คู่มือเที่ยว สวิตเซอร์แลนด์ ด้วยตัวเอง! มือใหม่หัดเที่ยว วางแผนยังไง ไปไหนบ้าง? [Switzerland Travel Guide]
เชื่อว่า สวิตเซอร์แลนด์ นั้นเป็นประเทศในฝันของใครหลายๆ คน ด้วยธรรมชาติที่สวยงาม เมืองที่สะอาดเป็นระเบียบ หมู่บ้านน่ารักๆ เหมือนเทพนิยาย วิวเทือกเขาสุดอลังการ อากาศแสนสดชื่น ทั้งหมดนี้ ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต้องมาเยือนและสัมผัสสวิตเซอร์แลนด์ซักครั้ง
และสำหรับเราที่ไปกว่าสี่สิบประเทศในยุโรปแล้วนั้น สวิตเซอร์แลนด์ถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เที่ยวง่ายที่สุดในยุโรปเลยค่ะ ติดแค่ค่าครองชีพค่อนข้างสูง (แม้แต่เทียบกับประเทศอื่นในยุโรป ก็ยังถือว่าค่าครองชีพสูงค่ะ) ซึ่งในรีวิวนี้ นัทจะพยายามแนะนำออปชั่นต่างๆ แผนการเดินทางตัวอย่าง ข้อมูลเบื้องต้น เพื่อที่เพื่อนๆ จะไปเลือกวางแผนแบบที่เหมาะกับสไตล์การเที่ยวของตัวเองอีกทีนะคะ!

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับ สวิตเซอร์แลนด์
ที่ตั้ง : ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งอยู่ค่อนข้างตรงกลางของยุโรป เป็นประเทศไม่ใหญ่หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ฝรั่งเศส เยอรมันนี อิตาลี และ ออสเตรีย แม้สวิตเซอร์แลนด์จะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่เป็นประเทศที่มีเทือกเขาแอลป์ อันสวยงาม เทือกเขาสูงที่เต็มไปด้วยยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ เต็มไปด้วยทะเลสาบ และเป็นที่เที่ยวหลักของที่นี่ค่ะ
วีซ่า : สวิตเซอร์แลนด์ อยู่ในเขตแชงเก้นค่ะ หากใครมีวีซ่าแชงเก้น (Schengen Visa) ก็สามารถเข้าสวิสได้ หรือ หากขอวีซ่าจากสวิส ก็จะเป็นวีซ่าแชงเก้น นำไปเข้าที่อื่นอีก 26 ประเทศได้เช่นกันค่ะ ขอได้ที่ VFS ที่จามจุรีสแควร์เลยค่ะ — วีซ่าแชงเก้นจะเป็นแบบ Borderless คือเมื่อเข้ามาในเขตประเทศแชงเก้นแล้ว จะไม่มีการตรวจคนเข้าเมืองอีกแล้ว (ยกเว้นสุ่มตรวจบนรถไฟหรือรถบัส แต่ไม่ใช่การประทับตราใหม่) แต่ด้วยความที่สวิตเซอร์แลนด์ไม่ได้อยู่ใน EU ดังนั้น ถ้าใครจะขอ Tax Refund เวลาช้อปปิ้ง สวิตเซอร์แลนด์จะแยกกับประเทศรอบๆ นะคะ ต้องเคลียร์ Tax Refund ก่อนออกหรือเข้านะ
การเดินทาง : เส้นทางบินที่บินตรงจากไทยจะมีแค่ กรุงเทพ – ซูริค โดยการบินไทยและ Swiss Air ค่ะ แต่ถ้าไม่มายด์แบบต่อเครื่อง ก็จะมีให้ไปลงหลายเมืองมากๆ และมีหลายสายการบินให้เลือกเลยค่ะ สนามบินใหญ่อื่นๆ ในสวิตเซอร์แลนด์ได้แก่ Geneva และ Basel ค่ะ ปกตินัทจองตั๋วผ่าน Trip.com ค่ะ
นอกจากการบินมาลงในสวิตเซอร์แลนด์โดยตรงแล้ว ยังสามารถวางแผนนั่งรถไฟหรือขับรถมาจากประเทศรอบๆ ก็สะดวกค่ะ มาได้ทั้งจาก ฝรั่งเศส อิตาลี เยอรมัน เลย

เที่ยวช่วงไหนดี : จริงๆ สวิตเซอร์แลนด์ เที่ยวได้ทั้งปีนะคะ ที่นี่มี สี่ฤดู
– ฤดูหนาว ข้อเสียคือกลางวันสั้นมากๆ หิมะตก แต่จริงๆ เป็นหน้าไฮเพราะชาวยุโรปแห่มาเล่นสกีกันค่ะ หิมะเหมาะกับการเล่นสกีที่สุด
– ฤดูใบไม้ผลิ นัทว่าเที่ยวสบายสุด อากาศกำลังดี ขึ้นยอดเขายังเจอหิมะ แต่จะไม่มีหิมะตกในเมืองค่ะ
– ฤดูร้อน ปีที่นัทไปสวิสช่วงฤดูร้อน คือร้อนมากกก ร้อนจริง เหมือนอาคารเค้าสร้างมาเก็บความอุ่น เลยรู้สึกร้อนอบมากๆ แต่บางปี ฤดูร้อนก็เย็นสบายค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น ฤดูร้อนเป็นฤดูที่เหมาะกับการเดินเทรคที่สุดค่ะ ฟ้าใส น้ำสวย เขียวขจี
– ฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้เปลี่ยนสีที่นี่ก็สวยค่ะ แค่เสี่ยงฝนตก แล้วก็พวกเคเบิลคาร์ขึ้นยอดเขา จะชอบปิดเพื่อ maintenance ในช่วงนี้ เพื่อรอรับฤดูสกีถัดไปค่ะ ต้องเช็คดีๆ ช่วงนี้เหมือนเป็น Shoulder season พวกที่พักราคาจะถูกลงนิดนึงค่ะ
สกุลเงิน : เป็นสกุล สวิสฟรังค์ ตัวย่อ CHF ส่วนใหญ่รับบัตรเครดิต/ทราเวิลการ์ดค่ะ สองรอบล่าสุดที่ไปมา อยู่ประมาณครั้งละหนึ่งวีค ก็ไม่ได้จับเงินฟรังค์ที่เป็นเงินสดเลยค่ะ ใช้บัตรล้วนๆ
การวางแผนเที่ยวสวิตเซอร์แลนด์
การวางแผนเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์นั้น น่าจะต้องพิจารณาว่า มีเวลากี่วัน อยากไปที่ไหนเป็นพิเศษ บินเข้าและบินออกจากสนามบินไหน และที่สำคัญที่สุดคือ ชอบที่เที่ยวแนวไหน เพราะ สวิสมีตั้งแต่ เมืองใหญ่ทางธุรกิจ หมู่บ้านเล็กๆ เงียบๆ สโลว์ไลฟ์ ยอดเขา ธรรมชาติ ทะเลสาบ อย่างส่วนตัว นัทไปหนึ่งทริปก็จะขึ้นยอดเขาแค่หนึ่งยอด ยอดอื่นค่อยไปรอบหน้า แต่บางคนชอบมาก ก็ขึ้นทุกยอดบางทีก็ Jungfrau, Matterhorn, Rigi Kulm ทริปเดียวไปเลย
ข้อดีของการเที่ยวสวิสอย่างนึงเลยคือ ระบบรถไฟที่เชื่อถือได้ มาถี่ และนั่งเชื่อมกันได้ทั้งประเทศจริงๆ อย่างที่บอกว่า สวิสไม่ใช่ประเทศใหญ่มาก ดังนั้นอยากไปที่ไหนก็ไปได้หมดเลยค่ะ แนะนำให้ใช้ Swiss Travel Pass ได้เลย >> ทางไปจอง Swiss Travel Pass
ตัวอย่างแผนการเดินทางที่เป็นที่นิยม
แพลนเที่ยวสวิส 1 : เริ่มต้นและจบที่ ซูริค (Zurich) — เส้นทางคลาสสิกยอดฮิตสำหรับคนมาครั้งแรก
วันที่ 1: ยินดีต้อนรับสู่ซูริค เมืองหลวงแห่งการค้าและวัฒนธรรม ผสมผสานความทันสมัยและกลิ่นอายประวัติศาสตร์ได้อย่างลงตัว วันแรกเน้นเดินเล่นชิลล์ๆ ปรับเวลาหลังจากเดินทางไกล
กิจกรรมไฮไลต์ > เดินเที่ยวชมย่านเมืองเก่า (Altstadt) และถ่ายรูปจุดชมวิวเนินเขา Lindenhof —- ช้อปปิ้งหรือเดินเล่นที่ถนน Bahnhofstrasse ถนนแบรนด์เนมชื่อดัง — ล่องเรือชมบรรยากาศในทะเลสาบซูริค (Lake Zurich)
การเดินทาง & ที่พัก: นั่งรถไฟจากสนามบินเข้าเมืองเพียง 10-11 นาที / พักที่ Zurich
วันที่ 2 : มุ่งสู่ลูเซิร์น เมืองโรแมนติกริมทะเลสาบ โดดเด่นด้วยสะพานไม้เก่าแก่และวิวเทือกเขาโอบล้อม
กิจกรรมไฮไลต์ > ถ่ายภาพกับสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) และหอคอยน้ำสัญลักษณ์ของเมือง —- ไปชมอนุสาวรีย์สิงโตหินแกะสลัก (Lion Monument) ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ —- ล่องเรือในทะเลสาบลูเซิร์น หรือเลือกขึ้นกระเช้า/รถไฟฟันเฟืองสู่ยอดเขาใกล้ๆ เช่น ยอดเขา Rigi (ขึ้นฟรีด้วย Swiss Travel Pass) หรือยอดเขา Pilatus
การเดินทาง & ที่พัก: นั่งรถไฟจากซูริคไปลูเซิร์น ประมาณ 50 นาที / พักที่ Lucerne

วันที่ 3 : ช่วงเช้าขึ้นยอดเขา Titlis แดนหิมะตลอดปี ช่วงบ่ายย้ายเมืองสู่ฝั่ง Interlaken ศูนย์กลางแห่งหุบเขาและทะเลสาบ
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟไปเมือง Engelberg แล้วต่อกระเช้าลอยฟ้าหมุนได้ 360 องศา (Rotair) ขึ้นสู่ยอดเขา Titlis เดินสะพานแขวน Titlis Cliff Walk — ช่วงบ่าย นั่งรถไฟสายทัศนียภาพผ่านวิวเทือกเขาและทะเลสาบมุ่งสู่เมืองอินเทอร์ลาเคิน — เดินเล่นชมเมืองอินเทอร์ลาเคิน ย่าน Höheweg ดูจุดลงจอดร่มร่อน (Paragliding)
การเดินทาง & ที่พัก: รถไฟจากลูเซิร์น – Engelberg (45 นาที) / ช่วงบ่ายเดินทางจาก Engelberg ไปอินเทอร์ลาเคิน (ประมาณ 2 ชั่วโมง) / พักที่ Interlaken
วันที่ 4 : พิชิตยอดเขา Jungfraujoch “Top of Europe” ขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ล้อมรอบด้วยธารน้ำแข็งและทิวทัศน์หิมะสุดอลังการ
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟหรือกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express จาก Grindelwald ขึ้นสู่ยอดเขา Jungfraujoch —- ชมวังน้ำแข็ง (Ice Palace) และออกไปสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต (Plateau) —- ขากลับ แวะเดินเล่นที่หมู่บ้าน Lauterbrunnen หมู่บ้านในหุบเขาที่มีน้ำตก Staubbach สูงตระหง่านเป็นฉากหลัง
การเดินทาง & ที่พัก: เดินทางไป-กลับจากอินเทอร์ลาเคิน / พักที่ Interlaken (คืนที่สอง)
วันที่ 5 : ล่องเรือทะเลสาบ Brienz และเยือนเมืองหลวง Bern ไปชมสถาปัตยกรรมมรดกโลกที่เมืองหลวงของสวิตเซอร์แลนด์
กิจกรรมไฮไลต์ > ช่วงเช้า ล่องเรือในทะเลสาบ Brienz (Brienzersee) ชมน้ำสีฟ้าใสราวมรกต หรือแวะขึ้นรถรางเก่าแก่ไปชมวิวที่ Harder Kulm —- ช่วงบ่าย นั่งรถไฟไปเที่ยวเมืองแบนด์ (Bern) เมืองหลวงเก่าแก่ เดินชมหอนาฬิกาดาราศาสตร์ (Zytglogge) และบ่อหมีสัญลักษณ์ของเมือง
การเดินทาง & ที่พัก: Interlaken – Bern (ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อขา) / พักที่ Interlaken (คืนที่สาม)

วันที่ 6 : มุ่งสู่หมู่บ้านปลอดมลพิษ Zermatt และยอดเขา Matterhorn
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟฟันเฟืองสาย Gornergrat Bahn ขึ้นสู่จุดชมวิว Gornergrat เพื่อชมยอดเขา Matterhorn (ยอดเขาที่เป็นโลโก้ช็อกโกแลต Toblerone) หากไปช่วงหน้าร้อน/ใบไม้เปลี่ยนสี แวะลงที่สถานี Rotenboden เพื่อเดินไปชมภาพสะท้อนยอดเขาบนผืนน้ำที่ทะเลสาบ Riffelsee เดินเล่นบนถนน Bahnhofstrasse ของแซร์มัท ซื้อของฝากและทานฟองดูว์ชีส
การเดินทาง & ที่พัก: จาก Interlaken ไป Zermatt ประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที / คืนนี้พักที่ Zermatt
วันที่ 7 : เดินทางกลับ Zurich แวะน้ำตกไรน์ เก็บตกบรรยากาศยามเช้าในแซร์มัท ก่อนนั่งรถไฟยาวกลับสู่ตอนเหนือเพื่อชมน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปส่งท้ายทริป
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟจาก Zermatt กลับขึ้นเหนือ แวะลงที่สถานี Schaffhausen เพื่อชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกไรน์ (Rhine Falls) เดินทางกลับเข้าซูริค ช้อปปิ้งเก็บตกของฝาก เช่น ช็อกโกแลต มีดพับสวิส นาฬิกา ก่อนมุ่งหน้าสู่สนามบินซูริคเพื่อบินกลับประเทศไทย
การเดินทาง: Zermatt – Zurich (ประมาณ 3 ชั่วโมง 15 นาที) / Rhine Fall – Zurich (ประมาณ 50 นาที) นอน Zurich หรือใกล้สนามบิน
แพลนเที่ยวสวิส 2: เริ่มต้นที่ เจนีวา (Geneva) จบที่ซูริค (Zurich) — เส้นทางรวมไฮไลท์ทั่วประเทศ เน้นใช้วันให้คุ้มค่า
วันที่ 1 : ต้อนรับสู่เจนีวา เมืองริมทะเลสาบใหญ่ที่สุดในยุโรป เน้นเดินชิลล์ปรับเวลา สัมผัสความหรูหราสไตล์สวิส-ฝรั่งเศส
กิจกรรมไฮไลต์ > ถ่ายรูปกับน้ำพุเจ็ดโด (Jet d’Eau) น้ำพุสัญลักษณ์ของเมืองที่พุ่งสูงถึง 140 เมตร — เดินเล่นย่านเมืองเก่า (Old Town) แวะชมมหาวิหาร St. Pierre และสวนอังกฤษ (English Garden) ชมนาฬิกาดอกไม้ —- ถ่ายภาพหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (UN) และเก้าอี้สามขาหัก (Broken Chair)
การเดินทาง & ที่พัก: เดินทางจากสนามบินเข้าเมืองเพียง 7 นาที / คืนนี้พักที่เจนีวา หรือย้ายไปพักที่โลซานน์เพื่อความสะดวกในวันรุ่งขึ้น
วันที่ 2 : ตามรอยประวัติศาสตร์ที่โลซานน์ เมืองที่มีความผูกพันกับคนไทย และเมืองตากอากาศสุดหรู
กิจกรรมไฮไลต์ > เที่ยวเมืองโลซานน์ (Lausanne) ชมศาลาไทยในสวนเดอน็องตู (Parc de Denantou) สวนสาธารณะริมทะเลสาบที่ร่มรื่น — นั่งรถไฟต่อไปยังเมืองมองเทรอ (Montreux) เพื่อเข้าชมปราสาทชียง (Chillon Castle) ปราสาทโบราณที่ตั้งอยู่บนโขดหินริมทะเลสาบอย่างโดดเด่นและสวยงาม — เดินเล่นริมชายหาดมองเทรอ ชมอนุสาวรีย์ Freddie Mercury นักร้องนำวง Queen
การเดินทาง & ที่พัก: เจนีวา – โลซานน์ (35 นาที) / โลซานน์ – มองเทรอ (20 นาที) / คืนนี้พักที่มองเทรอ หรือนั่งรถไฟต่อไปพักที่แซร์มัท
วันที่ 3 : มุ่งสู่ Zermatt หมู่บ้านน่ารักและยอดเขา Matterhorn เดินทางเข้าสู่หุบเขาเพื่อไปชมยอดเขาที่เป็นสัญลักษณ์ของช็อกโกแลตทอปเบอโรน
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟฟันเฟืองขึ้นสู่ Gornergrat ชมวิวแบบพาโนรามาของยอดเขา Matterhorn และธารน้ำแข็ง — เดินเล่นในหมู่บ้านแซร์มัท ชมบ้านไม้โบราณและบรรยากาศเมืองปลอดรถยนต์
การเดินทาง & ที่พัก: Montreux – Zermatt (ประมาณ 2 ชั่วโมง 30 นาที) / คืนนี้พักที่ Zermatt
วันที่ 4 : ข้ามฝั่งสู่เมือง Interlaken และเดินเล่นหมู่บ้านในหุบเขา
กิจกรรมไฮไลต์ > ช่วงบ่ายเดินทางถึงอินเทอร์ลาเคิน แนะนำนั่งรถไฟต่อไปเที่ยวหมู่บ้านเลาเทอร์บรุนเนิน (Lauterbrunnen) หมู่บ้านในฝันที่มีน้ำตกสายใหญ่ตกลงมาจากหน้าผา หรือเลือกขึ้นกระเช้าไปเดินเล่นที่หมู่บ้านปลอดรถยนต์อย่าง มูร์เรน (Mürren) ชมวิวยอดเขาสามเกลอ (Eiger, Mönch, Jungfrau) จากระยะไกล
การเดินทาง & ที่พัก: Zermatt – Interlaken (2 ชั่วโมง 10 นาที) / คืนนี้พักที่ Interlaken

วันที่ 5 : พิชิตยอดเขา Jungfraujoch “Top of Europe”
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟหรือกระเช้าลอยฟ้า Eiger Express จาก Grindelwald Terminal ขึ้นสู่สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป บนยอดเขา Jungfraujoch — ชมถ้ำน้ำแข็ง สัมผัสหิมะที่ลานพลาโต และส่งไปรษณีย์จากตู้ไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในยุโรป
การเดินทาง & ที่พัก: เดินทางไป-กลับจาก Interlaken / คืนนี้พักที่ Interlaken
วันที่ 6 : นั่งรถไฟสายโรแมนติกสู่ลูเซิร์น และชมสะพานไม้ชาเปล เดินทางข้ามไปยังฝั่งสวิส-เยอรมัน เมืองท่องเที่ยวสุดคลาสสิก
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟสายทัศนียภาพ Luzern-Interlaken Express วิ่งผ่านทะเลสาบและเทือกเขาสวยงามตลอด 2 ชั่วโมง — ถึงเมืองลูเซิร์น เดินเที่ยวสะพานไม้ชาเปล (Chapel Bridge) ชมอนุสาวรีย์สิงโตหิน (Lion Monument) — แนะนำล่องเรือชมทะเลสาบลูเซิร์นยามเย็น บรรยากาศโรแมนติกมาก
การเดินทาง & ที่พัก: Interlaken – Luzern (2 ชั่วโมง) / คืนนี้พักที่ลูเซิร์น
วันที่ 7 : เก็บตกซูริค ก่อนเดินทางกลับ
ปิดท้ายทริปที่เมืองที่ใหญ่ที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์ ช้อปปิ้งของฝากก่อนขึ้นเครื่อง
กิจกรรมไฮไลต์ > นั่งรถไฟเข้าซูริค ฝากกระเป๋าที่สถานีรถไฟ แล้วไปเดินย่านเมืองเก่า (Altstadt) และขึ้นเนินเขา Lindenhof ชมวิวมุมสูง — ช้อปปิ้งของฝาก ช็อกโกแลตสวิส นาฬิกา หรือมีดพับ ที่ถนน Bahnhofstrasse
เดินทางสู่สนามบินซูริค (หรือหากตั๋วเครื่องบินเป็นแบบไป-กลับเจนีวา สามารถนั่งรถไฟยิงยาวจากซูริคกลับสนามบินเจนีวาได้ในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ)
การเดินทาง: ลูเซิร์น – ซูริค (50 นาที)
การเดินทางรอบๆ สวิตเซอร์แลนด์
สวิตเซอร์แลนด์ ทำได้ทั้งเช่ารถขับ และ นั่งรถไฟ+บัสค่ะ
ข้อดีของการเช่ารถขับก็คือ ไม่ต้องขนกระเป๋าเดินทางขึ้นลงรถไฟ ไม่ต้องรีบไปให้ทันเวลา ไม่ต้องหาที่ฝากกระเป๋า ถนนขับง่าย หาที่พักสวยๆ ตามหมู่บ้านนอกเส้นทางได้ ไปเมืองนอกกระแสง่ายกำหนดเวลาได้เอง ส่วนความเร็วบางเส้นทางเวลาเท่ากัน บางเส้นทางช้ากว่ารถไฟ (อันนี้ต้องเช็คเคสบายเคสเลยค่ะ) ข้อเสียคือ ต้องมีคนเสียสละขับรถ ถ้าไม่มีคนหารก็ไม่คุ้ม บางที่หาที่จอดยาก ค่าที่จอดแพง ส่วนค่าทางด่วน จะมีสติ๊กเกอร์เรียกว่า Vignette ซึ่งต้องเช็คว่าร้านเช่ารถรวมให้รึยัง ถ้าไม่มีก็อยู่ที่ราคาเหมา 40 CHFต่อเดือนค่ะ
ส่วนใหญ่นัทจะเช่ารถผ่าน Klook เพราะว่า นัทซื้อตั๋วเข้าสถานที่ต่างๆ และจองทัวร์ผ่าน Klook บ่อย ซึ่งเค้ามีโค้ดส่วนลดเยอะ และมีเครดิตที่นำมาลดครั้งต่อไปได้อีก ก็เลยรวมทุกอย่างไว้บนแอพเดียวไปเลย
ซึ่งการเช่ารถผ่าน Klook ก็ง่าย เพราะเค้านำทุกเจ้ามาเทียบราคา แล้วส่วนตัวนัท เวลาเลือกบริษัทเช่ารถ จะใช้แต่ละประเทศคนละเจ้า เน้นดูรีวิวแต่ละสาขาไปค่ะ เลยสะดวกมากๆ เพราะ Klook คือรวมไว้หมดแล้ว และซื้อประกันเพิ่มได้ด้วย
เช่ารถกับ Klook >> เช็คได้ที่ลิงค์นี้เลยค่ะ
ส่วนรถไฟก็จะสะดวกตรงที่ ไม่ต้องหาที่จอดรถ วิวสวย บางที่ใช้เวลาน้อยกว่า แต่หมู่บ้านเล็กๆ หรือ จุดไกลๆ บางทีไม่มีรถไฟหรือรถบัส หรือบางทีก็มีชั่วโมงละคัน (อย่างจุดที่ตามรอยสหายผู้กอง คือมีชั่วโมงละคัน แล้วเวลาลงพร้อมกัน คนเยอะมาก แล้วก็กลับพร้อมกัน อะไรประมาณนี้ค่ะ)
และถ้าใครจะเดินทางด้วยรถไฟ+รถบัส ก็อาจจะมีคำถามเกี่ยวกับ Swiss Pass ซึ่งนัทเขียนรายละเอียดไว้ทั้งหมด เทียบความคุ้มค่า วิธีใช้ต่างๆ คลิ๊กที่นี่เพื่ออ่านได้เลยนะคะ
โปรโมชั่น Swiss Travel Pass >> ทางไปจอง
เมืองน่าเที่ยวในสวิตเซอร์แลนด์
เมืองหลัก/เมืองใหญ่ : Zurich, Geneva, Basel, Bern, Lausanne
เมืองท่องเที่ยวสุดฮิต : Lucerne, Interlaken
ขึ้นยอดเขา : Matterhorn-Zermatt, Jungfraujoch, Schilton-Piz Gloria, Eiger, Titlis-Engelberg, Rigi Kulm
หมู่บ้านน่ารัก : Lauterbrunnen, Murren, Wengen, Spiez, Montreux
ทะเลสาบฮิต : Thun, Brienz, Geneva, Lugarno
เมืองสกี : St. Moritz, Davos, Verbier
เส้นทางรถไฟสายพาโนราม่า : Glacier Express, Bernina Express
สามารถนำไปปรับเพิ่มลดในแพลนตัวอย่างได้เลยนะคะ สถานีรถไฟส่วนใหญ่มีล๊อกเกอร์ สามารถฝากกระเป๋าเดินทาง ออกไปเดินเที่ยว แล้วกลับมานั่งรถไฟต่อได้ค่ะ ค่าฝากกระเป๋าใหญ่ประมาณ 9 CHF ต่อ 6 ชั่วโมง
รีวิวแยกแต่ละเมือง :
Zurich : Coming Soon

เที่ยวยอดเขา Titlis (ทิตลิส) สัมผัสหิมะ วิวอลังการตลอดปี ใกล้ ซูริค และ ลูเซิร์น
เที่ยว Thun เมืองริมทะเลสาบสุดสวยใกล้ Interlaken สวิตเซอร์แลนด์
เที่ยว Iseltwald ทะเลสาบ Brienz ตามรอยสหายผู้กอง Crash Landing on You ที่สวิตเซอร์แลนด์
เที่ยว Lauterbrunnen หมู่บ้านน่ารักท่ามกลางหุบเขาแห่ง สวิตเซอร์แลนด์
เที่ยว Mürren หมู่บ้านเทพนิยายท่ามกลางวิวเทือกเขาสุดอลังการแห่ง สวิตเซอร์แลนด์
ตามรอย สหายผู้กอง-ยุนเซรี ในสวิตเซอร์แลนด์ โลเคชั่น Crash Landing On You ปักหมุด ช็อตต่อช็อต
งบเที่ยว ไป สวิส ใช้เงินเท่าไหร่?
เรื่องค่าใช้จ่าย แต่ละคนไม่น่าจะเหมือนกันค่ะ จะแตกต่างกันไปตามไลฟ์สไตล์ ตามจำนวนวัน สถานที่ที่อยากไป มีคนหารมั้ย ปัจจัยเยอะค่ะ ยังไงนัทขอแนะนำเป็นหมวดๆ แล้วลองคำนวณดูนะคะ
1. ตั๋วเครื่องบิน : เคยเจอตั้งแต่โปรโมชั่นสองหมื่นบาท แต่ปกตินัทจะบินประมาณ สามหมื่นนิดๆ – สามหมื่นห้าสำหรับชั้น Economy Class ค่ะ สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!
2. โรงแรม : ถูกสุดเลยจะเป็นโฮสเทล ห้องรวม เริ่มต้นประมาณพันบาท แต่ถ้าพวกโรงแรมเริ่มต้น สามพันต่อคืนก็หาได้นะคะ พวกเมืองท่องเที่ยวฮิตๆ อาจจะเริ่มที่สี่ห้าพัน // หากใครอยากสปอยตัวเองจริงๆ แนะนำพวกโรงแรมวิวปัง อลังการไปเลยค่ะ มาทั้งที นัทรู้สึกว่า มันไม่ได้แพงมาก หากเทียบกับค่าจ้างและค่าครองชีพที่สูงของสวิตเซอร์แลนด์ค่ะ

3. รถไฟ/เช่ารถ : หากเช่ารถ นอกจากค่าเช่ารถ จะมีค่า Vignette เป็นค่าทางด่วนค่ะ แล้วก็ค่าจอดรถ ค่าน้ำมัน ที่จอดรถที่เห็นข้างทาง ต้องดูดีๆ นะคะ ว่าต้องจ่ายเงินรึป่าว บางทีต้องจ่ายแล้วเอาตั๋วมาใส่ไว้หน้ารถค่ะ
ส่วนรถไฟ สามารถเทียบระหว่าง Swiss Pass และ เป็นเที่ยวๆ ซึ่งเช็คได้บนเว็ป sbb เลยค่ะ ค่าใช้จ่ายก็จะต่างออกไป แล้วแต่ว่าไปกี่เมือง และ กี่วันค่ะ โปรโมชั่น Swiss Travel Pass >> ทางไปจอง
4. ค่าเคเบิลคาร์ : นัทว่าอันนี้ก็เป็นอีกก้อนที่ค่อนข้างใหญ่นะคะ เพราะรถไฟ หรือพวกกระเช้าเคเบิ้ลคาร์ขึ้นยอดเขาเนี่ย ราคาแรงมากเลยค่ะ จะอยู่ราวๆ อย่างรถไฟขึ้น Jungfrau ไปกลับ ขนาดมีสวิสพาสแล้วยังตก 145CHF (เช็คราคาได้บนเว็ป Jungfrau.ch เลยนะคะ) แต่เคเบิ้ลขึ้นยอดเขาอื่น ก็จะมีตั้งแต่ ไปกลับ 95CHF ส่วนใหญ่ถือสวิสพาสจะลด 50% ค่ะ

5. อาหาร : คือทุกที่ในโลกก็จะมีตั้งแต่อาหารง่ายๆ ในซุปเปอร์/สถานีรถไฟ ไปจนถึง ร้านไฟน์ไดนิ่งหรูๆ ใช่มั้ยคะ ทีนี้ ของกินง่ายๆ ในสวิส แม้จะเป็นตามสถานีหรือข้างทางเนี่ย มันก็เริ่มต้นค่อนข้างแรงแล้ว ขนมหนึ่งชิ้นอาจจะ 2-3CHF อาหารกล่อง 10+CHF อาหารชุดง่ายๆ (เช่น แมค หรือ ร้านจีน) ก็มี 15-19CHF ไปจนถึงร้านอาหารดีๆ ที่จานเมนจะอยู่ที่ 30-40CHF เลยค่ะ
6. เบ็ดเตล็ด : ค่าเข้าพิพิธภัณฑ์, ค่าฝากกระเป๋า
ส่วนใหญ่ตามรีวิวจะบอกให้เตรียมประมาณวันละหมื่น ซึ่งก็ค่อนข้างสมเหตุสมผลนะคะ เอาจริงๆ มันก็ประหยัดกว่านั้นก็ได้ (อาจจะไม่ต้องซื้อพาส แล้ววางแผนตั๋วรถไฟเป็นเที่ยวๆ ก็ได้ค่ะ ใครอายุต่ำกว่า 25 ส่วนใหญ่จะมีส่วนลดอีกนะคะ) แล้วแต่จังหวะที่จองว่ามีโปรมั้ย ช่วงที่ไป ไลฟ์สไตล์ ค่าใช้จ่ายสำหรับหนึ่งสัปดาห์เป็นไปได้ตั้งแต่ประมาณห้าหมื่นบาทไปจนถึงเกือบแสนเลยค่ะ
สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!
หากชอบรีวิว อย่าลืมกดไลค์เพจ และ ติดตามไอจี @eatchillwander ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า
ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com







![[เที่ยวรัสเซียด้วยตัวเอง EP.5] ล่าแสงเหนือ เล่นกับเรนเดียร์ ทานปูทาราบะ ที่เมือง Murmansk](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2023/11/murmansk-northern-light-travel-guide-russia-172x120.jpg)
![22 ที่เที่ยว จุดเช็คอิน ของกิน และสิ่งที่น่าทำใน มิลาน ประเทศอิตาลี Update 2026 [Milan Travel Guide]](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2022/09/milan-italy-travel-guide-1-172x120.jpg)
![[เที่ยว French Riviera ตอนที่ 2] หลงเมืองริมชายฝั่งฝรั่งเศสใต้ นีซ (Nice) และ เอซ (Eze)](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2022/04/cote-dazur-french-riviera-travel-1-172x120.jpg)
![[เที่ยว Burgundy ฝรั่งเศส ตอนที่ 2] หนึ่งวันใน Dijon เมืองหลวงแห่งแคว้นเบอร์กันดี และ ที่พักแบบปราสา...](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2022/04/dijon-burgundy-travel-guide-172x120.jpg)