[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.3] เดินหลงไปในเมืองแห่งจินตนาการ ป้อมปราการแห่ง Khiva (คีว่า)

จากความเดิมตอนที่แล้ว ที่เราออกจาก Tashkent ในช่วงกลางคืน…. ราวๆ 11 โมง รถไฟแล่นเข้ามาจอดยังสถานี Khiva เราได้นัดแนะกับทางที่พักให้เตรียมรถมารับเข้าไปยังที่พัก เพียง 10 นาที เราก็เข้ามาอยู่ยังใจกลางเมือง Khiva (คีว่า) เมืองในแคว้น Khorezm ประเทศอุซเบกิสถาน

เมือง Khiva นี้เป็นเมืองที่ถูกล้อมไว้ด้วยป้อมปราการ และ ทั้งเมืองเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ในยุคกลาง ตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 – 14 เมือง Khiva เป็นเมืองสำคัญบนเส้นทางสายไหม และ เป็นเมืองแรกในเอเชียกลางที่ UNESCO ยกให้เป็นเมืองมรดกโลก

สำหรับเราเองใช้เวลาอยู่ที่นี่ 3 คืนค่ะ เพราะรอบนี้มาช่วงโควิดมีนโยบาย work from home เราก็ทำทุกที่เป็นบ้านเลยค่ะ บางวันก็นั่งทำงานอยู่เฉยๆ ที่ที่พักทั้งวัน เมืองนี้ถ้าเที่ยวจริงๆ 1 วัน 1 คืนเต็ม ก็เก็บหมดนะคะ เพราะมันอยู่ติดกันหมดเลย เดินจากประตูเมืองตะวันตกไปประตูเมืองตะวันออก แค่ 5 นาทีเองค่ะ อันนี้เราพูดถึงตัวเมืองเก่าที่อยู่ภายในป้อมนะคะ ส่วนด้านนอกจะเป็นเมืองแบบแหล่งที่อยู่อาศัยค่ะ

ดังนั้น เราจะรวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจให้ แต่จะเริ่มจากที่ไหนก่อน แนะนำให้แพลนจากว่า ที่พักอยู่ฝั่งไหน แล้วก็ค่อยๆ เดินเก็บไปค่ะ มีแค่ watchtower ที่จะแนะนำให้ไปตอนพระอาทิตย์ตกค่ะ เพราะแสงสวยมากๆ

เมืองนี้เป็นเมืองที่ นักท่องเที่ยวที่มีเวลาจำกัดมักจะข้ามค่ะ แต่เราว่ามันแตกต่างจากเมืองใหญ่อย่าง Bukhara และ Samarkand และน่าสนใจมากทีเดียวค่ะ การเข้ามาที่นี่เหมือนหลุดไปอีกโลกนึงเลยค่ะ ส่วนตัวเลยไม่ค่อยอยากแนะนำให้ข้ามค่ะ

ภายในเมือง Khiva นั้นมีอนุสรณ์ อาคารสำคัญ มัสยิด รวมถึง โรงอาบน้ำ Mausoleum ต่างๆ อยู่กว่า 60 แห่งเลยค่ะ การเดินในตัวเมือง Khiva เอง ก็เหมือนการเดินอยู่ในพิพิธภัณฑ์อยู่แล้ว

และนี่คือ 10 สิ่งที่ต้องทำเมื่อมาถึงเมือง Khiva ค่ะ!!

1. Kalta Minor Minaret จากประตูเมืองฝั่งตะวันตก (West Gate) เราจะเข้ามาพบกับแลนด์มาร์กแห่งแรกของ Khiva ค่ะ คำว่า Minaret  หมายถึง หอคอยบนสุเหร่า ที่ไว้เรียกละหมาด ซึ่งในแต่ละประเทศก็จะมีรูปแบบทางสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกันไปค่ะ ความโดดเด่นของ Kalta Minor Minaret คือเป็นมินาเรต ที่ประดับกระเบื้องสีเทอร์ควอยซ์ และหากสังเกตุดีๆ จะเห็นว่า มันยังสร้างไม่เสร็จค่ะ และนี่คือส่วนของฐานที่เราสามารถจินตนาการได้ว่าถ้าฐานใหญ่ขนาดนี้ ยอดจะต้องสูงมาก ซึ่งผู้ปกครองเมืองที่สั่งให้สร้าง ตั้งใจสร้างให้สูงถึง 80 เมตรเพื่อจะชนะ มินาเรต ที่อยู่ในเมือง Bukhara ในยุคนั้น (ซึ่งมินาเรตที่บุคคาร่า สูง 46.5 เมตรค่ะ)

อย่างไรก็ตาม มินาเรตสีเทอร์ควอยซ์ที่เราเห็นนี้ จึงไม่มีวันเสร็จ และ มีความสูงอยู่ที่ 29 เมตรค่ะ ส่วนอาคารข้างๆ เคยเป็น Madrasah หรือโรงเรียนสอนศาสนามาก่อน แต่ตอนนี้กลายมาเป็นโรงแรมแล้วค่ะ เป็นโรงแรมที่กว้างขวางและน่าสนใจมากเลยทีเดียว คอร์ทยาร์ดด้านในก็สวยนะคะ เข้าไปชมได้

2. Kuhna Ark Fortress อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า Khiva นั้นเป็นเมืองที่ถูกล้อมไปด้วยป้อมปราการ ดังนั้นเราคงจะพลาดการเข้าไปชมป้อมสำคัญของเมืองไปไม่ได้ Kuhna Ark Fortress เป็นทั้งป้อมและที่พักอาศัยของเหล่าผู้ปกครองในสมัยนั้น นอกจาก Watchtower ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ทำให้เราได้เห็นวิวเมืองทั้งเมืองแล้ว เรายังจะได้เห็นห้องต่างๆ ซึ่งถูกตกแต่งด้วยกระเบื้องสีน้ำเงินแสนอลังการ แบ่งย่อยอยู่ในอาคารอันสลับซับซ้อนแห่งนี้ แนะนำให้มาช่วงเย็นนะคะ เพื่อที่พอเดินชมเสร็จ จะได้ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ตกที่ Watchtower กันต่อเลย

3. Watchtower ตั้งอยู่ภายในป้อม Kuhna Ark โดยจะต้องสแกนตั๋วอีกครั้งนะคะ ทางเข้าจะอยู่หลังส่วนที่เป็นท้องพระโรง ตรงนี้ขึ้นบันไดสูงประมาณ 2-3 ชั้นค่ะ จากจุดนี้จะเห็นวิวทั้งเมือง Khiva ทั้งด้านในและนอกเมืองเลย แนะนำให้มาตอนพระอาทิตย์ตก สวยงามมากจริงๆ ค่ะ

4. Juma Mosque หนึ่งในงานฝีมือที่ขึ้นชื่อของ Khiva คืองานสลักไม้ และที่มัสยิดแห่งนี้ ก็เป็นตัวอย่างของงานแกะไม้ที่สวยงามของเมืองนี้ค่ะ ที่นี่เป็นมัสยิดที่ไม่เหมือนมัสยิดอื่นในอุซเบกิสถานเลย เพราะเป็นมัสยิดที่ไม่ได้มีโดม อาร์คโค้งทางเข้า แต่กลับเป็นเสาไม้ 218 เสา ทั่วทั้งมัสยิดเลยค่ะ

5. Tash Khauli Palace วังใหญ่ของผู้ปกครองเมืองที่เรียกว่า Khanate of Khiva ค่ะ วังแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วง 1830s ซึ่งมีห้องถึง 150 ห้อง และ คอร์ทยาร์ด 9 แห่งภายในบริเวณ พอเข้ามา ก็จะมีความเขาวงกตนิดนึงค่ะ แต่สามารถเดินซอกแซกไปได้เลยนะคะ ในนี้มีการจัดแสดงทั้งข้าวของเครื่องใช้ในยุคนั้น รวมไปถึงความสวยงามของงานตกแต่งภายในเอง ก็มีความละเอียดสวยงาม อลังการมากๆ ค่ะ

6. Bazaar ระหว่างเดินเล่นภายในเมือง อย่าลืมลองเดินดูของท้องถิ่นนะคะ คนอุซเบกิสถานโดยทั่วไป นอกจากจะมีความน่ารักและไนซ์มากๆ แล้ว พอมาในแหล่งท่องเที่ยวหรือตลาด พ่อค้าแม่ค้าก็ไม่ค่อยตื๊อค่ะ มีบ้าง แต่น้อยมากกกก ถ้าเทียบกับที่อื่น โดยเฉพาะถ้าเทียบกับฝั่งอาหรับและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เรา ของขายก็มีตั้งแต่พรม เครื่องปั้นดินเผา หมวกฟูๆ งานไม้ ผ้าพันคอต่างๆ ซึ่งก็จะมีร้านอยู่ทั่วเมืองโดยเฉพาะบริเวณใกล้ๆ ประตู East Gate ค่ะ จัตุรัสนี้ มี Madrasah และ Mosque ตั้งอยู่อีก และมีโรงอาบน้ำแบบ Hammam อยู่ข้างๆ ด้วย

7. Islam Khoja Minaret มินาเรตแห่งนี้เป็นมินาเรตที่สูงที่สุดในอุซเบกิสถานและมีความสูงถึง 57 เมตรค่ะ สูงมากๆ ซึ่งสร้างเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกับมินาเรตทั่วโลก คือเป็นหอที่นำละหมาดค่ะ ในปัจจุบัน มินาเรตแห่งนี้ ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวไต่ขึ้นเพื่อชมวิวมุมสูง ซึ่งเราขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า สูงจริง บันไดชัน และขั้นไม่เท่ากัน ขึ้นลำบากมาก เป็นบันไดวน แคบหน่อยค่ะ เราไปตอนไม่มีคน ขาขึ้นไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ตอนลง มองลงไปแล้วขาสั่นเลยค่ะ แบบว่า ชั้นมาทำอะไรที่นี่ แต่วิวข้างบนคือคุ้มมากๆ ค่ะ สายถ่ายแลนด์สเคปห้ามพลาด เราเห็นลุงๆ ป้าๆ ที่มากับทัวร์ก็ขึ้นกันนะคะ ลองไปพิจารณาดูกันนะ

ข้างๆ Islam Khoja Minaret จะเป็นอาคาร Madrasah ซึ่งตอนนี้กลายเป็น Museum of Applied Arts ไปแล้วค่ะ ภายในมีจัดแสดงงานศิลปะของอุซเบกิสถาน เช่น งานไม้สลัก งานพรม คอสตูม กระเบื้อง ไปจนถึงพวกเครื่องเงินค่ะ

8. Handicraft Workshop หากเราเดินซอกแซกไปเรื่อยๆ ระหว่างทางจะมีร้านขายของที่ระลึก และ เวิร์คช้อปอยู่ทั่วเมืองเลยค่ะ ซึ่งพวกงานฝีมือพวกนี้ เค้าจะทำให้เราดูค่ะ และอธิบายวิธีทำต่างๆ อย่างพวกงานไม้ก็มีความละเอียดและน่าสนใจมากๆ แล้วก็จะมีหมวกขนฟูๆ ซึ่งเราเห็นแค่ใน Khiva เท่านั้นด้วยค่ะ

9. Terrassa Cafe นอกจากจะวิวสวยแล้ว ที่นี่ยังอาหารรสชาติดีมากๆ เลยค่ะ ร้านนี้เป็นร้านที่มีดาดฟ้า บรรยากาศดี มีดนตรีสด รับลมเย็นๆ มองไปเห็นทั้ง Madrasah และ Kuhna Ark ฟินสุดๆ มาถึง Khiva แล้วไม่อยากให้พลาดค่ะ

10. Get lost! เมืองนี้เป็นเมืองที่ปล่อยใจเดินหลงได้เลย แล้วเราจะตกหลุมรัก เพราะความมีชีวิตชีวาของผู้คนค่ะ คนอุซเบกน่ารัก เราเดินผ่านกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวที่กำลังเต้นฉลองให้กับคู่บ่าวสาว เดินผ่านคนเล่นดนตรี ก็มีคนชวนไปเต้นรำ สนุกมากๆ


Tickets

สำหรับสถานที่เกือบทั้งหมดจะต้องมีบัตรเข้านะคะ ซึ่งส่วนใหญ่จะแนะนำให้ซื้อบัตรรวมมีอายุ 48 ชั่วโมง ก็จะเข้าได้เกือบทั้งเมืองเลยค่ะ ซึ่งจริงๆ แล้วการจะผ่านเข้ามาในประตูเมือง ก็ต้องซื้อตั๋วค่ะ แต่เราพักข้างใน แล้วประตูที่แท็กซี่เข้าเค้าไม่ตรวจตั๋วค่ะ ก็เลยอยู่ในตัวเมือง Khiva อยู่แล้วโดยไม่ต้องใช้ตั๋ว แต่ก็จะเข้าสถานที่ท่องเที่ยวไม่ได้ค่ะ

จุดจำหน่ายตั๋วจะอยู่ที่ West Gate ค่ะ ประตูเมืองฝั่งตะวันตก ใกล้ๆ Kalta Minor ค่ะ ตั๋วมี 3 แบบ

1. Economy : 50,000 Som (150 Baht) อันนี้เป็นตั๋วเข้ามาในเมือง ซึ่งเราไม่ได้ซื้อเพราะเราพักข้างในค่ะ
2. Standard : 100,000 Som (300 Baht) รวมทั้งหมด ยกเว้น Watchtower, Minaret, City Wall
3. VIP : 150,000 Som (450 Baht) รวมทั้งหมดเลยค่ะ


ร้านอาหารแนะนำใน Khiva

ด้วยความที่อยู่หลายวัน จึงได้ไปลองมาหลายร้านมากค่ะ ขอคัด 3 ร้านที่เราชอบมากๆ มาแนะนำนะคะ

สำหรับอาหารพื้นเมืองที่หาได้แค่เมือง Khiva เท่านั้นมี 2 เมนูหลักๆ ค่ะ นั่นคือ Shivit Oshi เป็น พาสต้าเส้นเขียวที่ทำมาจาก Dill แต่ไม่มีกลิ่นผักนะคะ หนุบหนับ อร่อยมากๆ อีกเมนูเป็น Tuhum Barak หรือเกี๊ยวไข่แต่ของที่นี่มันจะครีมมี่ ดีมากเลยค่ะ

1. Terrassa Cafe ร้านนี้เราแนะนำไปในสิ่งที่ต้องทำเมื่อมา Khiva ไปแล้ว ด้วยโลเคชั่นที่โดดเด่น และเป็นร้านดาดฟ้าร้านเดียวที่เห็นวิวสวยๆ ที่สำคัญ ทำอาหารออกมาได้ดีมากๆ เราทานซุป สลัด และ Shivit Oshi พาสต้าเส้นเขียวของเมือง Khiva ที่นี่ ทำได้ดีทุกเมนูเลยค่ะ

2. Cafe Kheivak ร้านนี้เราให้เรื่องโลเคชั่นเลย ร้านมีโซนเอ้าท์ดอร์ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้า Islam Khoja Minaret เลย บรรยากาศดี แต่เมนูที่เราสั่งร้านนี้เป็นเมนูเบสิคมากเลย นั่นคือไก่ย่างกับเฟรนช์ฟรายส์ และสลัดเลยตอบไม่ได้ว่าอย่างอื่นอร่อยมั้ย แต่ที่เราสั่งมาถือว่าดีเลยค่ะ อ้อ พนักงานร้านนี้บริการดี น่ารักมากๆ

3. Cafe Zarafshon ร้านนี้ตกแต่งสวยมาก แต่ละโต๊ะจะมีผ้าพริ้วๆ กั้นในแต่ละโต๊ะค่ะ ขอแนะนำให้สั่ง เกี๊ยวทอดค่ะ เราไม่ได้จดชื่อเมนูมา แต่เป็นแป้งเกี๊ยวแผ่นบางๆ ไส้เป็นเนื้อนะคะ ไส้ฟีลเสี่ยวหลงเปา ตัวแป้งคือกัดแล้วขาดเลย ชิ้นใหญ่ๆ ฟินมาก (รีบทานไปหน่อยเลยไม่ได้ถ่ายรูปมาค่ะ ลองอ่านในเมนู เป็น Fried Dumpling) ส่วนพวก Dumpling อื่นๆ ก็ดีค่ะ


ที่พักใน Khiva

เราพักที่  Guest House BOYJON OTA ค่ะ เป็นที่พักระดับราคาถูก อยู่ที่คืนละ 600 บาท มีอาหารเช้าให้แบบเต็มๆ เป็นบ้านที่ทำห้องชั้นล่างให้เป็นห้องพักของแขกค่ะ ครอบครัวนี้น่ารักมากๆ พูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะคะ แต่ใช้ทรานสเลทคล่องเลย ห้องอยู่ชั้นล่างเลยค่ะ เดิน 3 นาที ถึงทุกที่เที่ยวที่ลิสท์ข้างบน สะอาด กว้างขวาง ดีค่ะ สวนด้านหน้ามีที่นั่งเล่น เราออกมานั่งทำงานตลอดเลย

ทางไปจอง >>  Guest House BOYJON OTA

แต่ถ้าใครติดว่าต้องเป็นแบบโรงแรมดีๆ อาจจะต้องออกไปนอกตัวเมืองเก่าค่ะ เพราะใน Khiva จะเป็นเกสท์เฮ้าส์เกือบหมดเลยค่ะ


การเดินทางไป Bukhara

จากเมือง Khiva ไปยังเมือง Bukhara สามารถนั่งรถไฟได้ แต่เนื่องจากสถานีรถไฟของ Khiva เองก็ห่างออกไป 10 นาที ส่วนที่ Bukhara ห่างจากเมืองเกือบ 20 นาทีเลยค่ะ ไกลอยู่ เราเลยเลือกใช้การจ้างแท๊กซี่ ตรงจากบ้านที่ Khiva ไปโรงแรมที่ Bukhara เลยค่ะ ใช้เวลาประมาณ 5 ชั่วโมง ถนนมีช่วงที่ไม่ดีนะคะ เราก็นั่งๆ นอนๆ งีบอยู่บนรถไปค่ะ ซึ่งเราให้ทางเกสท์เฮ้าส์ติดต่อรถให้เลยค่า เค้าคิดเรา 40$ ซึ่งหากใครหาได้ถูกกว่านี้ ลองดูนะคะ

ตอนถัดไป เราจะไปยังเมือง Bukhara เมืองชื่อดังบนเส้นทางสายไหม ที่ที่เราจะได้เห็นร่องรอยการค้าขายในสมัยนั้นอย่างชัดเจน ไปอ่านต่อกันได้เลยค่ะ >> [เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.4] ตามรอยเส้นทางสายไหม เมือง Bukhara (บุคคารา) 


บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรีวิว ทริปอุซเบกิสถาน ซึ่งสามารถติดตามอ่านได้ดังนี้

[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.1] รู้จัก “Uzbekistan” แผนการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ ตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย!
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.2] พาเที่ยวเมืองหลวง Tashkent (ทาชเก้นต์)
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.3] เดินหลงไปในเมืองแห่งจินตนาการ ป้อมปราการแห่ง Khiva (คีว่า)
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.4] ตามรอยเส้นทางสายไหม เมือง Bukhara (บุคคารา) 
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.5] เมือง Samarkand เมืองที่อลังการ ตระการตามากที่สุดในอุซเบกิสถาน

เตรียมตัวเที่ยวช่วงโควิด >> ประเทศที่ไปได้ช่วงโควิด และแชร์ประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศในช่วงโควิด

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ หรือไปตามไอจี @eatchillwander อัพเดทกันแบบเรียลไทม์ขอบคุณมากๆ ค่า



ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: