เที่ยว Vancouver เมืองใหญ่น่าอยู่ติดอันดับโลกที่ต้องมาให้ได้สักครั้ง [เที่ยวแคนาดาด้วยตัวเอง]
Vancouver (แวนคูเวอร์) เป็นเมืองใหญ่ทางฝั่งตะวันตกของแคนาดาที่ใครๆ ก็ยกให้เป็นหนึ่งในเมืองที่ “น่าอยู่ที่สุดในโลก” ติดอันดับทุกปี ด้วยความลงตัวที่หาพบได้ยากมากระหว่างวิวทะเล ภูเขา และตึกระฟ้าที่อยู่ร่วมในเฟรมเดียวอย่างกลมกลืน เมืองนี้ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติรอบทิศ แต่ก็ยังมีความเป็นมหานครที่เต็มไปด้วยศิลปะ อาหารหลากวัฒนธรรม คาเฟ่เก๋ๆ
ส่วนตัวนัทมาแวนคูเวอร์เป็นครั้งแรกเลยค่ะ และเป็นการมาแคนาดาครั้งแรกของนัทด้วย ทริปนี้ ลุยเดี่ยว เที่ยวคนเดียว แต่รู้สึกได้ว่า ผู้คนค่อนข้างเป็นมิตร และโดยรวมค่อนข้างปลอดภัย เที่ยวง่าย เลยนำแพลนเที่ยว Vancouver แบบ 3 วันชิลล์ๆ มาฝากนะคะ

ข้อมูลทั่วไปเกี่ยวกับการเดินทางไป Vancouver
ที่ตั้ง : Vancouver เป็นเมืองใหญ่บนชายฝั่งตะวันตกของแคนาดา อยู่ในมลรัฐ British Columbia และถือเป็นหนึ่งในเมืองที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักมากที่สุดของประเทศ พูดง่ายๆ ถ้าฝั่งตะวันออกของแคนาดามี Toronto เป็นตัวแทนเมืองใหญ่แบบมหานคร Vancouver ก็คือคู่ตรงข้ามทางฝั่งตะวันตกที่โดดเด่นพอๆ กัน
การเดินทางจากไทย : สนามบิน Vancouver International Airport (ตัวย่อ YVR) จากกรุงเทพฯ มีไฟลท์บินตรงไปแวนคูเวอร์ โดยสายการบิน Air Canada ใช้เวลาประมาณ 13-14 ชั่วโมงค่ะ แต่จริงๆ บินต่อเครื่องก็เป็นออปชั่นที่ค่อนข้างดี เพราะเหมือนได้ออกมาพักยืดเส้นยืดสายก่อน (แล้วแต่คนชอบ) สามารถต่อเครื่องได้หลายเส้นทาง เช่น ผ่านไทเป (EVA Air), โซล (Korean Air / Asiana), โตเกียว (ANA / JAL), หรือฮ่องกง (Cathay Pacific, Hong Kong Airlines) ใช้เวลาประมาณ 15-18 ชั่วโมงค่ะ

วีซ่าเข้าประเทศแคนาดา : นัทใช้วีซ่าท่องเที่ยวอเมริกาอยู่แล้วเข้าแคนาดาค่ะ โดยมีรายละเอียดดังนี้ สำหรับผู้ถือ วีซ่าอเมริกาประเภท B1/B2 แบบ multiple-entry ที่ยังมีอายุอยู่ สามารถยื่น eTA (Electronic Travel Authorization) เพื่อเข้าประเทศแคนาดาได้โดย ไม่ต้องขอวีซ่าแคนาดาเพิ่ม ใช้เพียงการกรอกข้อมูลออนไลน์และชำระค่าธรรมเนียมแค่ร้อยกว่าบาท โดย eTA จะผูกกับหนังสือเดินทางและมีอายุสูงสุด 5 ปี หรือจนกว่าพาสปอร์ตจะหมดอายุ ขึ้นอยู่กับอะไรถึงก่อน ตลอดการเดินทาง นัทไม่เคยมีวีซ่าแปะเล่ม และไม่ได้ปริ้นท์ตัว eTA ออกมา แค่เซฟไว้ให้เคาน์เตอร์เช็คอินที่สุวรรณภูมิดู
ตอนผ่านตม.ที่แวนคูเวอร์คือง่ายมากๆ ให้เราสแกนพาสพอร์ทด้วยตัวเอง เครื่องก็จะถ่ายรูป (เหมือนเวลาเราผ่านช่องอัตโนมัติที่ไทย) มันจะมีสลิปเล็กๆ ออกมา แล้วจะมีจนท. รอเก็บสลิปอันนี้ ตรงก่อนออกไปรับกระเป๋า แต่ไม่ได้มีการเข้าช่องตม.แบบปกติ และไม่มีสแตมป์ในพาสพอร์ตด้วยค่ะ

ไป Vancouver ฤดูไหนดี? : Vancouver เป็นเมืองที่เที่ยวได้ทั้งปี แต่แต่ละฤดูมีเสน่ห์ต่างกัน นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเลือกไปตามกิจกรรมที่อยากทำ เช่น ฤดูหนาว (ธค.-กพ.)ในเมืองไม่ได้หนาวจัด แต่ไปเล่นสกีที่ภูเขาใกล้ๆ ได้หลายแห่งเลย ข้อเสียคือฝนตกเยอะมากๆ, ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายมีนา–พค.) ดอกไม้บาน อากาศเย็นสบาย, ฤดูร้อน (มิย.–กย.) พีคสุด แพงสุด เพราะคนที่โน่นชอบทำกิจกรรม Outdoor และชอบแสงแดดค่ะ, ฤดูใบไม้ร่วง (ตค.–พย.) ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ที่อากาศเย็นสบายและฝนเริ่มกลับมาตกเช่นกัน
การใช้เงินและบัตรเครดิต : สกุลเงินคือ CAD (Canadian Dollar) และร้านค้าส่วนใหญ่—โดยเฉพาะใน Vancouver—รับบัตรเครดิตแทบทั้งหมด แม้แต่ร้านกาแฟเล็กๆ ก็มักใช้ระบบ tap-to-pay ได้ ตอนขึ้นรถไฟ นัทก็ใช้บัตรเครดิตแตะเช่นกันค่ะ — ที่นี่คล้ายอเมริกา คือต้องให้ทิป 15-18% ในร้านอาหารนะคะ
แพลนเที่ยวแวนคูเวอร์ 2-3 วัน
ตามมาชมกันเลยค่ะ วันแรกเราแลนด์ก็ดึกแล้ว เนื่องจากเราเดินทางคนเดียว วิธีเดินทางจากสนามบินแวนคูเวอร์เข้าเมืองที่สะดวกที่สุดคือ SkyTrain สาย Canada Line รับกระเป๋าแล้วเดินออกมาปุ๊ป ข้ามถนนมาเจอสถานีรถไฟเลยค่ะ แทบจะอยู่ในตัวสนามบิน YVR แล้ว แล้วแต่ว่าเราพักแถวไหน ซึ่งสามารถกดนำทางจากแอพ Google Maps ได้เลย นัทลง Vancouver City Centre ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ
จริงๆ การขึ้นรถไฟ สามารถซื้อบัตร Compass Card แบบเติมเงินได้นะคะ แต่เราคือใช้บัตรเครดิตแตะตลอดทริปเลย หรือถ้าสัมภาระเยอะ ใช้ Uber ก็ใช้เวลาประมาณ 25 นาทีเช่นกันค่ะ ในช่วงระหว่างที่เที่ยว หากที่ไหนไม่มีรถไฟ หรือบัสไปถึง นัทก็นั่ง Uber เป็นหลักค่ะ
เช้าวันรุ่งขึ้นนับเป็น Day 1 ของนัทนะคะ
Day 1 Stanley Park, Gastown, Downtown Vancouver
Stanley Park
เราเริ่มต้นวันที่สถานที่ที่ไม่ว่าจะอ่านไกด์บุ๊คเล่มไหนหรือบทความไหน ก็ต้องบอกให้มา ที่นี่คือ Stanley Park เป็นสวนสาธารณะค่ะ! ตอนแรกนัทก็สงสัยว่า สวนสาธารณะ ทำไมถึงเป็นสถานที่เที่ยวที่ดังของที่นี่ พอได้มาถึงก็เพิ่งเข้าใจ ว่าพื้นที่มันใหญ่มากๆ ใหญ่แทบจะเท่าดาวน์ทาวน์ เป็นเหมือนป่าที่ติดอยู่กับเมือง — หลายคนอาจจะเทียบกับเซ็นทรัลพาร์คของนิวยอร์ก แต่ความธรรมชาติต่างกันเยอะมากๆ มันน่าสนใจจริงๆ ที่คนแวนคูเวอร์มีพื้นที่สาธารณะแบบนี้

โซนที่นักท่องเที่ยวมักจะแวะได้แก่ Totem Poles งานศิลป์ของชนพื้นเมือง First Nations ที่เล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และตำนานท้องถิ่นของแผ่นดินนี้ จากนั้นเราลัดเลาะไปตาม Seawall เส้นทางเดินริมทะเล ซึ่งความยาวทั้งหมดยาวกว่า 20 กิโลเมตร แต่เราเดินเฉพาะช่วงที่วิวสวยที่สุดแถว Brockton Point Lighthouse มองออกไปจะเห็นทั้งทะเล เมือง และภูเขาที่ปกคลุมด้วยหมอกเบาๆ ที่ลอยตามฝน
เดินเล่นเพลินๆ เราอยู่ที่นี่ไปเกือบสองชั่วโมงเลยค่ะ เลยเดินไปขึ้นบัสเพื่อไปหาอะไรทานในเมืองกัน
Gastown
ออกจากธรรมชาติ เดินทางต่อมายัง Gastown ย่านแรกของ Vancouver ที่มีประวัติย้อนไปถึงยุคปลายศตวรรษที่ 19 ย่านนี้มีความคลาสสิกมากจากอาคารอิฐเก่าที่ยังคงสถาปัตยกรรมดั้งเดิมไว้ครบถ้วน จุดที่ทุกคนต้องแวะคือ Steam Clock นาฬิกาไอน้ำที่พ่นไอน้ำจริงทุก 15 นาที นับว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่เรือนในโลกที่ยังทำงานอยู่ และเป็นสัญลักษณ์ของย่านนี้ (จริงๆ อีกที่ที่มีคือเมืองโอตารุ ฮอกไกโดนะ)
นัทเดินผ่าน Pink Alley ตรอกสีชมพูสดใสที่กลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมในช่วงหลังเพราะเป็นโปรเจกต์ศิลปะ รอบๆ ก็จะมี

ก่อนกลับที่พัก เราเดินเล่นใน Downtown บริเวณ Robson Street ซึ่งเป็นย่านร้านค้า คาเฟ่ และหอศิลป์ที่คึกคักที่สุดในเมือง ผ่านหน้า Vancouver Art Gallery และผู้คนหลากหลายสไตล์ที่ทำให้สัมผัสได้ทันทีว่า Vancouver เป็นเมือง multicultural ที่สุดแห่งหนึ่งของแคนาดา

Day 2 Canada Place, Granville Island, Shipyards ตลาดคริสต์มาสริมทะเล
Scenic Seaplane Tour
วันที่สองเราเริ่มที่ Canada Place อาคารปลายยอดสีขาวที่เป็นภาพจำของ Vancouver มานานหลายสิบปี ที่นี่เป็นจุดขึ้นเรือสำราญ จุดขึ้น seaplane และเป็นแลนด์มาร์กท่าเรือที่ห้ามพลาด จริงๆ เราจอง seaplane ชมวิวมาค่ะ แต่เพราะฝนตกหนัก เที่ยวบินเลยถูกยกเลิกทั้งหมด เลยมาเดินเล่นริมทะเลแทน

Granville Island
ต่อด้วยการข้ามไป Granville Island เกาะเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยศิลปะ อาหาร และงานฝีมือของชุมชนศิลปิน Public Market ของที่นี่เต็มไปด้วยของสด เบเกอรี่ดีๆ โรงเบียร์ และร้าน craft น่ารักๆ จนเดินได้เป็นชั่วโมง เราแวะกินอาหารทะเลที่สด แล้วก็ข้ามกลับไปด้วย Ferry จิ๋วที่น่ารักมากๆ

The Shipyards
ตอนเย็นเรานั่ง SeaBus ข้ามไป North Vancouver เพื่อไป The Shipyards พื้นที่อู่ต่อเรือเก่าที่ถูกพัฒนาให้เป็น community space แสนมีชีวิตชีวา ช่วงคริสต์มาส ย่านนี้มีตลาดคริสต์มาส ไฟประดับน่ารักๆ ลานสเกต และกิจกรรมสำหรับครอบครัว มองกลับไปก็จะเห็นวิวสกายไลน์ของแวนคูเวอร์ด้วยค่ะ

Day 3 Lynn Valley, Olympic Village
วันสุดท้ายเราหนีฝนไปเดินป่าที่ Lynn Valley แทนการไป Capilano เพราะฝนแรงและค่าเข้าค่อนข้างสูง Lynn Valley เป็นป่าฝนเขตอบอุ่นที่สวยมาก มีเส้นทางเดินผ่านสะพานแขวนท่ามกลางต้นสนสูงใหญ่ บรรยากาศเขียวชอุ่มแบบสดๆ ที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ทั่วไป เป็นพื้นที่ธรรมชาติฟรีที่คุ้มมากสำหรับคนชอบ hiking แบบเบาๆ

ออกจากป่า เราแวะคาเฟ่ Nemesis Coffee (GNW) หนึ่งในคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อที่สุดของ Vancouver ทั้งเรื่องกาแฟและสถาปัตยกรรมที่สวยโดดเด่น ก่อนจะไปเดินปิดท้ายแถว Olympic Village ย่านที่เคยเป็นหมู่บ้านนักกีฬาในโอลิมปิกฤดูหนาว 2010 และปัจจุบันเป็นหนึ่งในย่านที่น่าอยู่ที่สุดของเมือง เต็มไปด้วยคาเฟ่ ร้านอาหาร และวิวเมืองที่งดงามมาก ช่วงเย็นที่แดดลอดเมฆออกมานิดๆ ทำให้วิว skyline ฝั่งเมืองสวยแบบอบอุ่นจนรู้สึกอยากอยู่ต่ออีกวัน


ทริปนี้ยอมรับว่า อาจจะไม่ได้ทำอะไรเยอะ แต่เป็นแรงบันดาลใจให้เราต้องกลับมาแวนคูเวอร์ใหม่อย่างแน่นอน และรู้เลยว่า เมืองนี้ ไม่ใช่เมืองที่เน้นที่เที่ยวแลนด์มาร์ก แต่เป็นเมืองที่ต้องลองมาใช้ชีวิต มาสัมผัส เพราะเป็นเมืองที่บาลานซ์ไลฟ์สไตล์ธรรมชาติ อากาศที่บริสุทธิ์ ความสะดวกสบายของเมืองใหญ่ได้อย่างลงตัวมากๆ ค่ะ
พักที่ไหนดีใน Vancouver
Vancouver เป็นเมืองที่พักหาง่ายและมีทางเลือกหลากหลายตามสไตล์นักเดินทาง ตั้งแต่โรงแรมริมทะเลวิวสวย ไปจนถึงย่านชิลล์ๆ สำหรับคนที่อยากใช้ชีวิตแบบ local หน่อย แต่ละย่านมีคาแรกเตอร์ชัดเจน ทำให้เลือกที่พักตามไลฟ์สไตล์ได้เลย
Vancouver ถือว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยและเป็นมิตรที่สุดในภูมิภาคนี้ การเดินเที่ยวใน downtown ทั้งกลางวันและตอนหัวค่ำรู้สึกโอเคดีค่ะ จริงๆ ผู้คนไนซ์และเป็นกันเองมาก ส่วนตัวเราก็ระวังทรัพย์สินส่วนตัวตามปกติ แต่มีแค่บางย่านที่มีผู้ไร้บ้านพักอาศัยจำนวนมาก เช่น รอบๆ East Hastings ซึ่งอาจจะต้องหลีกเลี่ยง (น้อยมาก หากเทียบกับเมืองอื่นที่เคยไปค่ะ เพราะย่านอื่นก็เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก)
1. Downtown Vancouver
เหมาะที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่หรือคนที่มีเวลาเที่ยวน้อย เพราะเดินทางง่าย ใกล้แลนด์มาร์กอย่าง Canada Place, Robson Street, Vancouver Art Gallery และไป Stanley Park ก็ไม่ไกล มีทั้งโรงแรมระดับ 4–5 ดาวและบูทีคโฮเทลน่ารักๆ ให้เลือก เดินกลางคืนปลอดภัย ร้านอาหารดี คาเฟ่เยอะ และใกล้รถไฟฟ้า SkyTrain หลายสถานี
2. Coal Harbour / Waterfront
ย่านริมทะเลที่เงียบสงบกว่า downtown เล็กน้อย แต่เดินไป Canada Place และ Seawall ได้ง่าย วิวภูเขา + ทะเลคือดีมาก เหมาะกับคนที่อยากตื่นมาเห็นวิวสวยๆ หรือคนที่ชอบเดินเล่นชิลล์ๆ ริมน้ำ โดยเฉพาะตอนเช้าหรือพระอาทิตย์ตก
3. Yaletown
สไตล์ฮิปๆ นิดนึง คาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์เยอะมาก ริมน้ำสวย อยู่ไม่ไกล Olympic Village และ False Creek ทำให้เดินเล่นยามเย็นเพลิน เป็นย่านที่เหมาะกับคนที่ชอบ life-style แบบ modern urban
4. West End (ใกล้ Stanley Park)
เป็นย่านที่พักอยู่อาศัยมากกว่า เนื้อความชิลล์แบบ local สูงมาก อาหาร ethnic เยอะ ราคาพักมักจะย่อมเยากว่า downtown และสามารถเดินถึง Stanley Park ได้สบาย เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับสายธรรมชาติและสายชอบเดินเล่น
5. North Vancouver (Shipyards / Lonsdale)
เงียบแต่มีเสน่ห์ โดยเฉพาะช่วงมีตลาดหรือ event ต่างๆ ขึ้น SeaBus จาก downtown แค่ 12 นาที ข้อดีคือราคาโรงแรมมักถูกกว่า downtown นิดหน่อย และอยู่ใกล้แลนด์มาร์กธรรมชาติฝั่ง North Shore เช่น Lynn Valley, Capilano, Grouse Mountain เหมาะมากถ้าแพลนเที่ยวธรรมชาติหลายจุด
Vancouver ยังมีอะไรน่าสนใจอีกบ้าง?
อย่างที่บอกว่า ทริปนี้เวลาเราสั้นไม่พอ ฝนตกตลอดทริป เลยไปได้น้อยมากๆ และไม่ตามแผน แต่ Vancouver ยังมีสถานที่ที่มีชื่อเสียงระดับโลกอีกหลายแห่ง เช่น
Museum of Anthropology (UBC) พิพิธภัณฑ์ศิลปะแห่งชาติที่โดดเด่นด้านผลงาน First Nations
Queen Elizabeth Park จุดชมวิวเมืองที่สวยที่สุดแห่งหนึ่ง
Kitsilano Beach ชายหาดสุดชิลล์ในหน้าร้อน
Grouse Mountain สำหรับคนที่อยากขึ้นเขาหิมะใกล้เมือง
Vancouver จึงเป็นเมืองที่ “ครบ” ทั้งธรรมชาติ ศิลปะ อาหาร วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ที่ผ่อนคลายแบบไม่ต้องพยายาม ทำให้การมาเที่ยว 3 วันเป็นช่วงเวลาสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความสุขมากจริงๆ
ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

![ไปย้อนยุคแบบชิคๆที่ Havana, Cuba กันเถอะ เราไปคนเดียวมาแล้ว [ตอนที่ 1]](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2017/11/havana-cover-2-172x120.jpg)
![ลุยเดี่ยวเที่ยว San Francisco เมืองหลากวัฒนธรรม กับ 20 ที่เที่ยว ครบรส [เที่ยวอเมริกาด้วยตัวเอง]](https://www.eatchillwander.com/wp-content/uploads/2022/12/san-francisco-california-usa-travel-guide-things-to-do-172x120.jpg)
