The Colours of La Habana สีสันจากกรุงฮาวานา เมืองแห่งแรงบันดาลใจ

หนึ่งคำถามสุดฮิตที่หลายๆ คนชอบถามกันเข้ามาก็คงจะหนีไม่พ้น คำถามที่ว่าจากกว่า 50 ประเทศที่เราเคยไปมา เราชอบที่ไหนมากที่สุด จริงๆ คำถามนี้เป็นคำถามที่ตอบยากมาก เพราะแต่ละที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนกันเลย และสไตล์การเดินทางแต่ละบุคคลก็ไม่เหมือนกัน แต่มีที่ที่นึง ที่มักจะเป็นคำตอบอันดับต้นๆ ในความคิดเรา และเป็นที่ที่เรามักจะแนะนำทุกคน อยู่เสมอ นั่นก็คือ La Habana หรือ กรุงฮาวานา ประเทศคิวบานั่นเอง

แล้วทำไมถึงเป็นที่นี่? ก็คงเป็นเพราะ เมืองฮาวานา นั้น ไม่ใช่แค่สถานที่ มันไม่มีแค่ความสวย ความมีสเน่ห์ แต่มันคือการใช้ความรู้สึก การเดินทางไปที่นั่น เป็นหนึ่งในการเดินทางที่ทำให้เราได้มุมมองใหม่ๆ เป็นแง่มุมของชีวิตที่เราไม่เคยสัมผัสมาก่อน

เมืองฮาวานา หรือ La Habana ในภาษาสเปนนั้น เป็นเมืองที่เหมือนถูกหยุดเวลาไว้เมื่อปี 1950s ตึกสีพาสเทล รสคลาสสิกอเมริกัน เหล้ารัม ชีวิตแสนสโลว์ไลฟ์ ที่ที่คุณไม่ต้องก้มหน้ามองจอมือถือตลอดเวลา ที่ที่ไม่มีอินเตอร์เน็ต แต่กลับกลายเป็นที่ที่เรารู้สึกเชื่อมต่อกับผู้คนที่นั่นได้ แม้เราจะพูดภาษาสแปนิชไม่ได้เลย

ย้อนกลับไปตอนนั้น บอกเลยว่า ใช้ใจ กับ แผนที่หนึ่งฉบับ ล้วนๆ และ การตัดสินใจไปเที่ยวคิวบาคนเดียวตอนนั้น เป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีมากๆ ครั้งหนึ่งในชีวิตเลยล่ะค่ะ

ในตอนแรกๆ เราก็สงสัยและนึกภาพไม่ออกว่า การอยู่แบบไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเตอร์เน็ต รายได้ของผู้คนต่ำมากๆ เค้าอยู่กันได้ยังไง แต่เรากลับได้พบว่า คนที่นี่ใจดี เค้าไม่ได้มีการแข่งขันสูงๆ ของแบรนด์เนมไม่ได้มีค่า แม้ว่าถ้าเราเทียบความเจริญ เค้าอาจจะไม่ใช่ประเทศที่มีทุกอย่างครบ แต่ผู้คนตามท้องถนนที่เราเจอ กลับเต็มไปด้วยแววตาที่เป็นมิตร มีทั้งความชิลล์ ความสโลว์ไลฟ์​ และ ความเฟรนด์ลี่

และทำให้เราได้เรียนรู้เลยว่า หากเรามอง เราฟัง เราก็จะได้เรียนรู้ เรียนรู้จากผู้คน เรียนรู้จากมิตรภาพ และเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นโดยไม่ตัดสินก่อน

อย่างเช่น หนึ่งในบรรยากาศที่เราชอบที่สุดในฮาวานา ก็เห็นจะเป็นตอนช่วงเย็นๆ ที่คนท้องถิ่น ออกมานั่งคุยกันหน้าบ้าน นั่งเล่นบอร์ดเกมส์บ้าง เด็กๆ วิ่งเล่นเตะบอลบ้าง คุณป้าคุณลุงยืนจับกลุ่มคุยกัน ไม่มีใครมัวแต่นั่งเล่นคอมหรือมือถือ มันเป็นบรรยากาศที่คึกคักเป็นกันเองแบบไม่เราไม่ได้สัมผัสมานานแล้ว

การเดินชิลล์ๆ อยู่ใน ฮาวานา จึงเป็นอะไรที่ทั้งสนุก ทั้งน่าหลงใหล และ แถมยังปราศจากความเร่งรีบ เรียกได้ว่าเป็นการพักผ่อนอย่างแท้จริง นอกจากความรู้สึกแบบนั้นแล้ว บรรยากาศของเมืองที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมนีโอคลาสสิกย้อนยุค และ ตึกสีลูกกวาดพาสเทล ก็ยังทำให้เมืองนี้ยิ่งมีสเน่ห์และน่าจดจำขึ้นไปอีก

รายละเอียดของสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นอาร์คโค้งเรียงๆ กัน แมชกับรถเปิดประทุนชิคๆ ต้นปาล์มที่เรียงรายริมทะเล ไปจนถึงคู่สีที่ไม่แน่ใจว่านัดกันมาหรือยังไง ที่มีทั้งพาเลทสีอ่อน สีเข้ม ตัดกันสวยงาม

กิจกรรมที่พลาดไม่ได้หากได้มา ฮาวานา ก็คงหนีไม่พ้นการนั่งรถเปิดประทุน หรือ รถแบบคลาสสิกอเมริกัน ซึ่งสาเหตุที่ในฮาวานานั้นยังมีแต่รถแบบนี้ ก็เป็นเพราะว่า ทางสหรัฐมีการประกาศห้ามค้าขายแลกเปลี่ยนสินค้าตั้งแต่ช่วงปี 50s ทำให้เมืองนี้ ยังใช้รถที่ขับมาตั้งแต่สมัยนั้น ซึ่งก็ทำได้ตั้งแต่ นั่งชิลล์ๆ เรียบทะเล หรือไปดูบ้านเมืองในโซนต่างๆ

หากใครอยากลองตามไปเที่ยวฮาวานา ก็ลองอ่านรายละเอียดการเดินทางฉบับเต็มได้ คลิ๊กที่นี่เลย

แต่หากยังไม่มีเวลา เราได้ไปค้นพบ คอนโดโครงการใหม่ในหัวหิน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจาก เมืองฮาวานา เช่นเดียวกัน แถมยังมีชื่อโครงการว่า La Habana (ลา ฮาบานา หัวหิน) อีกต่างหาก พอมานั่งนึกๆ ดูแล้ว หัวหินก็มีบรรยากาศหลายๆ อย่างที่คล้ายกับฮาวาน่าเหมือนกันนะ อย่างการเป็นเมืองริมทะเล เป็นสัญลักษณ์ของการพักผ่อน การปล่อยเวลาผ่านไปชิลล์ๆ อย่างไม่ต้องเร่งรีบ สีสันในหลายๆ มุม โดยเฉพาะตัวโครงการเอง ที่นำทั้งสถาปัตยกรรม สีสันสวยๆ และ ฟีลลิ่งความสนุกสนาน ของฮาวานา มาเนรมิตเป็นคอนโดริมทะเล ที่เราเอง ก็อยากมีไว้ไปพักผ่อนชิลล์ๆ เหมือนกันนะ

เพราะทุกสีสันและความสนุกกำลังจะเกิดขึ้น! โครงการ La Habana (ลา ฮาบานา) หัวหิน คอนโดใหม่ ติดซิเคด้า มาร์เก็ต ห่างจากทะเล 250 เมตร เข้าไปดูภาพโครงการสวยๆ ได้ที่นี่ 

หรือ เข้าไปถ่ายรูปสวยๆ แวะชม The Happy Colours of Hua Hin Sale Gallery La Habana ติดซิเคด้ามาเก็ต หัวหิน (ตั้งอยู่ที่เดียวกันกับที่ตั้งโครงการจริง) 31 มีนาคม เป็นต้นไปก็ได้เหมือนกันนะคะ รายละเอียดเพิ่มเติม คลิ๊กที่นี่