เที่ยวหัวหินแบบ Eat Chill Wander เล่นแพดเดิลบอร์ด ไปสปา จิบชายามบ่าย ชมวิวพระอาทิตย์ตก [A Weekend in Hua Hin]

ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน หัวหิน ก็ยังคงเป็นจุดหมายปลายทาง ที่เราหลบไปพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์กันได้ง่ายๆ จากกรุงเทพฯ และ แม้ว่า หัวหิน จะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ก็ยังมีสิ่งน่าสนใจมากมาย ทั้งที่เก่าที่ใหม่ หลากหลายสไตล์ ที่จะมาสร้างสีสันให้กับวีคเอนด์ของเรา วันนี้ เราจึงขอทำรีวิวที่เรียกว่า แผนการพักผ่อนในหัวหิน สไตล์ Eat Chill Wander นะคะ เพราะว่า พาไปหลายฟีลเลยตั้งแต่ กิจกรรมทางน้ำ ยัน นั่งจิบชาสไตล์คุณหนู และ พาไปสปาสวยๆ

ก่อนที่จะเขียน บทความนี้ ตัวเราเองเคยคิดว่า เพื่อนๆ ส่วนใหญ่รู้จักหัวหินกันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่พอเราโพสท์รูปทริปล่าสุด กลับมีคนมาถามมากมาย ว่าไปที่ไหนมา ในรูปอยู่ที่ไหน ซึ่งเราก็ค่อนข้างประหลาดใจ เลยทำเป็นรีวิวฉบับเต็มซะเลย!

ที่นี่คือหนึ่งในรูปที่คนถามเยอะที่สุด อย่าลืมติดตามอ่านจนจบน๊าาา

คงไม่ต้องเกริ่นอะไรมาก หัวหิน อยู่ห่างจากกรุงเทพประมาณเกือบสองร้อยกิโล ขับรถไปไม่รีบ ก็ประมาณ 3 ชั่วโมงค่ะ ทริปนี้เราไปแค่เสาร์-อาทิตย์ เลย ไม่ลางานอะไรทั้งนั้น

ออกจากบ้านเช้าๆ มาถึงเที่ยงๆ เราขับไปร้านอาหารสุดฮิตแห่งหัวหินอย่าง Airspace ซึ่งตกแต่งร้านได้สวยงามมากค่ะ


Stand Up Paddle Board

หัวหินนี่นับว่าเป็นเมืองที่มีสีสัน และมีความสนุกในตัวเองมากๆ เลยนะคะ เราคิดว่าด้วยความหลากหลายของกิจกรรมที่มี ทำให้ไม่ว่า เราจะมีไลฟ์สไตล์แบบไหน เราก็จะค้นหาความสนุกจากหัวหินในสไตล์ของเราได้

กิจกรรมแรกที่ทำให้ทั้งไทม์ไลน์ของเราเต็มไปด้วยคำถามนั่นก็คือ SUP หรือ Stand Up Paddle Board นั่นเอง หัวหินเราเนี่ยมีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกหลายอย่างมากเลย ทั้งเจ็ทสกี ไคท์เซิร์ฟฟิ่ง และ แพดเดิลบอร์ด ซึ่งเราสามารถเดินหา ร้านเช่าตามหาดได้เลยค่ะ

หัวหิน กลางๆ ทะเล มีบางช่วงที่น้ำใสเหมือนกันค่ะ เราไปมากลางเดือนมีนา

สำหรับ Kite Surfing นั้น หากจะเรียน ต้องใช้เวลาประมาณ 3 วันค่ะ เป็น 1 คอร์ส โดยเราสามารถซื้อคอร์สทิ้งไว้ แล้วกลับมาเรียน เมื่อเราสะดวกได้ค่ะ เพราะเรียนหนึ่งวันก็ใช้พลังงานเยอะในระดับนึงเหมือนกัน และ Kite Surfing จะสนุกวันที่มีลมค่ะ

ส่วน Surf หรือ เซิร์ฟ เฉยๆ เนี่ย หัวหินคลื่นไม่ใหญ่พอ มีแค่บางฤดูกาลที่จะจับคลื่นได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ค่อยได้ค่ะ นั่นเป็นเหตุผลที่เราเล่น Stand Up Paddle Board หรือ แพดเดิลบอร์ดแบบยืน นั่นเอง ถ้าวันที่น้ำนิ่งๆ เราจะรู้สึกได้ชาเลนจ์ตัวเองในเรื่องการบาลานซ์มากๆ อย่างกิจกรรมที่หลายๆ ที่ในต่างประเทศฮิตกันมากในตอนนี้ก็คือ การโยคะบนแพดเดิลบอร์ดเนี่ยแหล่ะค่ะ

ในวันนี้ เรามาแบบไม่ค่อยมีดวงจะเล่น Paddle Board ซักเท่าไหร่ เพราะฝนตก คลื่นแรง ไม่เหมาะกับสำหรับ Beginner เลย แต่ด้วยความฟิต อยากออกแรง เลยลองซักหน่อยค่ะ ยืนยากมาก ไม่เหมือนที่เคยเล่นในทะเลสาบ หรือ ทะเลนิ่งๆ แบบมัลดีฟเลย เลยกลายเป็นการนั่งและนอนชิลล์อยู่บนบอร์ด เม้าท์กับเพื่อนๆ สบายๆ ไป

สังเกตท่านอนเพื่อนข้างหลัง คือ สบายใจมาก

ค่าเช่าบอร์ด เราได้มาวันละ 500 บาทนะคะ อาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละร้านค่ะ เราว่านี่เป็นอีกหนึ่งสีสันของหัวหิน ที่อยากให้มาลองกันค่ะ


Afternoon Tea at Museum Cafe

ด้วยความที่เราเป็นคนชอบอะไรย้อนยุคๆ ก็จะชอบที่นี่เป็นพิเศษค่ะ Museum Cafe ตั้งอยู่ในโรงแรม Centara Grand Beach Resort & Villa Hua Hin ซึ่งเคยเป็นโรงแรมรถไฟ จะมีทั้งอาคารเดิมและอาคารที่ต่อเติมขึ้นมาใหม่ แต่ยังคงเป็นสไตล์ที่ดูวินเทจหน่อยๆ ได้ฟีลมากๆ เลยค่ะ คิดถึงตอนไปคิวบาเลย

ที่นี่เสิร์ฟ Afternoon Tea ซึ่งมีให้เลือกถึง 3 เซ็ทค่ะ ราคาต่อเซ็ทอยู่ที่ประมาณ 500-650 บาท พร้อมเครื่องดื่มค่ะ

เล่นน้ำกันมาเหนื่อยๆ บอกเลยว่าทานหมดเกลี้ยงค่ะ

ภายในบริเวณคาเฟ่เองก็จะมีของเก่า ของสะสมเก็บไว้ด้วยค่ะ บรรยากาศดี เพราะมีสวนที่ร่มรื่นย์ อาคารสีสะอาดตา ตัดกับ เฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น

บรรยากาศดีมากค่ะ ลงรูปไปมีแต่คนถามว่าอยู่ไหน

ชุดจาก Pomelo คลิ๊กไปดูได้เลยค่ะ

อ่อ จริงๆ ถ้าใครมาหัวหินแล้วฝนตกเนี่ย เราแนะนำที่นี่เลยนะคะ สโลว์ไลฟ์และชิลล์สุดๆ นั่งริมระเบียง จิบชา อากาศจะเย็นกำลังดีเลย


Sunset at Vana Nava Sky Bar

หลังจากทั้งเล่น ทั้งชิลล์กันมาทั้งวัน มาถึงจุดสุดท้ายของวันนี้ กับการชมพระอาทิตย์ตกที่หัวหินค่ะ เวลานึกถึงหัวหินเราจะนึกถึงพระอาทิตย์ขึ้นกันใช่มั้ยคะ เพราะสำหรับทะเลหัวหิน เราต้องหันหน้าไปทางตกวันออก แต่เมื่อเราหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพื่อดูพระอาทิตย์ตกเนี่ย เราก็มีวิวของทิวเขาที่สวยงามไม่แพ้กันเลยนะคะ

เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ Vana Nava Sky ที่โรงแรม Holiday Inn Vana Nava Hua Hin ติดกับสวนน้ำที่เรารู้จักกันดีเลยค่ะ ทีเด็ดของที่นี่คือ Sky Deck ที่ยื่นออกไปจากตัวอาคารชั้น 27 มองลงไปก็จะรู้สึกหวิวๆ หน่อยๆ แต่บรรยากาศดีมากๆ เราขอคอนเฟิร์ม

อย่างที่บอกว่า เรามาวันฝนตก เลยอาจจะเห็นพระอาทิตย์ได้แค่นี้ ซึ่งก็สวยมากๆ แล้วนะคะ ถ้ามาช่วงฟ้าเปิด คงจะสวยงามกว่านี้ไปอีก


ที่พัก

สำหรับการมาหัวหินรอบนี้ มาพักคอนโดเพื่อนค่า เลยไม่มีรีวิวโรงแรมนะคะ แต่รู้สึกว่า อยากมีคอนโดที่หัวหินเป็นของตัวเองเลย เอาไว้ซื้อคอร์สเรียนไคท์เซิร์ฟฟิ่ง แล้วจะได้กลับมาเรียนเมื่อไหร่ก็ได้ รู้สึกสะดวกดี ไม่ต้องกังวลด้วยว่า ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว โรงแรมจะราคาแพงขึ้นหรือเต็มรึป่าว

ช่วงนี้มีคอนโดที่กำลังจะเปิดขาย ดูดีมากๆ อยู่ติดซิเคด้า มาร์เก็ต ห่างจากทะเล 250 เมตร ชื่อโครงการ La Habana Hua Hin (ลา ฮาบานา) หัวหิน คอนโดจากแสนสิริ พอเห็นชื่อแล้วก็เห็นภาพเลยค่ะ ชื่อ La Habana เนี่ย เป็นภาษาท้องถิ่นของเมืองฮาวาน่า เมืองอันดับต้นๆ ในใจเรา การตกแต่งยิ่งทำให้คิดถึงเข้าไปอีก เราว่า ถ้าซื้อไว้ แค่ไปเที่ยวคอนโดตัวเอง ก็มีมุมถ่ายรูปเพียบแล้ว ไม่เชื่อลองเข้าไปดูรูปที่นี่ คลิ๊กเลย!

เสียดายที่เราไปมาก่อน ไม่งั้นจะแวะไปถ่ายรูปเล่นที่ Sales Gallery เค้าซักหน่อย ใครอยากแว้ปไปก็ไปกดลงทะเบียนดูห้องเค้าได้ที่นี่นะคะ ห้องสวยจริง ราคาเริ่มต้น 2.19 ล้าน ทำเลดีมาก


Lunch at Big Fish Restaurant & Bar

วันอาทิตย์เราตื่นสายๆ มาทานอาหารเที่ยงกันที่ห้องอาหาร Big Fish Restaurant & Bar ค่ะ ห้องอาหารนี้ ตั้งอยู่ในโรงแรม Hua Hin Marriott Resort & Spa สามารถจอดรถทางถนน เพชรเกษม แล้วเดินมา หรือ จะเดินเข้ามาจากทางหาดก็ได้นะคะ เพียงแจ้งพี่รปภ. ทางฝั่งเข้าหาดนิดนึงว่า จะมาทานอาหารที่ร้าน Big Fish ค่ะ

สำหรับห้องอาหารนี้ เป็นห้องอาหารที่เราค้นพบและชอบเป็นการส่วนตัวมากๆ เพราะว่า เค้าไม่ทำอาหารไทยรสชาติฝรั่ง ไม่ใช่รสชาติแบบอาหารโรงแรมที่บางทีแพงเกินราคา แต่ที่นี่เป็นร้านอาหารที่เราไว้ใจมากๆ ในหัวหิน ทุกอย่างรสชาติดี วัตถุดิบดี ทั้งอาหารไทย และ อาหารตะวันตก

สำหรับมื้อเที่ยงและมื้อเย็น เมนูจะแตกต่างกันค่ะ มื้อเที่ยงจะเป็นเมนูง่ายๆ

อ้อ อีกหนึ่งจุดเด่นคือ ห้องอาหารนี้ แทบจะเรียกว่าอยู่บนชายหาดแล้วค่ะ กระจกกว้าง เหมือนนั่งทานบนชายหาดแต่ติดแอร์

ค๊อกเทลสีสันสนุกมากค่ะ

Spa at The Barai

อีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้ คือการทำสปาที่หัวหินค่ะ

ตอนโพสท์รูปที่นี่ไป คนอินบ๊อกซ์มาถามเต็มเลยค่ะ ที่นี่คือ The Barai Spa ตั้งอยู่ในโรงแรม Hyatt Regency Hua Hin ค่ะ เป็นสปาที่สร้างได้อลังการมาก เดินเข้าไปนี่แทบหลง มีซอกซอยเต็มไปหมด เพื่อให้เรารู้สึกได้หลบมาพักผ่อนยังอีกโลกนึงจริงๆ

หลังจากที่เดินผ่านทางเดินที่เน้นการใช้แสงและเงาผ่านทะลุ และทำให้สายตาเราเริ่มปรับแสงให้เหมาะกับความสว่างของสปา เราก็จะมาพบกับโถงด้านหน้าอย่างห้องนี้ ซึ่งบ่อน้ำสี่เหลี่ยมที่เห็นก็คือความหมายของ Barai ในภาษาเขมรนั่นเองค่ะ

ที่ The Barai นี่เลือกใช้สีสวยมากเลยค่ะ เป็นคู่สีที่มองเพลินมากๆ

จากโถงรีเซปชั่น เราจะต้องเดินผ่านทางเดิน ที่เป็นประตู เหมือนปราสาทแบบขอม เข้าไปค่ะ

ทรีทเม้นท์ที่นี่มีให้เลือกหลายตัว ถ้าจะทำให้ฟินๆ คอร์สยาวเป็น 3-4 ชั่วโมงเลยค่ะ ต้องมีเวลานิดนึง ห้องทรีทเมนท์ว่าสวยแล้ว Outdoor bath สวยมากกกกก

ทำทรีทเม้นท์เสร็จก็จะมาแช่น้ำนมกับออยที่นี่ค่ะ เป็นกลิ่น ลาเวนเดอร์ ส้ม หอมผ่อนคลายมาก นอกจาก Bath แล้ว ชาวเวอร์อาบน้ำก็เป็น Outdoor เช่นกัน ตกแต่งสวยงามค่ะ

สปานี่ติดกับคอนโด La Habana เลย เดินถึงกันได้ค่ะ


Cafe Hopping

โปรแกรมสุดท้ายของทริปนี้ เราคิดว่าใครมาหัวหิน ถ้าไม่ได้ คาเฟ่ฮอปปิ้งซักหน่อย ก็เหมือนมาไม่ถึง

ถ้าเป็นช่วงนี้ เราต้องยกความฮิตให้กับที่นี่เลยค่ะ 1D+ Day Artist ซึ่งค่อนๆ ไปทางเขาเต่าแล้วนะคะ แต่ถ้ามาจากแถวๆ ซิเคด้าก็ไม่ยากค่ะ ขับรถมาแป้ปเดียว

ที่นี่เป็นคาเฟ่ + ร้านอาหาร มีทั้งเครื่องดื่มและเมนูอาหารมากมายเลยค่ะ แต่เรายังอิ่มอยู่เลยมาทานไอติมกับน้ำกัน

ไอติมสัปปะรดอร่อยมากเลยค่ะ ร้านอยู่ริมทะเล บรรยากาศและสีสัน tropical มากๆ

จากนั้นเราก็กลับมาตายรังค่ะ กับที่ที่ทุกคนต้องไปเช็คอินเวลามาหัวหิน นั่นก็คือ Seen Space ตอนนี้ที่พลาดไม่ได้ก็มี Sundance Lounge และ Burning Daylight นะคะ อย่าง Sundance Lounge นี่หลายๆ คนอาจจะเห็นรูปบ่อยจนคิดว่าไม่มีอะไร แต่อยากให้ลองมาสัมผัสเอง ว่าบรรยากาศข้างในมันดีมากๆ

เราแวะไปกินไอศครีมที่ Burning Daylight นิดหน่อย ก่อนขับรถมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ พร้อมทำงานวันจันทร์หลังจากที่ได้ชาร์จแบตมาเต็มที่เลย!

หัวหินนี่มีหลากสีสันดีจริงๆ เลยค่ะ มีทั้งบรรยากาศของการเล่นกิจกรรมทางน้ำ คาเฟ่ชิคๆ ร้านอาหารดีๆ อาคารสวยๆ มากมาย อย่าลืมเพิ่มแพลนแว้ปไปถ่ายรูปที่ Sales Gallery ของโครงการ La Habana เผื่อเราด้วยนะ ต้องสวยและสนุกมากแน่ๆ ลงทะเบียนกันเลย   Click Here!

หากใครกำลังหาข้อมูลหัวหิน ลายแทงดีๆ ไปอ่านได้ที่นี่  Click Here!