Klook.com

[รีวิว+แจกแพลน] เที่ยวพังงา 3 วัน 2 คืน – เขาตาปู เรือแคนู ขี่ม้า หาดทรายดำ หมู่บ้านเหมืองแร่

“พังงา” จังหวัดที่เรามากี่รอบก็ไม่เคยเบื่อ ไม่ว่าคุณตั้งใจจะมาเล่นเซิร์ฟที่เขาหลัก มาชมวิวที่เสม็ดนางชี หรือ มาดำน้ำที่หมู่เกาะสิมิลัน จ. พังงา ก็ยังคงมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากกกกมายหลายรูปแบบ ให้คุณได้ไปเที่ยวชมค่ะ วันนี้ Eat Chill Wander เลยจะขอพาไปเที่ยวพังงา 3 วัน 2 คืน แบบไม่ลงน้ำ ตั้งแต่สถานที่เที่ยวแลนด์มาร์กประเทศไทยอย่าง เขาตาปู ถ้ำลอด ไปจนถึงกิจกรรมอย่างการนั่งรถแต๊กๆ ชมหมู่บ้านเหมือง การขี่ม้าเทรล และปิดท้ายด้วยหาดทรายดำที่กำลังเป็นกระแสอยู่ค่ะ

ที่เที่ยวและกิจกรรมในโพสท์นี้ ทุกคนสามารถนำไปลอง มิกซ์แอนด์แมทช์ กับแผนการเดินทางที่มีอยู่แล้วในใจได้นะคะ หรือจะตามรอยเราทั้งหมดเลยก็ได้ รับรองว่าฟินสมคำกล่าวว่า “พังงา เวลาเป็นของคุณ” แน่นอนค่ะ


แผนการเดินทาง

โปรแกรม เที่ยวพังงา 3 วัน 2 คืน คร่าวๆ ของเรามีดังนี้ค่ะ

วันแรก : บินมาถึงสนามบินภูเก็ต เดินทางมาถึงเขาหลัก เช็คอิน ชิลล์และใช้เวลาพักผ่อนที่โรงแรม แวะไปชมหาดทรายดำตามสะดวก

วันที่สอง : ไปทัวร์ เขาตาปู เขาพิงกัน ถ้ำลอด กับ Khaolak Wonderland Tour ตั้งแต่เช้าถึงประมาณ 3-4 โมง นอนนวดที่โรงแรม ไปทานอาหารเย็นที่ร้าน “ในเหมือง” ร้านนี้ได้ Michelin Plate ค่ะ

วันที่สาม : ช่วงเช้าไปขี่ม้าเทรลที่ Kirinara Golf Course Khao Lak ประมาณ 2 ชม. หลังจากนั้นไปเที่ยวตะกั่วป่า ข้ามสะพานเหล็ก ชมหมู่บ้านเหมืองแร่ ทุกอย่างนี้เป็นบริการของร้าน “นาพ่อ แล นาขวัญ” ร้านอาหารที่เป็นที่เที่ยวในตัว ทานอาหารเที่ยงเสร็จบ่ายๆ ก็กลับมาเช็คเอาท์ที่โรงแรมและเดินทางกลับมา สนามบินภูเก็ต ค่ะ

ที่พัก : ครั้งนี้ เราพักกันที่ Khaolak Bhandari Resort & Spa ค่ะ อยู่ตรงหาดทรายดำเลย เดินตรงข้ามไปถึงเลยค่ะ

การเดินทางมาพังงา สะดวกที่สุดคือ ไปกลับจาก สนามบินภูเก็ตค่ะ ครั้งนี้เราใช้บริการของ AirAsia ค่ะ มีบินจากทั้งดอนเมืองและสุวรรณภูมิเลย

จากนั้น แนะนำให้เช่ารถนะคะ ไม่เช่นนั้นต้องลองติดต่อเรื่องรถรับส่งกับโรงแรมแล้วก็บริษัททัวร์ดูน๊า แต่จะไปไหนมาไหนลำบากหน่อย พวกร้านอาหารไรงี้อ่ะค่ะ


One Day Tour at James Bond Island

หลังจากที่พักผ่อนกันที่โรงแรมไปแล้ว วันถัดมา รถก็มารับเราไป ทัวร์เขาตาปู พายเรือถ้ำลอด เที่ยวเกาะปันหยี ชมสนามบอลกลางน้ำ เป็นทัวร์ที่จัดโดย Khaolak Wonderland Tours ค่ะ ไกด์น่ารักและชิลล์มากๆ

ทัวร์นี้ ถือเป็นเดสติเนชั่นระดับโลก ที่คนจากทั่วโลกข้ามน้ำข้ามทะเลมานะคะ ควรมาให้ได้ซักครั้ง

เริ่มต้น เดย์ทริปของเรา แลนด์มาร์กแรกที่จะผ่านระหว่างทาง คือเขาหมาจูค่ะ เพราะหน้าตาเหมือนหมาจู ซึ่งนัทก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะคะว่าหมาจูมันหน้าตาเป็นยังไง 🙂

ผ่านมาอีกนิด เราจะเห็นร่องรอยภาพเขียนโบราณ เชื่อกันว่าเป็นของคนที่เคยเดินเรือผ่าน แอบเห็นสัตว์ทะเลต่างๆ ด้วย

ทัศนียภาพแถวนี้ จะเป็น หินปูน หินย้อยตามธรรมชาติ สวยงามมากเลยค่ะ

พายเรือแคนู ที่ถ้ำลอด วิวนี้ระดับโลกนะคะ ปกติถ้ำนี่ต้องต่อคิวกันเข้าแบบยาวๆ ทุ่นเหลืองนั่นคือเอาไว้ต่อคิวนะคะ

ลอดถ้ำมาแล้วจ้าาาา

เราจะเห็นทั้งวิวของหิน ถ้ำ เกาะแก่ง และ ป่าโกงกาง แล้วเราคืออยู่กลางทะเลเลย

วิวป่าโกงกาง

จะมีจุดที่ถ้ำต่ำมากๆ รู้สึกหวาดเสียวมากเลยค่ะ นี่เรามารอบที่ 3 แล้วนะ จำได้ว่ารอบก่อนก็ร้องกรี้ดๆ ว่าจะชน รอบนี้ก็ร้องเหมือนเดิม

เขาตาปู หรือ James Bond Island อยู่ในไกด์บุ๊คต่างประเทศทุกเล่ม ว่ามาถึงเมืองไทยแล้วต้องมา หลายคนเข้าใจว่าชื่อ เขาตะปู แต่จริงๆ มันคือเขาตาปูนะคะ แต่จะเรียกอะไร ทุกคนก็เข้าใจค่ะ เรียกอะไรก็ได้

ที่นี่โด่งดังตอนที่อยู่ในภาพยนต์เรื่อง James Bond ปี 1974 ตอน The Man with the Golden Gun บอกเลยว่า ในหนังนี่เขาตาปูโดนระเบิดหายไปแล้วนะ!! แต่ของจริงยังอยู่ รอทุกคนมาเที่ยวน๊าคะ

เรือเราจอดฝั่งนี้ ต้องเดินข้ามบันไดไปนิดนึงนะคะ

นอกจากเขาตาปูแล้ว บนเกาะเดียวกันยังมี ‘เขาพิงกัน’ ซึ่งมันเหมือนหินที่พิงกันอยู่จริงๆ

มาต่อกันที่เกาะปันหยีค่ะ จริงๆ เกาะปันหยี ไม่ใช่เกาะนะ แต่เป็นชุมชนที่สร้างบ้านบนน้ำแบบนี้ อยู่ติดๆ กันแบบที่เห็น

ชุมชนอยู่กลางน้ำเลย แปลกตามาก บรรยากาศดีมาก เราเดินไป เจอเด็กๆ วิ่งเล่น ชีวิตสโลว์ไลฟ์มากเลยค่ะ

ที่นี่เรามาแวะทานข้าวเที่ยงค่ะ อาหารทะเลจัดเต็ม

มาถึงเกาะปันหยีแล้ว อย่าลืมซื้อ กุ้งเสียบทรงเครื่องนะคะ อร่อยมากๆ ค่ะ

อีกหนึ่งไฮไลท์ของวันนี้ คือ สนามฟุตบอลกลางน้ำ ค่ะ

สนามบอลกลางน้ำ ดูในรูปอาจจะเฉยๆ แต่การไปยืนอยู่บนนั้นจริงๆ มันเป็นคนละความรู้สึกเลยนะคะ มันคือการถูกรายล้อมด้วยทะเล วิวมันอลังการมาก มองไปทางไหนก็ทะเล ภูเขาสลับซับซ้อน สวยมากๆ นั่งบนเรือ หรือ อยู่บนเกาะ ก็ไม่ได้ความรู้สึกเดียวกันนี้ค่ะ

ถามว่า เตะบอลแล้ว ลูกออกทำยังไง เด็กๆ แถวนี้ ว่ายน้ำเก่งทุกคน ตอนเราไปเลิกเรียนพอดี ก็ออกมากระโดดน้ำเล่นกัน

จากนั้นเราก็กลับมายังเขาหลักค่ะ Khaolak Wonderland Tours เค้ามีออฟฟิศของทัวร์ที่เป็นคาเฟ่ด้วยนะคะ คาเฟ่จริงจังเลย เครื่องดื่มดี มุมน่ารักเพียบ แวะมาคาเฟ่เฉยๆ ก็ได้ค่า


Khaolak Bhandari Resort & Spa

ที่นี่เป็นรีสอร์ท ที่อยู่ติดกับหาดนางทองหรือหาดทรายดำเลยค่ะ เดินข้ามถนนไปถ่ายรูปได้สบายๆ เลย

ที่ Khaolak Bhandari Resort & Spa มีโซนที่เป็นแนวไทยๆ และ แนวโมเดิร์นค่ะ ส่วนตัวเราชอบอะไรที่มันดูคัลเจอร์ๆ แน่นอนว่า นัทชอบฝั่งที่ดูไทยกว่า เพราะมันมีความทรอปิคอล มีโทนสีที่สวยงาม มีสเน่มากๆ เราชอบมาก ที่สำคัญ สวนในรีสอร์ทดีมากเลย รู้สึกสงบผ่อนคลายมาก ส่วนภายในห้อง ข้าวของเครื่องใช้ดี และ สะอาดมากๆ เลยค่ะ ถ้าพักแบบวิลล่า ก็จะมีอ่างอาบน้ำเอ้าดอร์ด้วยนะคะ

รูปด้านล่างนี่เป็นทางเข้าสปาค่ะ ที่นี่สปาบรรยากาศดีมากค่ะ

ส่วนต่างๆ ของรีสอร์ทก็ถ่ายรูปสวยเลย ถ้าเพื่อนๆ มาจากต่างประเทศต้องกรี้ดที่นี่มากแน่ๆ

สระว่ายน้ำที่นี่ก็กว้างและสวยค่ะ

โซนนี้จะเป็นโซนที่บอกว่า โมเดิร์นค่ะ สะพานขาวนี่ก็แลนด์มาร์กเลยนะ

เราชอบที่สระว่ายน้ำที่นี่ยาวล้อมรอบอาคารเลยค่ะ

อาหารเช้า และ อาหารเย็นค่ะ

ติดใจห้องนวดไทยที่นี่ อยากพกหมอนวดกลับบ้านด้วย

จองง่ายๆเลยที่
Facebook : http://m.me/khaolakbhandari
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 087-281-8589, 086-001-2558
อีเมล : reservation@khaolakbhandari.com

หาดนางทอง (หาดทรายดำ)
หน้าโรงแรม เดินข้ามถนนเล็กๆ ไป จะเจอหาดนางทอง ที่อยู่ของหาดทรายดำ ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ค่ะ ไม่ได้เจอทุกครั้งนะ เรามา 3 ครั้ง เพิ่งจะเห็นเป็นสีดำครั้งที่ 3 ที่มา
ส่วนใหญ่จะบอกว่าให้มาหลังฝนตก ซึ่ง 2 ครั้งแรกมาหลังฝนตกพายุ ก็ไม่ดำล้วนค่ะ แล้วแต่น้ำขึ้นน้ำลงด้วย
หาดทรายดำ เป็นกากแร่ดีบุกที่พัดขึ้นมา จึงจะมีความระยิบระยับนิดๆ ไม่เหมือนที่อื่นในโลกที่ทรายดำเกิดจากหินภูเขาไฟค่ะ เราว่าเป็นเอกลักษณ์ดี
ถ้ามาแล้วไม่เจอ ก็มาถ่ายรูปพระอาทิตย์ตก หรือ ไลท์เฮาส์ฝั่งตรงข้ามได้นะคะ

ร้านในเหมือง อาหารใต้พื้นเมือง ในเขาหลัก

ร้านนี้ได้รางวัลมิชลินเพลทด้วยนะคะ การตกแต่งก็จะนำอุปกรณ์ในเหมืองแร่ดีบุก ซึ่งเคยเลื่องลือในตะกั่วป่ามาไว้ให้เราได้ชม

ส่วนอาหาร ก็จัดจ้าน เราแนะนำ ผัดสามเหม็น ซึ่งคือ สะตอ , ชะอม , กระเทียมโทน เหมือนจะทานยาก แต่ดีแบบเซอร์ไพรส์เลยค่ะ


Horse Riding in Khao Lak

ขอเริ่มต้นวันด้วยกาแฟดีๆ แวะได้ที่ร้าน Mali Coffee House เลยนะคะ อยู่บนถนนหลักที่เขาหลักเลยค่ะ

วันนี้เราจะมาขี่ม้ากันที่สนามกอล์ฟ ตรงทางไปตะกั่วป่า เราออกจากเขาหลักมาประมาณครึ่งชั่วโมง

ที่นี่ Kirinara Golf Course Khao Lak สนามกอล์ฟที่นี่ ล้อมไปด้วยวิวของทิวเขาและสวนปาล์ม — ช่วงที่เรามาฝนตกทุกวัน เลยเป็นบรรยากาศหมอกๆ ที่สนาม สวยเชียวค่ะ

ขี่ม้าที่นี่เป็นอะไรที่ดีมากๆ มีหลายเส้นทางให้เลือก แต่มาครั้งแรก อาจจะเน้นเป็นการสอนพื้นฐานอย่างจริงจัง และพาไปใกล้ๆ ก่อน ถ้าโปรแล้ว เค้าพาไปหมด จะไปขึ้นเขา สวนปาล์ม สวนยาง ชายหาด มีหมดเลยค่ะ

มาทำความคุ้นเคยกับน้องก่อน น้องบราวนี่ พันธุ์อาหรับ
อีกภาพเป็น ครูสอน กำลังสาธิตวิธีว่า คาวบอยทำงานบนหลังม้าทุกอย่าง ทำโน่นนี่ในไร่ บนหลังม้าหมด เก็บผลไม้ ตอกตะปู ก็เอาขาขึ้นมาข้างนึง เราขอหัดทำบ้าง แต่โดนห้ามไว้ก่อน เพื่อความปลอดภัย

ต้องฝึกวิธีนั่ง วิธีจับ ซึ่งมีหลายแบบด้วยค่ะ เราชอบที่เค้าสอนพื้นฐานจริงจังมาก เพราะตามสถานที่ท่องเที่ยวหลายๆ ที่เค้าให้เราขึ้นไปขี่เลย ที่นี่เราได้ทราบเบสิคหลายอย่างเลยค่ะ

จากนี้ไป รูปขี่ม้าของเราทุกรูป ทุกคนจะเห็น ใบหู หัวไหล่ ส้นเท้า ของเราอยู่ตรงกันแล้วนะคะ 


สะพานเหล็กบุญสูง + หมู่บ้านเหมืองแร่ + นาพ่อ แล นาขวัญ
จริงๆ เราคิดว่าที่นี่เป็นไฮไลท์ของทริปเราเลยค่ะ เพราะไม่ค่อยได้เห็นมุมนี้ของพังงาเลย สำหรับการเดินทางทั้งหมดตรงนี้ สามารถติดต่อร้าน นาพ่อ แล นาขวัญ ได้เลยนะคะ เพราะทัวร์รถแต๊กๆ เป็นบริการของทางร้าน คนละ 60 บาท เท่านั้น!!!
สะพานเหล็กบุญสูง เป็นสะพานความยาวกว่า 200 เมตร ที่สร้างเพื่อข้ามแม่น้ำตะกั่วป่า ซึ่งสะพานนี้สร้างมาจากเหล็กจากเรือขุดแร่ ทำให้เป็นระลึกถึงความสำคัญของตะกั่วป่า

ขอบคุณ น้องเจน และ พี่กิ๊บ คนพังงาแท้ๆ ที่พาเราไปเที่ยวในทริปพิเศษทริปนี้ ร้าน Malicoffeehouse ร้านของน้องเอง กาแฟจริงจังในราคาที่หาไม่ได้ในกทม. ฝากไปอุดหนุนด้วยนะคะ ขอบคุณพี่ๆ จาก นาพ่อ แล นาขวัญ ซึ่งพาพวกเราเที่ยวชมสถานที่ต่างๆ ถัดจากนี้ด้วยค่ะ

พังงา หรือ เชียงใหม่ ให้ทาย?

รถแต๊กๆ มารอรับเราแล้วววว

ระหว่างทางก็จะเป็นบรรยากาศทุ่งนา ทุ่งหญ้า เขียวๆ มีครอบครัวน้องควายเผือกบ้าง

หมู่บ้านคนงานเหมือนเก่า ตรงจุดที่เราไป จะมีลักษณะแบบนี้ทุกหลังเลยค่ะ

รถแต๊กๆ พาเราเข้าไปยังหมู่บ้านเก่า เป็นหมู่บ้านที่เหลืออยู่ 7 หลัง

แถวนี้น้ำท่วมทุกปี บ้านเลยจะยกสูง คนแถวนี้รู้จักกันหมดเลยค่ะ

บ้านคุณยายเด่นสุดๆ

นั่งมาอีกซักพักก่อนจะถึง ร้าน นาพ่อ แล นาขวัญ ก็จะมาเจอทุ่งหญ้ากว้างค่ะ

ถึงแล้วค่า จริงๆ ที่ร้านเป็นทุ่งนาสวยๆ เลยค่ะ แล้วก็จะมีพวกอุปกรณ์ทำนาและประมงท้องถิ่น จัดแสดงให้เราไปลองเล่นได้อยู่ แต่วันที่เรามา พายุเพิ่งเข้า เลยน้ำท่วมอยู่ค่า ตอนนี้เค้าทำใหม่เรียบร้อย

มาที่นี่ได้เจออะไรใหม่ๆ หลายอย่างเลย อย่างอันนี้คือ ลูกละไม นัทไม่เคยกินแหล่ะ

บรรยากาศดีมากค่ะ

หญ้าช้องล่ะ เคยกินมั้ยคะ?? หญ้าช้อง มีอีกชื่อว่า สันตะวาใบข้าว เป็นวัตถุดิบที่ปลูกอยู่ที่ร้านเอง นำมาทำเมนูหลากหลาย อร่อยมากกกก ต้องมาลองนะคะ

อาหารที่นี่รสชาติดี ทานแล้วฟิน มีเมนูซิกเนเจอร์หลายอย่างเลยค่ะ มาลองทานกันนะคะ

ทานเสร็จ เราก็ชิวกันที่ร้านแป้ปนึง จากนั้นเราก็เดินทางกลับสนามบินภูเก็ตค่ะ เป็นทริปพังงาที่ไม่กระโดดลงไปในทะเล ใครไม่ใช่สายดำน้ำ สายเซิร์ฟ มาตามรอยได้เลย


สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว อย่าลืมกดไลค์เพจ และ ติดตามไอจี @eatchillwander ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า




ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: