[รีวิว] Six Senses Maxwell โรงแรมสวย ในสิงคโปร์ ที่จะทำให้คุณผ่อนคลายในทุกประสาทสัมผัส

เรายอมรับว่า เมืองแบบสิงคโปร์ เป็นเมืองใหญ่ คึกคัก และทำให้เรารู้สึกวุ่นวายในบางครั้ง โดยเฉพาะย่านใจกลางเมือง ตอนที่เราเห็นว่า โรงแรม Six Senses เครือโรงแรมและรีสอร์ทหรู ที่ขึ้นชื่อเรื่องการอยู่กับท่ามกลางธรรมชาติตามป่าตามทะเล  ขึ้นชื่อเรื่องความผ่อนคลาย จะมาเปิดอยู่กลางสิงคโปร์ ก็ทำให้เราประหลาดใจและตื่นเต้นไม่น้อย

และตามที่เราประหลาดใจ โรงแรม Six Senses Maxwell Singapore เป็นโรงแรมในเมือง แบบ City Hotel แห่งแรกในเครือ Six Senses ซึ่งทำให้เราสนใจเป็นอย่างมาก ว่า Six Senses จะยังคงความอนุรักษ์ธรรมชาติ เน้นเรื่องความยั่งยืน และ ทำให้เราผ่อนคลายตามคอนเซปท์ของโรงแรมได้มากแค่ไหน

เกริ่นก่อนว่า Six Senses ในสิงคโปร์นั้น ไม่ได้เปิดเป็นโรงแรมใหญ่ ไม่ใช่ตึกสูงระฟ้า เพราะทางโรงแรมต้องการอนุรักษ์นำโครงสร้างอาคารห้องแถวแบบดั้งเดิมของสิงคโปร์มารีโนเวท จึงทำขึ้นมา 2 โรงแรม เดินถึงกันประมาณ 5 นาที โรงแรมแรกที่เปิดมาก่อนไม่กี่เดือน ชื่อว่า Six Senses Duxton ตกแต่งแบบโมเดิร์น ดูหรูและสมาร์ท ส่วนโรงแรมแห่งนี้ ชื่อว่า Six Senses Maxwell ซึ่งการตกแต่งจะมีการผสมผสานความดั้งเดิม กลิ่นอายวินเทจ เข้ามา

จากการมาพักที่นี่ทำให้ทราบว่า แม้จะอยู่ในเมือง ทางโรงแรมก็ยังคงคอนเซปท์เรื่องความยั่งยืนได้อย่างไร้ที่ติ เราไม่เห็นการใช้พลาสติกแม้แต่ชิ้นเดียวในโรงแรม แถมยังมีลูกเล่นที่ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเต็มไปหมด ตามมาชมรีวิวกันเลยค่ะ


Checking in

เราเก็บภาพบรรยากาศหน้าโรงแรม และ ล็อบบี้มาฝาก ทางรีเซปชั่นทำการเช็คอิน เสิร์ฟเวลคัมดริงค์​และ นำกระเป๋าไปเก็บให้เราอย่างรวดเร็ว

ความพิเศษของที่นี่คือ ก่อนที่เราจะขึ้นไปยังห้องพัก ที่นี่จะมีการตีขันทิเบต (Tibetan Singing Bowl) ที่เป็นหนึ่งในวิธีการทำสมาธิและบำบัดความเครียด โดยการใช้การสั่นสะเทือนของคลื่นเสียงที่กังวาล โดยตอนที่ทางพนักงานเคาะขันทิเบตนั้น เราจะรู้สึกตกเข้าไปอยู่ในห้วงที่ทำให้อารมณ์เรานิ่ง และ กำจัดอารมณ์ที่ว้าวุ่นออกไปได้ เป็นการเปิดประสบการณ์การเข้าพักที่ดีมากๆ ค่ะ


Room

โดยทั่วไปนั้น ห้องพักในสิงคโปร์จะไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก ที่นี่นับว่าค่อนข้างใหญ่หากเทียบกับราคา จัดพื้นที่ใช้สอยได้ดี ไม่รู้สึกอึดอัด ทุกๆ ส่วนประกอบในห้องมีรายละเอียดที่สวยงามและหรูหรา ทางโรงแรมเล่าให้ฟังว่า แต่ละห้องจะออกแบบมาไม่เหมือนกัน เพราะขึ้นอยู่กับโครงสร้างอาหารดั้งเดิม

เตียงนอนนุ่มสบาย มาพร้อมหมอนสองชนิด โต๊ะหัวเตียง ได้วางหนังสือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดทำสมาธิไว้หลายชิ้น พร้อมช่องเสียบปลั๊กแบบยูนิเวอร์แซลและช่องเสียบ USB

ทางโรงแรมมีลูกบอลนวดเท้าไว้ให้ด้วยค่ะ ภาพด้านล่างทางขวา เป็นภาพของ เอกสารและบันทึกเก่าแก่ ยุคที่เริ่มสร้างประเทศสิงคโปร์ ที่ทางโรงแรมจัดเก็บไว้เหมือนพิพิธภัณฑ์ย่อมๆ

โรงแรมนี้ ดีไซน์สวยไปหมดทุกอย่างเลย ตั้งแต่ที่แขวนห้ามรบกวนหน้าห้อง

ตู้เสื้อผ้า ตู้เซฟ ของต่างๆ เตรียมไว้ให้เราพร้อมใช้

มาถึงส่วนเล็กๆ แต่เราคิดว่า ออกแบบมาดี สวย และ ทำให้เราอยากกลับมาอีก ก็คือ Mini Bar

เป็นมินิบาร์ที่ไม่ใช่แค่เอาของมาวางเรียงๆ กัน แต่เค้าคิดมาแล้วว่า เราจะอยากใช้จริงๆ ผสมเครื่องดื่ม ทานกับของทานเล่นกันสนุกสนานเลยค่ะ

นอกจากตัวมินิบาร์ (ไม่รวมในค่าห้องนะคะ) ก็ยังจะมีโต๊ะชา กาแฟ อันนี้พีคมาก เพราะชา เป็นชาที่สั่งมาจากร้านชาท้องถิ่น มีชาจีนแท้ๆ หลากหลาย ทั้ง Pu-erh, อู่หลง ผ่อนคลายมาก เค้ายังแอบมีเอาขนมกับพวกน้ำช๊อตมาไว้ให้เราอีกด้วย สังเกตดีๆ นะคะ ไม่มีพลาสติกเลย ทั้งฝั่งของกิน และ อุปกรณ์ในห้องน้ำ

ห้องน้ำที่นี่กว้างมากค่ะ โปร่ง สะอาด มีทั้งฝักบัว เรนชาวเวอร์ และ อ่างอาบน้ำ

สบู่แชมพู จะอยู่ในขวดใหญ่นะคะ ไม่ได้มีขวดพลาสติกเล็กๆ แจกให้ ส่วนอุปกรณ์อื่นๆ มาในกล่องกระดาษค่ะ

ทางไปจอง >> Booking.com


Rooftop and Swimming Pool

แม้ว่าจะไม่ใช่ตึกสูง แต่ที่นี่ก็มีระเบียงเอ้าท์ดอร์ ที่มีสระว่ายน้ำ สวนสมุนไพร และ รูฟท็อปบาร์ (ยังไม่เปิดให้บริการ)

ซึ่งเราชอบสระว่ายน้ำที่นี่มากๆ มันเป็นสระว่ายน้ำเล็กๆ แต่มีฉากหลังเป็นบันไดวน ซึ่งเป็นบันไดวนตึกแถวอันเป็นเอกลักษณ์ของสิงคโปร์ มีพื้นที่สีเขียว ตัดกับตึกสีขาว มีสตรีทอาร์ทบ้าง รู้สึกว่าเป็นมุมน่ารักๆ อีกหนึ่งมุมของโรงแรม

นอกจากนี้ ที่ชั้นนี้ยังเป็นที่ตั้งของ Earth Lab ที่ที่โรงแรมได้มีการจัดเก็บและทำเวิร์คช้อปการรียูสของ เพื่อให้โรงแรมสร้างปัญหาขยะให้น้อยมากที่สุด

ห้องฟิตเนส


Cook and Tras Social Library

นี่เป็นหนึ่งในคาเฟ่/ร้านอาหาร/บาร์ ที่สวยที่สุดของย่านนี้เลยค่ะ แม้จะไม่ได้มาพักที่โรงแรมแห่งนี้ก็แวะมากินดื่มที่นี่ได้นะคะ เราแนะนำอาหารเช้าที่นี่มากๆ

เรามาทานอาหารเช้าที่นี่ และ ยังมานั่งเล่นจิบค็อกเทลยามค่ำคืน ทานเสร็จก็ขึ้นห้องพักได้เลย สบายมากๆ

ที่เห็นว่าตกแต่งเป็นห้องสมุดนี่ไม่ได้เป็นหนังสือหลอกๆ นะคะ ที่นี่เป็นห้องสมุดที่แขกสามารถยืมหนังสือขึ้นไปอ่านบนห้องพักได้ แล้วหนังสือน่าอ่านเยอะมากเลยค่ะ โดยเฉพาะหมวดที่เกี่ยวกับ ธรรมชาติ การทำสมาธิ จิตวิทยา พฤกษศาสตร์ และอีกมากมาย

มาเริ่มกันที่อาหารเช้า ด้วยความที่โรงแรมคงคอนเซปท์รักษ์โลก สร้างขยะให้น้อยที่สุด ทางโรงแรมจึงไม่ได้มีอาหารเช้าแบบบุฟเฟ่ต์ค่ะ แต่จะให้เราเลือกจากเมนูได้ 2 เมนู + เครื่องดื่ม 1 และ ชาหรือกาแฟอีก 1  ต่อคน อย่างเราที่คุ้นเคยกับไลน์เบรคฟาสท์อลังการๆ ตอนแรกก็ไม่ค่อยชิน แต่จริงๆ มันอิ่มมากนะคะ และในจานนึง ก็จัดมาให้อย่างสวยงาม

ในส่วนของตอนกลางคืนเป็นบาร์ค่ะ ค็อกเทลใช้ได้เลยค่ะ คนสิงคโปร์มาค่อนข้างเยอะ แต่พูดยาก เพราะว่า รอบๆ โรงแรม มีบาร์อันดับต้นๆ ของเอเชีย หลายแห่งเลย


Functional Room

เราได้มีโอกาสเดินผ่าน ห้องประชุม แล้วก็ด้านล่างเป็น Champagne Bar ห้องสีชมพู และ Whisky Bar ห้องสีดำ สวยงามมากๆ


Six Senses Spa

มาถึงที่นี่แล้ว ถ้าไม่ทำสปา คงจะผ่อนคลายไม่ครบสูตร ที่นี่เค้านิยามตัวเองว่าเป็น Spa Pods เพราะห้องทรีทเม้นท์จะอยู่ในห้องคล้ายๆ กับห้องพัก แต่จัดเป็นสัดส่วนของสปาอย่างชัดเจน เรานวดน้ำมัน ผ่อนคลายดีมากๆ ที่นี่ถือว่านวดน้ำหนักดีทีเดียว

ที่ชอบที่สุดของสปาที่นี่ คือหลังทรีทเม้นท์ เค้าจะมีห้อง relaxation room ซึ่งเราจะนอนพัก ใส่หูฟัง ที่มีเสียงต่างๆ ทั้งดนตรีหรือธรรมชาติ โดยเสียงเหล่านี้จะมีโปรแกรมการสั่นและเคลื่อนไหวของเตียง (คล้ายๆ เตียงนวดอัตโนมัติ) แต่มันจะค่อยๆ สั่นเบาๆ เป็นคลื่นๆ ไปพร้อมกับเสียงที่เราเลือกค่ะ


Six Senses Duxton

เดินทะลุอีกซอยมาประมาณ 5 นาที ก็จะพบกับ อีกสาขาของ Six Senses Singapore นั่นก็คือ Six Senses Duxton ที่มีคอนเซปท์พื้นฐานเหมือนกัน แต่การตกแต่งดีไซน์ ต่างกันไปโดยสิ้นเชิง

ที่นี่จะเน้นคอนเซปท์เป็นโทนดำเหลือง ดูโมเดิร์น และ เก๋มากๆ

ที่มีโอกาสได้ข้ามมายัง สาขานี้ เพื่อมาทำ 2 อย่างค่ะ อย่างแรก ทางโรงแรม มีบริการตรวจสุขภาพแบบแพทย์แผนจีน ให้ผู้เข้าพักทุกท่าน ทางหมอเค้าจับชีพจรแล้วก็แนะนำหลายอย่างมากค่ะ เค้าสามารถบอกได้จากหลายอย่างว่าเราชอบอะไร ไม่ชอบอะไร แล้วแนะนำว่า แบบเราควรทานวัตถุดิบอะไรบ้าง (อันนี้ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละคนนะคะ ว่าเชื่อศาสตร์แพทย์ทางนี้กันขนาดไหน ส่วนตัวเราก็คิดว่า สิ่งที่เค้าแนะนำเป็นสิ่งที่ดี และเค้าก็ให้เหตุผลประกอบได้ดีค่ะ)

อย่างที่สองคือ มาทานอาหารเที่ยงที่นี่ค่ะ เป็นอาหารจีนเลยค่ะ แต่ความโมเดิร์น ความชิค ก็ตามมาตามการตกแต่งของโรงแรม อร่อยดีนะคะ ชื่อห้องอาหาร Yellow Pot ค่ะ


โรงแรม Six Senses Maxwell สิงคโปร์

ตั้งอยู่ที่ 2 Cook Street Singapore
สามารถเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน โดยสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Tanjong Pagar นอกจากนี้ยังมีอีก 4 สถานีรอบๆ ที่ใช้เวลาเดินประมาณ 10-15 นาที

เว็ปไซต์ https://www.sixsenses.com/en/hotels/maxwell
อีเมล์ reservations-maxwell@sixsenses.com
โทร. +65 6914 1400

ทางไปจอง >> Booking.com