[รีวิว] ห้องอาหาร ศิลาดล – Celadon ศาสตร์อาหารไทยโบราณกับวัตถุดิบชั้นดี ณ โรงแรม สุโขทัย กรุงเทพฯ

ในช่วงสองถึงสามปีที่ผ่านมา กระแสอาหารไทยแบบ Fine Dining ได้ปะทุขึ้น ทำให้ผู้คนทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยด้วยกันเอง ได้หันมาเห็นคุณค่าของอาหารไทยเพิ่มมากขึ้น และห้องอาหาร “Celadon” หรือ “ศิลาดล” ก็ถือเป็นหนึ่งในร้านอาหารไทยที่อยู่ในแถวหน้าของวงการอาหารไทยมาอย่างช้านาน

ตั้งอยู่ใจกลางสาทร ภายในโรงแรม Sukhothai Bangkok ห้องอาหาร Celadon ในปัจจุบันอยู่ภายใต้การกุมบังเหียนของเชฟหญิง “รสริน ศรีประทุม” ที่มีความสนใจอย่างลึกซึ้งในศาสตร์อาหารไทยโบราณ โดยอาหารของห้องอาหาร Celadon นั้น เชฟรสรินได้นำเสนออาหารไทยชาววังที่หาทานได้ยากยิ่งในสูตรของ เจ้าจอมหม่อมราชวงศ์ สดับ ลดาวัลย์ ในรัชกาลที่ 5 และหม่อมหลวง เนื่อง นิลรัตน์ ให้พวกเราได้ลองลิ้มรสกัน

ห้องอาหาร Celadon ยังได้รับรางวัล Michelin Plate อีกด้วยค่ะ

ห้องอาหาร Celadon นั้น เสริฟอาหารทั้งแบบ A la carte และแบบ Tasting Menu ซึ่งนำเมนูจากใน A la carte หลายๆอย่าง มาจัด portion ให้เล็กลงเพื่อให้เราได้ทานอาหารได้หลากหลายมากขึ้น โดยวันนี้เราจะมารีวิว Tasting Menu ของร้าน Celadon กันค่ะ

เปิดคอร์สกันด้วยอาหารทานเล่นที่แสนสดชื่นอย่าง ปลาแห้งแตงโม ที่ดูธรรมดาแต่ใช้วัตถุดิบอย่างดี ตัวแตงโมหวานฉ่ำและกรอบ กับปลาสากใหญ่ที่นำมาทอดและป่นกับหอมแดงและกระเทียม เป็นปลาแห้งแตงโม ที่ปลาแห้งมันเบาและละมุนลิ้นเข้ากับแตงโมมากๆ อยากให้มาลอง

ข้าวเกรียบปากหม้อโบราณ เป็นจานที่เราชอบที่สุดในค่ำคืนนี้ (แต่คนที่ไม่ชอบกลิ่น Vinegar อาจจะไม่ชอบนะคะ)

จานนี้อัดแน่นไปด้วยเนื้อปูคลองวานแบบล้นๆ ผสมกับเห็ดชิเมจิ ตัวแป้งบางแต่เหนียวนุ่ม กับน้ำซอสซีอิ้วดำที่รสชาติจัดจ้าน ล้ำลึกไปด้วยน้ำส้มสายชูหมักจากน้ำตาลมะพร้าวสด ที่สร้างสมดุลย์ จัดจ้าน หอม ลึก

แสร้งว่าหอยเชลล์ญี่ปุ่นใบชะคราม เชฟรสรินใช้ Hokkaido Scallop สดๆมาย่าง คลุกกับปรุงรสรสเด็ด เสริมความเผ็ดด้วยพริกชี้ฟ้าจากเชียงราย และใช้ใบชะครามจากสมุทรสงคราม ซึ่งเชฟได้เล่าให้เราฟังว่า ชื่อแสร้งว่านั้น เกิดมาจากอาหารที่เรียกว่า แสร้งว่าไตปลา โดยชาวกรุงสมั้ยนั้นรู้ว่าอาหารที่ชื่อ “ไตปลา” ที่ทำจากไตปลาดองแบบทางใต้นั้นอร่อย แต่บางคนไม่กล้าทาน จึงเกิดอาหารที่ชื่อว่าแสร้งว่าขึ้น แต่ใช้เนื้อปลาสลาดย่างเยื่อเคยดี ตำกับหอมแดงและรากผักชี แล้วปรุงรสให้ใกล้เคียงกับ “ไตปลา” ทานแล้วก็สามารถแสร้งว่าได้ทาน ไตปลา ของดีภาคใต้ไปเรียบร้อยแล้ว

ต้มหน่อข่าอ่อนไก่บ้านในมะพร้าว ท้อปปิ้งด้วยโฟมกะทิ จานนี้รสชาติ balance สุดๆ ไม่ต้องแปลกใจถ้ามะพร้าวลูกนี้หน้าตาแปลกตากว่าปกติ เพราะเราก็ไม่ค่อยได้เจอมะพร้าวทรงนี้เช่นกัน โดยเชฟรสรินบอกว่า นี่คือ “มะพร้าวพวงร้อย” หรือมะพร้าวที่พวงนึงมีนับร้อยลูกนั่นเอง ซึ่งด้วยจำนวนลูกที่เยอะทำให้มะพร้าวไม่สามารถพัฒนารูปร่างเป็นปกติได้

ความเด็ดของจานนี้ นอกจากเนื้อสัมผัสของต้มข่าที่มาในรูปแบบโฟมที่เวลาทานจะรู้สึกเหมือนละลายในปาก คือเนื้อมะพร้าวพวงร้อยที่เป็นมะพร้าวเนื้ออ่อนและขูดขึ้นมาพร้อมๆ ต้มข่าได้

ผ่านไปแล้วกับ “Starters” ของมื้อนี้ เรามาเข้าอาหารจานหลักกันค่ะ โดยมีทั้งหมดสามอย่างด้วยกัน

  1. พะแนงเนื้อแก้มวัวห่อใยตองย่าง – นี่คือพะแนงที่อร่อยเป็นอันดับต้นๆ ในรอบหลายเดือนของเรา เนื้อแก้มวัวที่นุ่มสุดๆ แต่ยังเคี้ยวมันเล็กๆ กับแกงพะแนงที่เข้มข้น และหอมเครื่องแกงมากๆ
  2. กุ้งแม่น้ำย่างถ่านหลนเคยสด – กุ้งแม่น้ำไซส์ 3 ตัวโล ย่างด้วยถ่านจนหอมฉุย เนื้อกุ้งเด้งหนึบ สดดีมาก ราดด้วยหลนเคยสดรสอ่อนแต่ซับซ้อน ตักทานกับมันกุ้งแล้วมันดีงาม — จานนี้เราถึงขั้นถามย้ำกับที่ร้านว่า มาทุกครั้งจะเจอไซส์นี้ใช่มั้ย ทางร้านขอคอนเฟิร์มว่า เจอกุ้งไซส์นี้ทุกครั้งแน่นอน
  3. มะระหวานผัดไข่ – เมนูที่แสนธรรมดา แต่ความฟินที่ได้ไม่ธรรมดา มันเป็นรสชาติที่เราคุ้นเคยนะ เหมือนคุณแม่ผัดให้ทาน แต่ทุกอย่างของจานนี้คือ perfect

ดูไซส์ของกุ้งแม่น้ำกับมันเยิ้มๆนั้นสิ

มะระหวาน ที texture นั้นเข้าขั้น perfect กับซอสปรุงรสที่แสนกลมกล่อม

ปิดท้ายมื้ออาหารด้วยของหวาน เริ่มด้วยไอติมมันสำปะหลังย่าง ตรงๆตัวคือนำมันสำปะหลังไปย่าง แล้วนำไปปั่นทำไอติม รสชาติจะมันๆ ดับความคาวของอาหารที่ทานไปก่อนหน้าได้เป็นอย่างดี

จบคอร์สกันไปด้วยบัวลอยไข่เค็ม ซึ่งแน่นอนว่าเม็ดบัวลอยนั้นนุ่มหนึบกำลังดี ทานกับน้ำกะทิที่ปรุงมาได้เหมาะเจาะ ทีเด็ดคือตัวไข่เค็ม และ กะทิที่ตีเป็นโฟมมา ทำให้มันนัวมากๆ

ทางห้องอาหาร ศิลาดล ยังมี เครื่องดื่มหลากหลาย ค็อกเทลหลายตัวเข้ากับอาหารได้เป็นอย่างดี

วันนี้ แขกค่อนข้างเยอะ ทำให้เราไม่ได้ถ่ายรูปบรรยากาศในร้านมาลง พนักงานบริการดี สุภาพแบบผู้ดีกุลสตรีไทยสุดๆ เชฟรินเองก็จะมีเดินออกมาบ้าง เชฟน่ารักมากๆ ระหว่างคอร์สก็จะมีการแสดงรำอวยพรอีกด้วย

Tasting menu ที่นี่มี 2 แบบ ที่เราทานเป็น Full Experience 9 Courses ราคา 2900 บาท++ ต่อท่าน
อีกแบบเป็น Part of the Trail 6 Courses ราคา 2200 บาท++ ต่อท่าน
ส่วนเมนู A la carte สามารถชมได้บนหน้าเว็ปไซต์ค่ะ


ห้องอาหาร Celadon 
ตั้งอยู่ในโรงแรม สุโขทัย กรุงเทพฯ ถนนสาทร

Website : https://www.sukhothai.com/bangkok/en/dining/restaurant-celadon
Tel. : +66 (0) 2344 8888 Ext. 8651

เปิดให้บริการทุกวัน
มื้อเที่ยง 12:00 – 15:00 (Last order 14:00)
มื้อเย็น 18:00 – 23:30 (Last order 22:00)