสบการณ์การทานเนื้อที่ดีที่สุดหลายๆ ครั้งของเรา มักจะเกิดขึ้น เมื่อไปร้านที่ใช้เนื้อที่ไม่ผ่านกระบวนการแช่แข็ง มีเชฟมาย่างหรือทำหม้อร้อน ด้วยอุณหภูมิและจังหวะที่ถูกต้องทีละชิ้น ซึ่งประสบการณ์แบบนี้ ค่อนข้างหายากในเมืองไทย เราจึงดีใจมากๆ ที่มีร้าน Homura Wagyu Omakase ร้านโอกามาเสะเนื้อ ที่สั่งเนื้อวากิวสดๆ ยกตัว และ เลือกแต่ละส่วนมาทำเป็นเมนูที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเนื้อส่วนนั้น พร้อมการดูแลจากเชฟอย่างใกล้ชิด ในแบบโอมากาเสะนั่นเอง ร้าน Homura Wagyu Omakase มีการจัดร้านที่ดูคล้ายร้านซูชิโอมากาเสะทั่วไป โดยมีที่นั่งสูงสุด 12 ที่นั่งด้วยกัน แต่จะมีส่วนที่แตกต่างคือ ตรงเคาเตอร์ระหว่างสึเคบะกับลูกค้านั้น จะเป็นพื้นทรายสำหรับจุดถ่านย่างเนื้อกันอย่างครุกรุ่น และหอมหวลกันอยู่ตรงหน้าเลยทีเดียว Spoiler Alert : Homura Wagyu Omakase เป็นประสบการณ์การทานเนื้อที่ดีเป็นอันดับต้นๆ ในเมืองไทย สำหรับเราในขณะนี้ และทำให้เราลืมร้านเนื้อย่างร้านอื่นไปเลย! Homura Wagyu Omakase นั้นเกิดจากความรักในการรับประทาน “เนื้อวากิว” ของเจ้าของร้านอย่างแท้จริง โดยสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับร้าน “โอมากาเสะเนื้อ” นั้น จะเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก “เนื้อ” โดยร้าน Homura… [READ MORE…]
ติดกับสถานีรถไฟฟ้า “อารีย์” มีร้านอาหารไทยที่ตกแต่งด้วยสไตล์โมเดิร์น โดดเด่นอยู่บนถนนใหญ่ด้วยสีสันน่ารักสบายตา พร้อมป้ายนีออนคลีนๆ บอกชื่อร้านว่า “Kinlenn” แม้จะชื่อร้านว่า Kinlenn Eatery & Play ที่แปลตรงตัวได้ว่า “กินเล่น” แต่บอกได้เลยว่า เมนูอาหารไทยร้านนี้ ไม่ธรรมดา และไม่ได้มาเล่นๆ แน่ๆ บรรยากาศและเมนูอาหารของที่นี่เหมาะกับการกินในหลายโอกาส ไม่ว่าจะชวนคุณพ่อคุณแม่มาทานมื้อเย็น ชวนเพื่อนมารียูเนี่ยน หรือ แม้แต่มานั่งทานคนเดียวเร็วๆ ตอนพักกลางวัน ร้านนี้ก็สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งหมด บรรยากาศในร้านโปร่งสบาย บริเวณกว้าง ส่วนเมนูอาหาร จะเสิร์ฟอาหารไทยเป็นหลัก เป็นอาหารไทยรสชาติจัดจ้าน ที่พรีเซนท์ออกมาให้ดูมีลูกเล่น น่าหยิบมากินเล่นทุกจาน! นอกจากนี้ ก็มีเมนูลูกครึ่งฝรั่ง และ เมนูของหวานหน้าตาเก๋ๆ อีกด้วย ขอแอบกระซิบจากใจว่า ความดีงามมากๆ ของร้านที่สาขาอารีย์นี้คือมีที่จอดรถด้วยนะคะ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าแถวอารีย์หาที่จอดรถค่อนข้างยาก แต่ร้านนี้ มีรถก็มาได้ค่ะ กิน-เล่น เริ่มมื้อนี้ด้วยอาหารทานเล่น จานแรกเป็น รวมทอด (295 บาท) เสิร์ฟบนถาดไม้ยาวๆ ดูน่ารัก น่ากินทุกอย่าง ประกอบไปด้วย หมูสามชั้นทอดเกลือ… [READ MORE…]
เชื่อว่าสายคาเฟ่ที่ไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือฮ่องกง ต้องมีแพลนๆ จะไปต่อคิวทานกาแฟชื่อดังอย่าง %Arabica (อาราบิก้า) มาแล้วแน่ๆ แต่ตอนนี้ไม่ต้องไปไกลแล้วนะ เพราะเค้ามาเปิด Flagship Store แห่งแรกในเมืองไทย ใจกลางศูนย์การค้า Icon Siam นี่เอง! %Arabica สาขานี้ เป็นสาขาที่ 58 ของโลก ถูกออกแบบให้ผสานสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่นให้เข้ากับความสดใสของประเทศไทย ยังคงความคลีน เท่ มินิมอล บาร์ตรงกลางเป็นแบบเปิดทำให้เราสามารถเห็นบาริสต้าทุกคน และการทำกาแฟทุกขั้นตอน โดยมี Centerpiece กลางร้านเป็นเครื่องคั่วกาแฟ Tornado King Coffee Roaster เครื่องคั่วสัญชาติญี่ปุ่นที่ใช้ในร้าน %Arabica ทั่วโลก ซึ่งเมล็ดกาแฟดิบจะถูกคั่วสดๆ ที่ร้านเลยค่ะ เมนูหลักจะเป็น Espresso-based coffee แล้วก็จะมีบาร์ Pour over อยู่อีกด้าน แต่ไม่ใช่แบบ สโลว์บาร์นะคะ เป็นเครื่องเหมือนกันค่ะ ณ ตอนนี้ ที่นี่มีเมล็ดให้เลือก 2 แบบ คือแบบ Single Origin… [READ MORE…]
ในยุคที่กรุงเทพฯ มีร้านโอมากาเสะเกิดใหม่ขึ้นมากมาย เรามักจะเกิดคำถามขึ้นว่า แล้วอะไรคือความแตกต่างของร้านโอมากาเสะแต่ละร้าน แต่เมื่อได้ใช้เวลา 3 ชั่วโมงเพลิดเพลินไปกับดินเนอร์โอมากาเสะที่ร้าน Mono Sei (โมโน เซอิ) เราแทบไม่มีคำถามนั้นขึ้นมาเลย เพราะร้าน Mono Sei มีเอกลักษณ์เป็นการรวบรวมเชฟชาวญี่ปุ่นฝีมือดีถึงสี่คนด้วยกัน ซึ่งเชฟแต่ละท่านจะถนัดในการทำอาหารต่างชนิด เพื่อให้ลูกค้านั้นได้ทานคอร์สอาหารที่ไม่ใช่แค่นิกิริซูชิ แต่รวมไปถึงอาหารชนิดอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น ของนึ่ง ของต้ม หรือของทอด ที่จัดเต็มมาให้เราถึง 27 คอร์ส เต็มอิ่ม 3 ชั่วโมงเลยทีเดียว ร้าน Mono Sei ตั้งอยู่ใจกลางเมืองที่ชั้น G โรงแรม Intercontinental ในส่วนของเมนูนั้น มีราคาเดียวคือ 12,000++ บาท ซึ่งถือว่าเป็นโอมากาเสะที่ราคาสูงเป็นอันดับต้นๆ ในเมืองไทย ณ ขณะนี้ เดินเข้าร้านมาเราจะพบกับ Furo หรือหม้อต้มน้ำสำหรับพิธีชงชา และกาเหล็ก Tetsubin สำหรับชงชาสวยๆ รวมไปถึงถ้วยชา Mino yaki วางอยู่ เราจะเห็นป้ายร้าน… [READ MORE…]
ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด 19 คงทำให้หลายๆ คน ต้องสั่ง อาหารเดลิเวอรี่ มาทานกันไม่น้อย หากรู้สึกเบื่อๆ ไม่รู้จะสั่งอะไรมากิน วันนี้ Eat Chill Wander ได้รวบรวมอาหาร 5 สัญชาติที่เราได้สั่งมาลองทานช่วงกักตัว เป็นร้านที่ทำบริการ Delivery ขึ้นมาช่วงนี้โดยเฉพาะ ทั้งอาหารญี่ปุ่น อิตาเลียน เวียดนาม อินเดีย เรียกว่า อยู่บ้าน ก็ทานอาหารได้รอบโลกเลย! อาหารญี่ปุ่น : MASA – Otaru Masazushi เป็นร้านซูชิ โอมากาเสะ ที่เราเพิ่งไปรีวิวกันเมื่อก่อนจะเกิดระบาด ช่วงกักตัว เราได้ลองสั่งซูชิ เดลิเวอรี่มาจากหลายร้าน ต้องบอกเลยว่า ไม่ใช่ทุกร้านที่จะแพ๊กและดูแลเรื่องอุณหภูมิให้ แต่ MASA Otaru แพ๊กใส่คูลแพค แยกซอสและขิงดองเป็นอย่างดี ตอนแกะออกมาทำให้อุณหภูมิของข้าว และ ความสดไม่ต่างจากที่ร้านเลย นับเป็นมื้อที่เป็นเรื่องดีๆ ในช่วงกักตัวของเราเลย เมดมายเดย์มากๆ เมนูที่เราสั่ง : Chirachi Don… [READ MORE…]
ในบรรดาเหล่าร้านซูชิโอมากาเสะที่เปิดขึ้นมากมายในกรุงเทพนั้น แต่ละร้านก็มีมาตรฐาน สไตล์ และ จุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป วันนี้เราได้มาทาน MASA – Otaru Masazushi ร้านซูชิจากเมืองที่คนไทยไปเที่ยวกันบ่อยๆ อย่าง โอตารุ บนเกาะฮอกไกโด แต่เราคิดว่า MASA – Otaru Masazushi นั้นน่าจะเป็นร้านโอมากาเสะเพียงร้านเดียวในเมืองไทยตอนนี้ที่เสิร์ฟซูชิ สไตล์ Ezo-mae หรือสไตล์ฮอกไกโด และนั่นทำให้ร้าน Masazushi นั้นมีความพิเศษและแตกต่างจากร้านโอมากาเสะร้านอื่นพอสมควรครับ โดยส่วนใหญ่แล้ว เรามักจะเคยได้ยินคำว่าซูชิสไตล์ Edo-mae หรือซูชิแบบ “เอโดะ” ซึ่งถือว่าเป็นซูชิแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น ถือกำเนิดขึ้นในเมืองเอโดะ หรือโตเกียวในปัจจุบัน ในช่วงปี ค.ศ. 1820 ซึ่งในช่วงขณะนั้น การขนส่งและการเก็บรักษาวัตถุดิบยังทำได้ไม่ดีนัก ทำให้ซูชิสไตล์เอโดะนั้นใช้เพียงวัตถุดิบที่หาได้เฉพาะในอ่าวโตเกียวเท่านั้น และเน้นวิธีการปรุงที่ช่วยถนอมอาหารเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการดองน้ำส้ม การดองสาหร่าย (Kombujime) หมักเกลือ แช่ซอส เป็นต้น ในขณะที่โตเกียวมีซูชิ Edo-mae ทางตอนเหนือของประเทศ บนเกาะฮอกไกโด ก็มีซูชิสไตล์ Ezo-mae เกิดขึ้นเช่นกัน สิ่งที่แตกต่างหลักๆของซูชิแบบ… [READ MORE…]
หากคุณชอบทานอาหารฝรั่งเศส แบบบรรยากาศสบายๆ ไม่ต้องนั่งเกร็ง ร้านน่ารัก อาหารรสชาติดี บริการประทับใจ ไปได้เรื่อยๆ ทุกโอกาส ตอนนี้ เราขอยกให้ ห้องอาหาร Cafe Claire (คาเฟ่แคลร์) ห้องอาหารฝรั่งเศสในโรงแรม โอเรียนทอล เรสซิเดนท์ (Oriental Residence Bangkok) บนถนนวิทยุ นี่เองค่ะ ที่สำคัญ ตอนนี้ทางร้านร่วมกับ Hungry Hub แอพพลิเคชั่นที่เปลี่ยนเมนู A La Carte ให้เป็นเมนูบุฟเฟ่ต์ สั่งได้ไม่อั้น ตอนทาน Escargot (หอยทากฝรั่งเศส เมนูที่เราชอบมากๆ ปกติจานนึงก็สามสี่ร้อย) กับปลาหิมะ ทานเข้าไปคำแรกถึงขั้นเงยหน้ามาถามพนักงานอีกทีว่า พี่คะ คือเราสั่งเป็นบุฟเฟ่ต์ได้จริงๆ ใช่มั้ยคะ เราจะสั่งกี่จานก็ได้หรอคะ? …พี่พนักงานอาจจะเหงื่อตกนิดนึง แต่ก็ต้องบอกว่า ได้แน่นอนครับ! ทั้งหมดนี้มาในราคาท่านละ 990 บาทเน็ต ใช่ค่ะ เน็ตแล้ว! ไปจองได้ที่ >> http://bit.ly/2HGWhUf ต้องจองก่อนนะคะ… [READ MORE…]
บอกเลยว่า ตอนพนักงานยกมานี่ทุกโต๊ะต้องหันมามอง! เพราะ คาเฟ่แคลร์ (Cafe Claire) ห้องอาหารฝรั่งเศสในโรงแรมโอเรียนทอล เรสซิเดนส์ (Oriental Residence Bangkok) ถนน วิทยุ เค้าทำอาฟเตอร์นูนที (Afternoon Tea) ได้น่ารักและอลังการมากกกก ที่สำคัญ อย่างที่บอกว่าเป็นห้องอาหารฝรั่งเศส ดังนั้น เชฟชาวฝรั่งเศส ไม่ทำ pastry ให้เราผิดหวังแน่นอน ที่สำคัญ ตอนนี้ ทางร้านจัดโปรร่วมกับแอพพลิเคชั่น Hungry Hub ด้วย อย่างเซ็ทอาฟเตอร์นูนที รูปชิงช้าสวรรค์ที่เราทาน ปกติทางร้านขายอยู่ 1250++ แต่จองผ่านแอพนี้ 899 NET เท่านั้น หารกัน 2 คนคุ้มมาก ต้องจองผ่านแอพเท่านั้นนะคะ วอล์กอินไม่ได้ >> http://bit.ly/2HGWhUf ไม่มีค่าจองนะ ไม่ต้องจ่ายผ่านแอพ ไปจ่ายที่หน้าร้านได้ค่ะ สำหรับใครที่จองผ่านแอพ Hungry Hub มา จะมีแพกเกจให้เลือกแบบ สำหรับ 2… [READ MORE…]
นับเป็นเรื่องน่ายินดีที่มีร้านอาหาร Fine Dining ที่มีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใครเกิดขึ้นอีกร้านให้พวกเราได้มาลิ้มลองกัน และคงไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่าร้าน Baltic Blunos เป็นร้านอาหารสไตล์บอลติกร้านแรกและร้านเดียวในเมืองไทยในขณะนี้อีกด้วย ร้าน Baltic Blunos นั้นเป็นผลงานชิ้นล่าสุดของเชฟ Martin Blunos ผู้โด่งดัง ที่เคยมีร้านอาหารมิชลินระดับสองดาวเป็นของตัวเองมาแล้วที่อังกฤษ ก่อนที่จะตกหลุมรักเมืองไทยและย้ายที่พำนักมาอยู่กรุงเทพฯได้มาเป็นเวลากว่าสามปีแล้ว โดยร้าน Baltic Blunos นั้นถือเป็นร้านอาหาร Fine Dining แห่งแรกของเชฟ Martin Blunos ในเมืองไทย โดยจับมือร่วมกับเชฟหนุ่มไฟแรง Aleksandrs Nasikailov ที่มีประสบการณ์มากกว่าสิบปีในร้านอาหารชั้นแนวหน้าของบอลติก ทำให้เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากที่จะได้ลองอาหารบอลติกขนานแท้กัน ถึงตรงนี้ผู้อ่านหลายท่านคงจะเกิดคำถามว่า อะไรคืออาหารบอลติก (Baltic) ? คำตอบจากเชฟมาตินผู้ที่มีรากเหง้าจากหนึ่งในกลุ่มประเทศบอลติกซึ่งก็คือ ลัตเวีย นั้นได้ความว่า อาหารบอลติกนั้นไม่มีอยู่จริงหรอก เพราะได้รับอิทธิพลมาจากอาหารหลายๆชาติที่เข้ามาปกครองประเทศแถบทะเลบอลติก แต่สิ่งที่มีอยู่อย่างเปี่ยมล้นคือ “จิตวิญญาณแห่งความเป็นบอลติก” ที่จะมาแสดงให้เราได้รับชมกันผ่านทางอาหารของเชฟนั่นเอง หมายเหตุ* กลุ่มประเทศบอลติก คือกลุ่มประเทศที่อยู่ติดกับ ทะเลบอลติก ได้แก่ ประเทศเอสโตเนีย ลัตเวีย ลิทัวเนีย ซึ่งถ้าพูดถึงภูมิประเทศก็มีความกึ่งยุโรปเหนือกึ่งยุโรปตะวันออก แต่ด้วยความที่อยู่ใกล้พวกสลาฟ เคยถูกปกครองจากอาณาจักรสวีเดนและรัสเซีย… [READ MORE…]