[รีวิว] Bosphorus Grill ร้านอาหารริมทะเลมาร์มาร่า ข้างพระราชวังสุดอลังการในอิสตันบูล

หากใครกำลังแพลนทริปไปเที่ยวเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี วันนี้ Eat Chill Wander มีร้านอาหารวิวสวย สุดอลังการ เพราะเป็นร้านที่ตั้งอยู่ในพระราชวังริมทะเล มาแนะนำค่ะ

อ้อ และใครที่บอกว่าอาหารที่ตุรกีไม่อร่อยนี่เราขอเถียงสุดใจเลย เดี๋ยวมีรีวิวตามมาอีกหลายร้านเลยค่ะ

ขอเกริ่นก่อนเลยค่ะว่า ร้าน Bosphorus Grill ตั้งอยู่ในโรงแรม Ciragan Palace Kempinski Istanbul เป็นโรงแรมในเครือเคมปินสกี้ ที่นำพระราชวังที่ตกทอดกันมาตั้งแต่สมัยออตโตมัน ในช่วงศตวรรษที่ 17 มารีโนเวทใหม่ ให้กลายเป็นโรงแรมหรู ตามข้อตกลงระหว่างโรงแรมและกระทรวงวัฒนธรรมของประเทศตุรกี ทำให้ที่นี่เป็น พระราชวังสไตล์ออตโตมันแห่งเดียวในโลกที่เปิดให้คนอย่างเราๆเข้าพักได้

รูปจากทางเว็ปไซต์ค่ะ ร้าน Bosphorus Grill จะอยู่ทางซ้ายของรูป เห็นวิวสระว่ายน้ำ ทะเล และตัวพระราชวังค่ะ

สำหรับทริปนี้ เราไม่ได้มาพักที่นี่นะคะ แต่เรามาแวะทานอาหารเที่ยงและ อาฟเตอร์นูนที ก่อนที่จะไปเที่ยวกันต่อค่ะ โรงแรม Ciragan Palace นี้ ตั้งอยู่ริมน้ำ ตรงกลางระหว่าง Dolmabahce Palace และ ย่าน Ortakoy ที่มีสุเหร่าอยู่ริมทะเล วิวสะพานข้ามช่องแคบบอสพอรัส เป็นอีกหนึ่งวิวที่สวยงามมากๆเช่นกันค่ะ

ถามว่าที่นี่ เหมือนพระราชวังอื่นๆในอิสตันบูลมั้ย เพราะพระราชวังอื่นที่เป็นจุดท่องเที่ยวก็มีร้านอาหารและคาเฟ่ในนั้นเหมือนกัน เท่าที่สังเกต เราคิดว่าที่นี่เป็นที่เดียว ที่บริการดีมากกกกกก (แน่นอนล่ะ เครือ Kempinski นี่นา) สงบ ไม่มีนักท่องเที่ยวจอแจ ไม่ต้องแย่งใครถ่ายรูป อาหารอร่อย มาตรฐานสูง ราคาสมเหตุสมผล และตกแต่งตัวร้านอาหารได้สวยงามค่ะ

จริงๆ ในโรงแรม มีร้านอาหารหลายห้องนะคะ ร้านที่หรูหราระดับ Fine Dining ชื่อว่าร้าน Tugra โดยเค้าเรียกว่าเป็น ultimate Ottoman dining experience เลยค่ะ เสียดายที่เปิดแค่ตอนดินเนอร์ ซึ่งเราแพลนที่อื่นไว้ ที่นี่ยังได้รับรางวัลอีกมากมาย แบบที่เข้าไปดูในเว็ปโรงแรมเองได้เลยค่ะ เพราะลิสท์รางวัลยาวมาก คงจะเขียนได้ไม่หมด

อย่างร้านที่เราพามาแนะนำวันนี้ ชื่อว่าร้าน Bosphorus Grill เป็นร้านอาหารนานาชาติ ช่วงเที่ยงจะขายเป็น A la carte ตามเมนู แต่ช่วงเย็นเป็นบุฟเฟต์ค่ะ ตอนเย็นจะคนเยอะ เพราะสามารถมาชมวิวริมทะเลได้สวยๆเลยค่ะ เค้าจะเปิดหลังคากลายเป็นร้านเอาท์ดอร์ด้วย หากใครจะมาลองอีเมล์มาจองก่อนก็ดีนะคะ เราเข้าใจว่า ร้านนี้เค้าเปิดแค่ช่วงฤดูร้อน คือตั้งแต่มิถุนา ไปจนถึงกันยา เค้าบอกว่า ช่วงหน้าหนาวที่นี่ก็หนาวไป และลมทะเลจะแรงไป ก็จะมานั่งกินข้าวตรงนี้กันไม่ไหว

ส่วนชื่อ Bosphorus Grill ก็มาจากสถานที่ตั้งของร้านที่อยู่บนช่องแคบบอสพอรัส นั่งชมวิวอิสตันบูลฝั่งเอเชียกันแบบชิวๆ

บรรยากาศภายในร้าน

วิวจากบริเวณร้านค่ะ ฝั่งตรงข้ามเป็นฝั่งเอเชีย ส่วนพวกเราอยู่ฝั่งยุโรปค่ะ

มาดูอาหารที่เรากันบ้างนะคะ เค้าเตรียมอาหารเร็วมาก ออร์เดอร์ไปแป้ปเดียว อาหารมาแล้ว เราเลยรู้สึกว่าเหมาะกับการแวะมาทานมื้อเที่ยงในแผนการท่องเที่ยวย่านนี้ได้สบายๆเลยค่ะ

เรามากันสามคน สั่งจานเมนคนละอย่าง และสั่งอาหารทานเล่นมาอีกคนละอย่าง ม๊อกเทลคนละแก้ว หารกันออกมาตกคนละพันนิดๆ

เริ่มที่จานแรก สลัดแตงโมกับชีสขาว โดยชีสขาวอันนี้ มาจากเมือง Ezine ซึ่งเป็นแหล่งชีสขาวที่ดีที่สุดในตุรกีอยู่ในแคว้น Canakkale สามารถเรียกตามชื่อท้องถิ่นว่า Ezine Peyniri ก็ได้นะคะ กินกับแตงโมสดชื่นมากๆ รสชาติเข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ

จริงๆ ตุรกีนี่มี ‘โลกของชีส’ ของท้องถิ่นให้เราต้องศึกษาอีกเยอะเลยค่ะ ปกติเราจะทราบแต่เรื่องชีสฝั่งยุโรป ของที่นี่ต้องมาเรียนรู้อีกยาว

จานนี้เราสั่งแบบค่อนข้างสิ้นคิดค่ะ มันคือกุ้งชุบแป้งทอด ทานกับน้ำจิ้มไก่ แต่น่าจะเป็นจานที่ว้าวววสำหรับคนแถวนู้นมั้งคะ

ส่วนจานนี้ เรียกว่า Lahmacun หรือ พิซซ่าตุรกีค่ะ เป็นพิซซ่าแบบไม่มีชีส แล้วหน้าจะเป็นเนื้อแบบเครื่องเทศจัดๆ รสชาติตะวันออกกลางมากค่ะ เหมือนใส่ Sumac เยอะๆ ดังนั้นใครที่ไม่ชอบกลิ่นเครื่องเทศแบบตะวันออกกลางจัดๆ ก็น่าจะไม่ชอบเมนูนี้ค่ะ ข้ามไปได้เลย

เราบอกให้เค้าทำน้ำอะไรก็ได้มา ทางบาร์เทนเดอร์ก็จัดแบบตามใจมาให้ค่ะ สีสวยเชียว

จานเนื้อคือจานที่อร่อยที่สุด แต่ลืมถ่ายรูปค่าาาาาา แงๆ

ส่วนจานปลาก็สดมากๆเลยค่ะ เป็น Catch of the Day ปลาประจำวัน ตามชนิดของปลาที่ได้มาแบบสดๆ เครื่องเคียงมีความเมดิเตอเรเนียน เสิร์ฟมาพร้อมสลัดนะคะ

นี่ก็เป็น Lamb chop ที่ไม่มีกลิ่นสาบเลย เนื้อนุ่ม ทานง่าย ปรุงได้พอดีมากๆ เนื้อมันบดก็เนียนดีค่ะ

พนักงานน่ารัก บริการดี คอยดูแลตลอด

ทานเสร็จแล้ว สามารถไปเดินชมตัวพระราชวังที่มีประวัติศาสตร์ เดินเล่นริมน้ำได้ด้วยนะคะ

อ้อ จริงๆ ตรงนี้มีท่าเรือส่วนตัวนะ อยู่หน้าร้านเลยค่ะ สามารถเหมาเรือมาจากท่าอื่นๆได้ แต่ไม่มีเรือสาธารณะหรือเรือของโรงแรมนะคะ ต้องเหมามาเอง

หนึ่งในภาพที่เป็นสัญลักษณ์ของ Ciragan Palace ชิวและอลังการมากค่ะ

แม้จะเป็นตึกที่ดูเหมือนจะยุโรป แต่ถ้าดูดีๆองค์ประกอบจะเป็นแบบศิลปะอิสลาม ตามสไตล์ออตโตมันค่ะ วันนี้เราไม่ได้เข้าด้านในนะคะ เหมือนจะมีคนมาจัดงานแต่งงาน

อินฟินิตี้พูล ริมทะเลมาร์มาร่า ซึ่งเป็นทะเลที่เชื่อมทะเลดำกับทะเลเมดิเตอเรเนียน แบ่งอิสตันบูลให้อยู่บนแผ่นทวีปยุโรป และแผ่นทวีปเอเชียค่ะ

จริงๆที่ Bosphorus Grill เองก็มีของหวานนะคะ แต่เราเลือกที่จะไปจบของหวานกันที่ Gazebo Lounge ซึ่งสามารถอ่านรีวิวได้ คลิ๊กที่นี่

สำหรับรูปเพิ่มเติมลองไปดูใน อินสตาแกรมของโรงแรม @CPKempinski รูปสวยมากกกกก มีให้ถ่ายอีกหลายมุม เป็นไอเดียไปค่ะ

วิธีการเดินทาง

ง่ายที่สุดคือไปด้วยรถแท๊กซี่ค่ะ แต่ว่าแนะนำให้ข้ามฝั่งมา Beyoglu ก่อนค่ะ ฝั่งเดียวกับ Taksim Square อาจจะขึ้นรถรางมาลงตรง Dolmabahce หรือ รถใต้ดินมา Taksim แล้วเรียกแท๊กซี่มาก็จะไม่ไกลมากค่ะ ประมาณ กิโลกว่าๆ

ส่วนเราวางแผนมาที่นี่ ระหว่างที่ตอนเช้าไป พระราชวัง Dolmabahce และ ตั้งใจจะไปแถว Ortakoy ต่อ เลยได้ใช้รถบัสสาย 25E, 30D (จริงๆ อาจจะมีสายอื่นๆอีกนะคะ สามารถเช็คในกูเกิ้ลแมพได้เลยค่ะ) นั่งจากพระราชวังมา 2 ป้าย ลงป้ายชื่อ Ciragan ค่ะ โรงแรมจะถูกล้อมด้วยผนังสูงทึบ เรียกว่า ตัดขาดจากโลกวุ่นวายภายนอกมาก พอเข้าไปแล้วเป็นอีกโลกนึงเลยค่ะ

สามารถอีเมล์ไปจองหรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Website : https://www.kempinski.com/en/istanbul/ciragan-palace/
Email (สำหรับจองร้านอาหาร) : diningreservations.ciraganpalace@kempinski.com
Tel. : +90-212 236 7333

เวลาทำการ

มื้อเที่ยง : เปิดทุกวัน 12.00-15.00
มื้อเย็น : ปิดทุกวันจันทร์ 19.00-23.00

Facebook : https://www.facebook.com/CiraganPalaceKempinskiIstanbul/
Instagram : https://www.instagram.com/cpkempinski/

_______________________

อ่านรีวิวทานขนมจิบชาใน Gazebo Lounge กับวิว Ciragan Palalace ได้คลิ๊กที่นี่

สำหรับ ทริปนี้ เราแบ่งเป็น 10 ตอนตามนี้เลยค่ะ  🙂

[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 1] : บทนำ แผนการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และ สิ่งที่ควรรู้
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 2.1] : Cappadocia ดินแดนในฝันที่มีมากกว่าบ้านถ้ำและบอลลูน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 2.2] : Cappadocia ขี่อูฐ วิวบอลลูน ขับรถเที่ยวในดินแดนเหนือจินตนาการ
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 3] : Antalya เมืองเก่าสุดชิลล์ ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 4] : Pamukkale ปราสาทปุยฝ้าย บ่อน้ำแร่ที่ธรรมชาติสร้างได้เหมือนฝัน
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 5] : Ephesus เมืองกรีกโบราณ ที่อยู่ของหนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลก
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 6.1] :อิสตันบูล วันแรก ดื่มด่ำ สโลว์ไลฟ์ ในย่าน Sultanahmet
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนที่ 6.2] :จิบชาในวังริมทะเล วันที่สองใน Istanbul เมืองคัลเจอร์ที่เราหลงรัก
[เที่ยวตุรกีด้วยตัวเอง ตอนจบ] : Istanbul เมืองที่ทำให้เรารู้สึกว่า เวลา 3 วันมันยังไม่พอ
19 ชั่วโมง ใน Almaty ประเทศคาซัคสถาน เวลาสั้นๆกับวิวหลักหลายล้านที่ไม่เหมือนใคร

Related Post