Klook.com

[รีวิว] Odette สิงคโปร์ เจ้าของตำแหน่งร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย

จากวันที่เชฟ Julien Royer ได้เปิดร้าน Odette ขึ้นมาเมื่อปี 2015 ในปีถัดมา ร้าน Odette ก็ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ 2 ดาว อันทรงเกียรติโดยทันที และก้าวเข้าสู่รางวัลมิชลิน 3 ดาวในปี 2019 รวมถึงลิสท์รางวัล Asia’s 50 Best Restaurants ลิสท์ที่นำร้านอาหารที่ดีที่สุดทั่วทั้งเอเชียมาจัดอันดับ จากอันดับที่ 9 ในปีแรก เข้ามาสู่อันดับที่ 5 และกลายมาเป็นข่าวใหญ่ที่ฮือฮามากที่สุดในหมู่นักชิม เมื่อ Odette ได้โค่นแชมป์ร้านอาหารที่ดีที่สุดอันดับหนึ่งของเอเชีย 4 ปีซ้อนอย่าง Gaggan ลงได้สำเร็จ และยังอยู่ในลิสท์ The World’s 50 Best Restaurants 2019 อีกด้วย

Odette เป็นชื่อของคุณยายของเชฟ Julien ซึ่งเชฟบอกว่า ทุกอย่างที่ตัวเชฟเป็นเชฟถือว่าทั้งหมดมาจากครอบครัวของเชฟ คุณยายของเขาทำให้เขาได้รับรู้ว่า ความรักและความสุขสามารถถูกถ่ายทอดผ่านอาหารได้ และที่สำคัญ เขาได้เรียนรู้ว่า อาหารจานที่พิเศษที่สุดอาจจะมาจากวัตถุดิบที่เรียบง่ายมากที่สุดก็ได้

ร้าน Odette ตั้งอยู่ใน National Gallery Singapore ค่ะ ร้านจะอยู่ใกล้ฝั่งคอร์ท ซึ่งถ้าใครนั่งแท๊กซี่มาลงที่จุดจอดรถ หรือ ขึ้นรถไฟใต้ดินมา จะต้องเดินมาจนสุดอีกปีกนึงเลยค่ะ ให้เดินทะลุมาได้เลย เราชอบบรรยากาศของ National Gallery ของสิงคโปร์มากๆ อยู่แล้ว การมีร้านไฟน์ไดนิ่ง ที่ตกแต่งสวยงามแบบนี้ ทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศแสนจรรโลงใจมากขึ้นไปอีก

พูดถึงร้านอาหารฝรั่งเศสและร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งในสิงคโปร์มีอยู่หลายร้าน ทั้งที่ได้ดาวและไม่ได้ดาว ถือว่าเป็นที่ที่ไฟน์ไดนิ่งคึกครื้นมาก แต่หากจะต้องเทียบ คงต้องเทียบกับร้านอาหารฝรั่งเศสสองดาวมิชลิน อีกร้านที่เราเคยรีวิวไว้ ซึ่งเราคิดว่า ทั้งสองร้าน ทำได้ดีเลิศทั้งคู่ แต่สไตล์แตกต่างกันค่ะ ถ้าต้องเลือก ให้เลือกแบบที่ตัวเองชอบเลย สำหรับ Odette จะค่อนข้างโมเดิร์นกว่า มีความชิคมากกว่า ความคิดสร้างสรรค์มากกว่า แต่อีกร้านจะเป็นไฟน์ไดนิ่งตามธรรมเนียมฝรั่งเศสจ๋าๆ เลย ทั้งการบริการและความพิถีพิถัน

สำหรับมื้อนี้ เรามีโอกาสได้มารับประทานมื้อเที่ยงค่ะ ที่นี่เสิร์ฟอาหารเป็นคอร์ส ไม่มีอะลาคาร์ท โดยสามารถเช็คคอร์สเมนูและราคาได้บนเว็ปไซต์เลย ร้านนี้ปิดวันอาทิตย์ และวันเสาร์ค่อนข้างเต็ม ใครที่ไปสิงคโปร์ช่วงวีคเอนด์ต้องรีบจองล่วงหน้านิดนึงนะคะ

ร้าน Odette ตกแต่งสวยมากนะคะ แต่วันนี้เต็มมากๆ เราเมล์ไปขอที่เค้า เค้าเลยเมล์กลับมาว่า นั่งในไพรเวทไดนิ่งรูมได้มั้ย วิวจะไม่สวยนะ เป็นห้องเปล่าๆ ธรรมดา แต่เราก็โอเคค่ะ

หลังจากที่เลือกเมนูและเครื่องดื่มเรียบร้อยแล้ว ทางร้านก็จะเลื่อนแผ่นวงกลมออกให้เห็นเรื่องราวของ Odette ค่ะ

เริ่มต้นด้วย Amuse Bouche ที่จัดวางมาอย่างสวยงาม ชิ้นล่างสุดที่เป็น Green Pea จะออกเปรี้ยวๆ เหมือนเป็นการเปิดต่อมรับรส แล้วตามด้วย แท่งชีส Comte+Gruyere อันนี้อร่อยอยากกินอีก สุดท้ายเป็น กุ้งโรยด้วยดริล ค่ะ

อันนี้ยังเป็น Amuse-Bouche อยู่นะคะ เป็น Mushroom tea เห็ดใส่มาในถุงชา ชงแล้วรินลงใน Egg Sabayon ทานคู่กับบาแก๊ตทรัฟเฟิล อันนี้ดีมากๆ เลยค่ะ รสชาติลึกและลื่นคอมากๆ

เริ่มกันที่คอร์สแรก Trondheim Bay Scallop หอยเชลล์จากนอร์เวย์ ทานคู่กับ แรดิชแตงโม (watermelon radish)ดอง ตัวซุปทำมาจากสาหร่าย Ogonori ทานคู่กับ Kabu nage เป็นสาหร่ายกรอบ ปรุงรสด้วย ขิงและมิ้นท์

ขนมปังเพิ่งมาเสิร์ฟค่ะ ขนมปังมี 3 ชนิด มีทั้งเนยและน้ำมันมะกอกให้เลือก ขนมปังมี โรสแมรี่บัน Sourdough และ ทรัฟเฟิลบริออช

คอร์สที่สอง Heirloom Beetroot Variation จานนี้หน้าตาสวยงามมาก ต้องลองทานคอนดิเมนท์ในจานที่มีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่ บีทรูทอบเกลือ โฮมเมด Stracciatella มีบีทรูทเมอแรง ผักดอง และ บีทรูทซอร์เบ

เป็นจานที่หลากหลาย และ พิถีพิถันน่าสนใจ รสชาติดี แต่ไม่ถึงกับว้าว

คอร์สที่สาม Rosemary Smoked Organic Egg จริงๆ คอร์สนี้เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งซิกเนเจอร์ของ Odette ก็ว่าได้ เป็นจานที่หน้าตาดูธรรมดา เรียบง่าย แต่ล้ำลึกและกลมกล่อมมาก ในถาดที่เราเห็นจะเป็น ไข่ออนเซนที่มีการตีโฟมละมุนมาก พร้อมสโมคตัวโรสแมรี่เข้าไป

นำมาเทใส่ Smoked potato syphon, Chorizo Iberico กรอบๆ และ Meuniere ตักเข้าไปแล้วมีกลิ่น Smoke กับ กลิ่นโรสแมรี่ลอยอยู่ แต่เนื้อสัมผัสของทุกอย่างมันฟิน มันเหมือนทานแล้วลอยได้เลยค่ะ เป็นจานที่ใช้วัตถุดิบซิมเปิล แต่สร้างสรรค์รสชาติที่น่าจดจำได้จริงๆ

คอร์สที่สี่ Lobster, Squid A La Plancha, Iranian Saffron, Rutabaga ล็อบสเตอร์ปรุงสุกพอดี ซอสจากหัว Rutabaga และ แซฟฟรอน มันเนียนละมุน มีกลิ่นหอม กลมกล่อม ไม่กลบล็อบสเตอร์แต่กลับช่วยเพิ่มความหวานได้ดีมากๆ น้ำมันสีเขียวๆ เป็น Drill oil ที่ทานรวมกันทั้งหมดแล้ว อยากทานเรื่อยๆ จานนี้แม้จะไม่หวือหวา แต่จัดว่าเด็ดมากค่ะ

คอร์สที่ห้า ‘Noir de Bigorre’ Pork Duo จานนี้ทางร้านจะยกหม้อหมูอบมาเปิดให้เราชมและดมกลิ่นกันก่อน ว่า ชิ้นนี้นะที่จะได้ทาน ส่วนในหม้อคือรมควันมาแบบหอมฉุยเลยค่ะ

พอลงจานมาแค่นี้จ้า ฮาาาา เนื้อหมูนุ่มมาก ซอส Charcutiere กลมกล่อม พร้อมหัวหอมดอง และ หนังหมูกรอบ

ตามด้วยชีสก่อนจะไปของหวานค่ะ ชีสจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมนะคะ แต่เราอิ่มมากๆ แบบไม่ไหวแล้ว

Pre-dessert จานนี้ประทับใจและเป็นจานที่น่าจดจำสำหรับเราค่ะ Grape Granita เสิร์ฟมาพร้อมองุ่นพีโอเน่ และ โฟม มันเปรี้ยวหวานพอดี รสสัมผัสดีเลยค่ะ

ตามด้วยคอร์สสุดท้าย เป็น Yuzu Tart ที่มีการใส่ใบชิโซะ และ เบซิล เข้าไปเพิ่มมิติของรสชาติค่ะ

สุดท้ายมี Petit Four อีก 4 ชิ้นเลยนะคะ ตัว Petit Four ก็ทำได้ดีทุกชิ้นเลยค่ะ

แต่พอดีเชฟมาเลยขอถ่ายรูปกับเชฟก่อน ไม่ได้รูป Petit Four มาซะงั้น

หากใครอยากมาลิ้มลอง ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย ปี 2019 ผู้โค่นแชมป์ 4 สมัยได้ แนะนำให้จองก่อนเนิ่นๆ นะคะ มื้อนี้เป็นเซ็ตกลางวัน 6 Course สนนราคา 198 S$ ค่ะ


ร้าน Odette

ตั้งอยู่ใน National Gallery สิงคโปร์

มื้อกลางวัน เปิดวันอังคาร – วันเสาร์
มื้อเย็น เปิดวันจันทร์ – วันเสาร์

จองได้ที่ http://www.odetterestaurant.com/reservations/

error: