[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.2] พาเที่ยวเมืองหลวง Tashkent (ทาชเก้นต์)

สำหรับตอนนี้ เราจะพาเข้าสู่เมืองหลวงแห่งประเทศอุซเบกิสถาน อย่างเมือง “Tashkent” (ทาชเก้นต์) ค่ะ 

สำหรับไฟลท์ที่นัทมาถึงจะถึงดึกหน่อยค่ะ ก็แลกเงิน ผ่านตม. ซื้อซิมการ์ดให้เรียบร้อย โหลดแอพชื่อ Yandex นะคะ เป็นแอพ Taxi ของที่นี่คล้ายๆ Grab/Uber ค่ะ ก็เข้ามาถึงที่พัก ซึ่งที่ Tashkent จะไม่ได้มีถนนที่มีโรงแรมติดๆ กันเป็นย่านค่ะ นัทก็เน้นใช้แอพ Yandex เอาเวลาจะไปไหนมาไหน เพราะรถไม่ค่อยติด ไปไหนไม่เกิน 10 นาทีค่ะ

สำหรับแพลนคร่าวๆ ก็มีเดินเที่ยวเมือง ซึ่งจะมีย่านที่ใกล้ตลาด ไปลองทานเมนูเนื้อม้า ไปชมสถานีรถไฟใต้ดิน แล้วก็จะมีวันที่เดิมชมใจกลางเมืองค่ะ ซึ่งตรงนี้สามารถแพลนเข้าหรือเอาออกตามใจเลยค่ะ Tashkent เป็นเมืองสร้างใหม่ค่ะ มีกลิ่นอายจากสหภาพโซเวียตหลงเหลืออยู่เยอะมากๆ เลยค่ะ จะเป็นเมืองที่ดูโมเดิร์นที่สุดที่เราเดินทางมาในอุซเบกิสถานค่ะ

และนี่คือ 10 ที่เที่ยวในกรุงทาชเก้นต์ (Tashkent) เมืองหลวงของอุซเบกิสถานค่ะ

1. Chorsu Bazaar เริ่มต้นกันจากการมาเที่ยวชมตลาดค่ะ ที่นี่เป็นตลาดที่ขายทั้งของสดและของจุกจิกสารพัดเลยค่ะ มีทั้งเครื่องเทศ ของฝาก ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ต่างๆ คึกคักมากๆ ตัวตลาดจะมีจุดเด่นเป็นรูปโดมสีฟ้าสด ทำให้กลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กของแถวนี้ไปโดยปริยายค่ะ

ช่วงที่เรามาเป็นช่วงปลาย Spring ฤดูสตรอเบอร์รี่พอดีเลยค่ะ ให้ทายว่ากาละมังละเท่าไหร่…….? 60 บาทเท่านั้นค่าาา ให้กาละมังมาด้วยเลย ถูกมากกกกก

ส่วนเราขอแนะนำให้เดินไปตรงที่เค้าขายอาหาร คล้ายๆ ฟู้ดคอร์ท จะมีเมนู ก๋วยเตี๋ยวเนื้อม้าอยู่ค่ะ ซึ่งจะบอกว่า อร่อยมากกกกก เป็นเมนูที่เราชอบมากตั้งแต่ตอนไปคาซัคแล้ว อยากกินอีกมาก ๆ กลมกล่อม ซุปหอม ร้อนๆ เนื้อม้าไม่มีกลิ่นสาบนะคะ คล้ายเนื้อแต่เค้าทำนุ่มกว่าค่ะ

สีขาวๆ คือ เส้นค่ะ เวลาทานก็จุ่มลงไปในซุป เป็นเมนูที่เราชอบมากๆ เลยค่ะ

2. Dzhuma Mosque เริ่มเข้ามาสัมผัสกับสถาปัตยกรรมและศิลปะอิสลามค่ะ มัสยิดแห่งนี้ ถือว่าเพิ่งสร้างได้ไม่นานค่ะ ที่เราเห็นเพิ่งถูกสร้างในช่วง 1990s เพราะมัสยิดที่อยู่มาตั้งแต่ยุคกลาง ถูกโซเวียตทำลายค่ะ อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่อยู่ติดกับตลาด Chorsu ก็เหมาะที่จะเดินแวะมาชมค่ะ

3. Kukeldash Madrasah คำว่า Madrasah เป็นภาษาอาหรับที่แปลว่า โรงเรียนสอนศาสนาค่ะ และการเที่ยวอุซเบกิสถาน เราก็จะเจอสถาปัตยกรรมแบบนี้ไปตลอดทริป แต่ในแต่ละที่จะมีความโดดเด่นแตกต่างกันไปค่ะ ที่นี่อยู่ติดกับ 2 แห่งด้านบนค่ะ หากเดินมาก็จะพบอยู่แล้ว ที่นี่สร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1570 ถือเป็น Madrasah ยุคกลางที่มีขนาดใหญ่และโดดเด่นมากใน Tashkent ค่ะ

สถานที่ในข้อ 1-3 สามารถจัดไปรอบเดียวได้ค่ะ อาจจะเป็นช่วงเช้าก็ได้ค่ะ

4. Amir Timur Square and Museum สำหรับ Amir Timur เป็นชื่อของผู้ที่เป็นเหมือนฮีโร่ของชาติเลยค่ะ เป็นนักรบผู้ปกครองพื้นที่ในแถวเอเชียกลาง และแผ่ขยายอำนาจไปจนถึงอัฟกานิสถานและอิหร่านในปัจจุบันบางส่วนด้วยค่ะ สำหรับ จัตุรัสใจกลางเมืองตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสวนสาธารณะค่ะ และก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเดินชมเมือง Tashkent ซึ่งจากตรงนี้ ไปจนถึง Independence Square เป็นบรรยากาศน่าเดินนะคะ แต่ไกลหน่อย ลองเช็คระยะทาง หากไม่ไหวก็นั่งแท็กซี่ Yandex ไปค่ะ ยี่สิบบาท

อนุสรณ์ของฮีโร่แห่งชาติ ไปที่ไหนก็จะเจอชื่ออยู่ค่ะ

พิพิธภัณฑ์ Amir Timur ใกล้ๆ จตุรัสและสวนค่ะ เราไม่ได้แวะเข้าไปด้านใน

5. Hotel Uzbekistan ด้วยความที่ดินแดนแถบนี้เป็นทางผ่านของหลายเชื้อชาติทำให้ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมที่แตกต่างกันไปอยู่แล้ว และยังเคยตกภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียตอีกตั้งแต่ 1924-1991 ค่ะ ดังนั้นเราจะได้เห็นอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่มีกลิ่นอายแบบโซเวียตๆ อย่างเช่นโรงแรม Hotel Uzbekistan แห่งนี้ค่ะ หากไม่ได้พักก็สามารถเข้าไปดื่มที่คาเฟ่ได้นะคะ

เดินจากตรงนี้ไปด้านหลังนิดนึง เราไปแวะทานอาหารและทานกาแฟกันมาค่ะ ร้านกาแฟชื่อ Book Cafe ส่วนร้านอาหารจะอยู่ก่อนถึง บนถนนเส้นนี้มีหลายร้านอยู่ค่ะ

6. ถนนคนเดิน Sailgokh Street ไปจนถึง Independence Square ถนนแห่งนี้มีอีกชื่อว่า Broadway Street ค่ะ จะเป็นถนนที่ผู้คนออกมาเดินเล่น แฮงค์เอาท์ มีสวนเขียวๆ ให้นั่งเล่น และมีซุ้มขายของ ขายอาหาร ขนม ไอศครีม ต่างๆ รวมไปถึงเหล่าศิลปิน ที่จะนำผลงานศิลปะ งานฝีมือ มาวางขาย และ ยังมี Street Artist แสดงอยู่ด้วยค่ะ

ส่วน Independence Square จะอยู่ห่างไป โดยมีสวนใหญ่คั่นค่ะ ทางผ่านจะมี The palace of Grand Duke Nicholas Constantinovich ซึ่งไม่ได้เปิดให้เข้าชมด้านในค่ะ

สำหรับประเทศกลุ่มอดีตสหภาพโซเวียตก็มักจะมี Independent Square รวมถึงอนุสรณ์ ไว้เพื่อแสดงถึงการเป็นอิสระจากสหภาพโซเวียตค่ะ อย่างที่ คาซัคสถานและคีร์กีซสถาน ก็จะมีอะไรสไตล์ประมาณนี้เหมือนกันค่ะ

7. สำรวจสถานีรถไฟใต้ดิน Metro อันนี้ก็เป็นความโซเวียตค่ะ คือจะมีสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินที่สวย มีการตกแต่งและมีสไตล์ที่ค่อนข้างเป็นเอกลักษ์เลย โดยความพิเศษของสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือ เมโทรของ Tashkent เนี่ย คือทุกสถานีจะมีการตกแต่งไม่เหมือนกันค่ะ มีธีมและดีไซน์แตกต่างกันไป อ้อ แล้วประเทศแถบๆ นี้ ค่าตั๋วเมโทรต่อเที่ยวก็จะต้องถูกมากๆๆ อย่างที่นี่ คือประมาณ 3 บาทเท่านั้นค่ะ

8. โบถส์ Holy Assumption Cathedral Church ในอุซเบกิสถาน ศาสนาหลักคือศาสนาอิสลาม และแหล่งท่องเที่ยวหลักก็เป็นอนุสรณ์ทางศาสนาอิสลามเช่นกัน แต่ที่นี่เป็นโบถส์ Russian Orthodox ที่มีความสวยงาม และเป็นหนึ่งในโบถส์คริสต์ ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียกลางเลยค่ะ

9. Plov Center อาหารประจำชาติของอุซเบกิสถานคือ Plov ค่ะ เป็นข้าวผัดมันเนื้อ ที่ใส่แครอท ลูกเกด เครื่องเทศ และมีรสชาติแตกต่างกันไปในแต่ละภูมิภาค แต่ว่ามาที่ Asian Plov Center เนี่ย เค้าเป็นร้านใหญ่มากๆ ลักษณะจะแอบทัวร์ลงนิดนึงค่ะ แต่ว่า เรามาก็เห็นคนท้องถิ่นมาทานเต็มเลย ยิ่งช่วงโควิดนี้ นักท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ได้เยอะขนาดนั้น

ซึ่งมาที่นี่ จะได้เห็นขั้นตอนการทำทั้งหมดเลยค่ะ หม้อใหญ่มากกกกกก ทำทีเยอะมากๆ สนุกดีค่า

จะบอกว่า สูตร Plov ของทาชเก้นต์จะค่อนข้างหนักและรสจัดหน่อยนะคะ หากใครไม่ชอบแนวนี้ อย่าเพิ่งถอดใจ ให้ไปลองที่ Samarkand เพราะว่าไม่เหมือนกัน ส่วนตัวเราชอบของ Samarkand มากๆ

10. Tashkent City Park สวนแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่เต็มไปด้วยร้านอาหารเก๋ๆ ค่ะ แต่มีค่าเข้าสวนนะคะ ถ้าจะไม่ผิดจะอยู่ที่ 30 บาท วันที่เรามา คนออกมาเดินเล่นเต็มเลยค่ะ ไฮไลท์ก็จะเป็นน้ำพุเต้นระบำ ตรงกลางสวนค่ะ นอกจากนี้ ก็เน้นเดินเล่น สูดอากาศเลย

ภายในสวนเราได้มาแวะร้านอาหาร/คาเฟ่อยู่ร้านนึง ซึ่งทำร้านได้สวยมากๆ ชอบมากค่ะ อาหารก็ทำได้ดีเลย เพื่อนๆ ที่ตาม Eat Chill Wander น่าจะชอบกัน ชื่อว่า Arrow & Sparrow ค่ะ


การจองตั๋วรถไฟ และ การเดินทางจาก Tashkent ไปยัง Khiva

และในคืนนี้ เราก็เดินทางต่อด้วยรถไฟนอน ใช้ระยะเวลาราวๆ 14 ชม. รอบของเราเป็นรอบเวลา 21:00 – 10:54 .

สำหรับตั๋วรถไฟ สามารถซื้อได้ทั้งออนไลน์ที่ http://railway.uz/en/ รับบัตร Visa/Mastercard สำหรับการจ่ายเงินค่ะ หรือ จะไปซื้อที่สถานีก็ได้ โดยตอนที่เราไปซื้อตั๋ว เราไปที่สถานีรถไฟหลักของ Tashkent แต่พอตอนจะขึ้นรถไฟจริงๆ จะต้องไปที่ South Station ซึ่งทั้งหมดนี้ ป้าคนขายตั๋ว เขียนโน้ตให้เราเลยค่ะ แล้วก็แจกแจงรายละเอียดบนตั๋วว่า ที่นั่งอะไร รถขบวนไหน ฯลฯ

สถานีรถไฟทุกที่ในอุซเบกิสถาน จะมีห้องขายตั๋วแยกค่ะ ทางซ้ายหรือทางขวา จะไม่ได้อยู่ตรงอาคารใหญ่ๆ ตรงกลาง เพราะตรงเทอร์มินอล จะต้องมีตั๋วรถไฟแล้วเท่านั้นถึงเข้าได้ และจะมีการสแกนกระเป๋าคร่าวๆ ด้วยค่ะ

สำหรับรถไฟนอนที่เราจองจะเป็นแบบ 2 คนต่อห้องนะคะ ซึ่งน่าจะแพงที่สุด ประมาณ 800-1000 บาทค่ะ

หากใครไม่สะดวกรถไฟ มีไฟลท์บินทุกวันนะคะ สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือสนามบิน Urgench International Airport นั่งแท็กซี่ประมาณ 45 นาทีถึง Khiva ค่ะ

ส่วนเรามาถึงสายๆ เมือง Khiva เมืองมรดกโลกที่เราชอบและคิดว่ามันเจ๋งมากๆ เลยค่ะ ตามมาอ่านตอนถัดไปกันเลยนะคะ! >> [เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.3] เดินหลงไปในเมืองแห่งจินตนาการ ป้อมปราการแห่ง Khiva (คีว่า)


บทความนี้ เป็นส่วนหนึ่งของรีวิว ทริปอุซเบกิสถาน ซึ่งสามารถติดตามอ่านได้ดังนี้

[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.1] รู้จัก “Uzbekistan” แผนการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ ตอบคำถามที่ทุกคนสงสัย!
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.2] พาเที่ยวเมืองหลวง Tashkent (ทาชเก้นต์)
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.3] เดินหลงไปในเมืองแห่งจินตนาการ ป้อมปราการแห่ง Khiva (คีว่า)
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.4] ตามรอยเส้นทางสายไหม เมือง Bukhara (บุคคารา) 
[เที่ยว อุซเบกิสถาน ด้วยตัวเอง Ep.5] เมือง Samarkand เมืองที่อลังการ ตระการตามากที่สุดในอุซเบกิสถาน

เตรียมตัวเที่ยวช่วงโควิด >> ประเทศที่ไปได้ช่วงโควิด และแชร์ประสบการณ์การเดินทางต่างประเทศในช่วงโควิด

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ หรือไปตามไอจี @eatchillwander อัพเดทกันแบบเรียลไทม์ขอบคุณมากๆ ค่า



ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: