[เที่ยว จอร์แดน ด้วยตัวเอง Ep. 1] รู้จักจอร์แดน แผนการเดินทาง และ ค่าใช้จ่าย

‘A whole new world’ คำนี้เป็นคำที่เราใช้อธิบาย ‘ประเทศจอร์แดน‘ ตลอดทั้งทริป เพราะมองไปทางไหน ก็เป็นวิวทิวทัศน์ที่แปลกตาและไม่เคยเห็นมาก่อน เรียกได้ว่าเราไม่มีจังหวะที่แอบงีบหลับเวลาที่นั่งรถเลย ประเทศจอร์แดนแห่งนี้ เป็นดินแดนที่สมบูรณ์ไปทั้งธรรมชาติแสนอัศจรรย์ อากาศเย็นสบาย เที่ยวง่าย เป็นที่อยู่ของทะเลสาบเดดซี ทะเลสาบที่เค็มจนไม่มีวันจมที่เราเคยเรียนตอนเด็กๆ จนต้องมาพิสูจน์ เป็นที่อยู่ของทะเลทรายสีชมพู ที่ว่ากันว่าเหมือนอยู่บนดาวอังคาร ไปจนถึงนครเพตรา สิ่งปลูกสร้างโบราณแสนอลังการ เรียกได้ว่า มาทีเดียว แต่ประสบการณ์และสิ่งที่ได้เห็นนี่คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม อย่างกับมาอีกโลกนึง จนเราต้องบอกว่า นี่คือโลกใบใหม่อีกใบจริงๆ

ประเทศจอร์แดนเป็นประเทศที่เที่ยวง่ายด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มาก เดินทางสะดวก คนไทยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า สามารถไปขอ Visa on Arrival ที่สนามบินได้เลย ทริปนั้นเราก็ปุบปับพอตัว จองก่อนไปแค่อาทิตย์กว่าๆ ขนาดเป็นช่วงวันหยุดสงกรานต์ ยังมีที่พักและทัวร์บริการในราคาที่รับได้

ส่วนคำถามที่ว่า จอร์แดนปลอดภัยมั้ย เพราะมีชายแดนติดกับ อิสราเอล ซีเรีย อิรัก ซาอุดิอาราเบีย เราต้องบอกว่า ตลอดเวลาที่เราอยู่ในจอร์แดน เรารู้สึกปลอดภัยมากๆ รู้สึกว่าเป็นประเทศที่สงบ ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ อย่างในทริปเดียวกันนี้ เราไปอิสราเอลมาด้วย ผ่านเขตเวสท์แบงค์ไปเที่ยว ก็ไม่ได้มีอะไรนะคะ คนปาเลสไตน์น่ารักมากๆ

จะมีก็แต่ในเมืองหลวงอย่างอัมมาน ตอนที่เราไปเดินเล่นกลางตลาดตอนกลางคืน ด้วยความที่ไม่มีคนหน้าหมวยแบบเราเลย (และไม่ค่อยมีผู้หญิงเดินตามถนน) จึงทำให้เราถูกจ้องค่อนข้างหนักอยู่ แต่ก็ไม่มีอะไรนะคะ อันนี้ผ่านมาหลายปีแล้ว ตอนนี้คนไทยไปเที่ยวเยอะขึ้นเยอะ คิดว่าเค้าน่าจะชินแล้วค่ะ


ข้อมูลเบื้องต้นประเทศจอร์แดน

– จอร์แดน ตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง เมืองหลวงชื่อ กรุงอัมมาน (Amman)

– ภาษา : ใช้ภาษาอาหรับเป็นภาษาราชการ แต่ด้วยความที่มีแหล่งท่องเที่ยวเยอะ ทำให้ผู้คนตามเมืองท่องเที่ยวสามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ในระดับหนึ่ง

– ค่าเงิน : สกุลเงินชื่อ Dinar มีตัวย่อว่า JOD (Jordanian Dinar) เมื่อหลายปีก่อนที่เราไป เคยตกอยู่ 50 บาท ต่อ 1 JOD แต่ตอนนี้ บาทแข็ง ราคาดีมาก ตกอยู่ 42 บาท ต่อ 1 JOD เท่านั้น / แนะนำให้ถือเงินดอลล่าไปแลกที่โน่น แต่จริงๆ ตอนนี้ร้านแลกเงินเจ้าใหญ่ที่ไทยเห็นมีเงินจอร์แดนให้แลกแล้วค่ะ

– วีซ่า : ไม่ต้องขอค่ะ สามารถไปจ่ายเงินที่โน่นได้เลย ในเว็ปบอกว่าต้องเตรียมรูปถ่าย กับ สำเนาไป แต่เราไม่ทราบและไม่ได้เตรียมไป เค้าก็ไม่ได้ขอค่ะ ขอดูแค่ตั๋วเครื่องบินขากลับ และ ถามแพลนคร่าวๆ ค่ะ ค่าวีซ่าสำหรับการเข้าครั้งเดียวแบบ Single Entry อยู่ที่ 40 JOD ค่ะ แนะนำให้ซื้อ Jordan Pass ไปเลยเพราะจะคุ้มกว่าค่ะ

– ศาสนา : นับถือศาสนาอิสลามเป็นหลักค่ะ ทำให้อาหารหลักเป็น ไก่ เนื้อวัว และ แกะ

– โทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต : ตอนนั้นเราเลือกเดินทางแบบไม่มีอินเตอร์เน็ตค่ะ เพราะจ้างคนขับรถส่วนตัวตั้งแต่ลงสนามบินจนวันกลับ เลยไม่เคยใช้โทรศัพท์เลย ตามที่พักก็มีไวไฟอยู่แล้ว แต่หากใครต้องใช้สามารถซื้อ Sim ที่สนามบินได้ค่ะ

– อาหาร : เป็นอาหารอาหรับแบบ Levantine ค่ะ เนื้ออบ Hummus โยเกิร์ต Falafel เราทานได้สบายๆ เพราะตอนอยู่ยุโรปทานบ่อย (แบบเวลาไปปารีส ร้านสตรีทฟู้ดที่ดังและคนต่อคิวยาวสุด คือร้าน Falafel อ่ะค่ะ เราไปทุกครั้งก็ทานทุกครั้ง หรือ เวลากลับบ้านดึกๆ สมัยเรียนอิตาลี ร้านที่ยังเปิดคือร้านเคบับ สลัดอาหรับ เรากินตลอด หรือใครเคยอยู่ลอนดอน จะทราบดีว่า วันคริสมาสที่ทุกอย่างปิดหมด สิ่งเดียวที่เปิดคือร้านอาหารอาหรับทุกชาติตรงถนน Edgware)  แต่รู้สึกว่าสำหรับพ่อแม่จะทานไม่ง่ายเท่าไหร่


ไปจอร์แดนเดือนไหนดี?

– อย่างแรก ขอบอกว่า ใครคิดว่าทะเลทรายร้อนนี่ต้องลบภาพนั้นไปก่อนนะคะ — เราต้องเข้าใจก่อนว่า ทะเลทรายจะร้อนไม่ร้อน ขึ้นอยู่กับภูมิอากาศของประเทศที่ทะเลทรายนั้นตั้งอยู่ค่ะ (ที่เคยไปมาคือ โมรอคโค,จอร์แดน, อริโซน่า ไปตอนหนาว หนาวจริงๆ ส่วนโอมานกับดูไบ นี่ร้อนแบบ จะเป็นลมให้ได้)

– ฤดูกาลของจอร์แดนเป็นแบบประเทศ 4 ฤดูค่ะ ช่วงที่เราไปถือว่าเป็นฤดูใบไม้ผลิ อากาศไม่เกิน 20 กลางคืนเลขตัวเดียว ส่วนธค. – กพ. อุณหภูมิจะอยู่ที่ 5-13 องศาค่ะ และ ฤดูร้อนช่วง มิย. – กย. อุณหภูมิจะอยู่ที่ 22-30 องศาค่ะ

– อย่างไรก็ตาม เรามาช่วงสงกรานต์ ซึ่งโดยปกติจะต้องเป็นช่วงที่อากาศเย็นสบาย แต่เราเจอแจ๊กพ็อตอากาศหนาวมากกกกก หนาวแบบต้องซื้อผ้าพันคอและเสื้อคลุมเพิ่มกันที่เพตราเลย อากาศอยู่ที่เลขตัวเดียว แม้จะเห็นในรูปว่าแดดแรง แต่จุดนั้นนี่ คุณแม่เราใส่เสื้อขนเป็ดแล้วนะ ส่วนเราก็คาร์ดิแกนคอเต่าหนาๆ ไปเลยค่ะ รู้สึกโชคดีมากที่เตรียมติดกระเป๋าไป

– อีกเรื่องพีคๆ ของเราคือ ตอนเราไป เพตราน้ำท่วมนะคะ โชคดีมากที่เราไปก่อน 1 วันแล้ววันถัดมาน้ำท่วมเข้าไม่ได้ ใช่ค่ะ จอร์แดนเป็นประเทศแห้งแล้งตลอดปี ร้อยวันพันปีฝนไม่ตก เราดวงไม่ดี พายุเข้า ทำให้ต้องแคนเซิลการขึ้นบอลลูน และ การไป Mujib Siq Trail (เป็นการปีนเขาผ่านลำธารตามช่องเขา พอน้ำท่วมทำให้น้ำแรงเกินไปค่ะ) ซึ่งก็เสียใจแต่ก็คิดในแง่ดีว่า เรายังได้ไปเพตรา

คุณแม่ใส่เสื้อขนเป็ดยืนหนาวอยู่

การเดินทางไปจอร์แดน

ตอนนี้มีบินตรงจาก กรุงเทพ – อัมมาน ด้วยสายการบิน Royal Jordanian Airline เป็นอีกหนึ่งสายการบินที่เราชอบค่ะ ขาไป เราบินตรงไป อัมมาน แต่ขากลับ เราใช้ Oman Air เพื่อแวะเที่ยวโอมานก่อนกลับไทยค่ะ

ส่วนสายการบินอื่นๆ ที่ต้องต่อเครื่อง ได้แก่ Gulf Air, Kuwait Air, Etihad ค่ะ

การเดินทางในจอร์แดน เราเลือกให้บริษัททัวร์ที่โน่นจัดการทุกอย่างเลยค่ะ เราลิสท์ไปบอกเค้าว่าจะทำอะไรบ้าง พักที่ไหนบ้าง แล้วให้เค้าคิดราคากลับมา อยู่ที่ 700USD หรือคนละ 21000 บาท สำหรับ การเดินทาง 5 วัน 4 คืน ในโรงแรมที่เราเลือก คิดว่าแพงไปหน่อย แต่ทริปนี้พาพ่อแม่ไป เลยกะว่าต้องสบายสุดๆ จนคุณพ่อสายลุยของเราบ่นว่าสบายไป ถ้าย้อนเวลากลับไปได้คิดว่าคงเช่ารถขับเที่ยวเอง แต่ตอนนั้นบอกตรงๆ ว่า ห่วงเรื่องขับเข้าที่พักกลางทะเลทราย เลยไม่ได้เช่ารถ (ทางไปที่พักมีทางดี ถ้ารถธรรมดาเข้าไม่ได้ ยังไงที่พักเค้าก็ส่งคนมารับอยู่ดี)

สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!


แผนการเดินทาง

Day 1

ส่วนใหญ่ที่เที่ยววันนี้ จะเป็นที่เที่ยวทางผ่านในการเดินทางไป เพตรา ค่ะ โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่นักท่องเที่ยวมักเลือกใช้ และจะเป็นเส้นทางที่เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ ที่ผนวกกับประวัติของศาสนา เพราะตรงนี้ใกล้ Holy Land มากๆ

– เดินทางถึงกรุงอัมมาน ช่วงเช้า
– เที่ยวเมือง Madaba โบถส์ St. George, Church of Apostles and the Archeological Museum
– Mount Nebo หรือภูเขาที่เชื่อว่า โมเสสได้เห็นดินแดนแห่งพันธะสัญญา
– ป้อม Crusaders ใน Karak ฟีลอัศวินมากๆ

เดินทางถึง Petra เข้าเช็คอินที่ที่พัก แล้วจึงเดินไปชม Petra At Night

Stay : Movenpick Resort Petra

Day 2

มีเวลาเดินด้วยตัวเองทั้งวันที่ Petra คนขับรถจะมารับเราตอน 16.00 น. ที่โรงแรม
เดินทางสู่ทะเลทราย Wadi Rum

Stay : Wadi Rum Sun City Camp

Day 3

ตอนเช้าตรู่ไปขึ้นบอลลูน (โดนแคนเซิลเพราะสภาพอากาศ)
ทานอาหารเช้าที่โรงแรม จากนั้น เวลา 9.00 น. จึงไป Jeep Tour ใน Wadi Rum พร้อมขี่อูฐ 1 ชม.

– ช่วงบ่ายขับรถไป Ma’in เพื่อแช่น้ำแร่ที่ Evason Ma’in
– พักผ่อน ลอยตัวและมาสก์ตัวที่ Dead Sea

Stay : Holiday Inn Dead Sea

Day 4

ช่วงเช้า ไป Mujib Siq Trail 3 ชั่วโมง (เป็นการปีนเขา ว่ายน้ำ เทรค ผ่านช่องหินเข้าไป) แต่อันนี้โดนแคนเซิลเพราะน้ำท่วมค่ะ

ช่วงบ่าย กลับ Amman เที่ยวใน Amman – Citadel – Roman Theatre – Downtown

Stay : Amman Marriott Hotel

Day 5

ไป Jerash ช่วงเช้า

ช่วงบ่ายแก่ๆ เดินทางไปสนามบินค่ะ


ค่าใช้จ่าย

เราว่าของเราแพงไปหน่อย เพราะ ทริปนี้ไปกับที่บ้าน เลยเลือกบินตรงขาไป ขากลับบินไปเที่ยวต่อโอมานแล้วกลับไทย และ เลือกที่พักที่เป็นโรงแรมซะส่วนใหญ่ จริงๆ ถ้าเลือกโรงแรมกลางๆ กับ ขับรถเอง (ซึ่งขับเองได้แน่ๆ ) น่าจะถูกกว่านี้เยอะอยู่ค่ะ

ค่าตั๋วเครื่องบิน ไปกลับ 24,337.-
ค่าทัวร์รวมโรงแรมทั้งหมด 760 USD : 23,560 บาท
ค่า Jordan Pass ** : 75 JOD : 3150 บาท
ค่าอาหาร 7 มื้อ (ส่วนมื้อเช้า มื้อเย็นที่แคมป์ มื้อเที่ยงหลังขี่อูฐ รวมอยู่ในทัวร์แล้วค่ะ) แล้วแต่ร้านที่ทาน จำได้ว่า ทานตั้งแต่ร้านทั่วไป ประมาณร้อยบาท ไปจนถึงทานที่โรงแรมหลักพัน ตีว่า 3500 บาทนะคะ
ค่าเข้าจิปะถาที่ไม่อยู่ใน Jordan Pass นิดหน่อย เช่น ค่าเข้า Petra กลางคืน, ค่าเข้าสปาที่ Ma’in

ตกประมาณ 54,000 บาท ไม่รวมทิปและช้อปปิ้ง แลกมาซึ่งไพรเวททัวร์ทุกอย่าง (Jeep ในทะเลทราย, ขี่อูฐ) รถพร้อมคนขับ โรงแรมเลือกเอง และ ไฟลท์บินตรง

**Jordan Pass จะมีให้เลือกเป็นจำนวนวัน โดยมี 3 ราคาค่ะ ที่คุ้มเพราะว่า แค่ค่าเข้าเพตรา+ค่าวีซ่า ก็เกินค่าพาสแล้ว นอกนี้ถือเป็นของแถมค่ะ สามารถซื้อออนไลน์ให้เค้าสแกน QR Code ได้เลยค่ะ


พร้อมแล้ว เข้าสู่การเดินทาง คลิ๊กที่นี่ เพื่ออ่านตอนถัดไปได้เลยค่ะ!

หากชอบรีวิว ช่วยกดไลค์เพจเป็นกำลังใจให้หน่อยนะคะ หรือไปตามไอจี @eatchillwander อัพเดทกันแบบเรียลไทม์ขอบคุณมากๆ ค่า



 

error: