Klook.com

[รีวิว] โรงแรม สยาม เคมปินสกี้ (Siam Kempinski) สปอยตัวเอง ในบรรยากาศรีสอร์ทหรูใจกลางกรุง

แม้ว่าเราจะเคยมีโอกาสได้ไปเยือนโรงแรมหรู ใจกลางเมือง อย่าง โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok) มาหลายต่อหลายครั้ง แต่การได้ไปเข้าพักครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้เราเซอร์ไพรส์อย่างไม่น่าเชื่อ เพราะนอกจากความยิ่งใหญ่ หรูหรา โอ่อ่า ที่เราได้สัมผัสจากส่วนหน้าของโรงแรม ทั้งบริเวณห้องอาหารชื่อดังทั้งสองห้อง บริเวณห้องจัดเลี้ยงที่ถูกใช้จัดงานพิธีมงคลอย่างสวยงามมามากมาย ภายในโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นั้น ถูกออกแบบมาให้เป็นสถานที่พักผ่อนสไตล์รีสอร์ท ที่ทำให้เราลืมไปเลยว่าเรากำลังอยู่ในใจกลางกรุงเทพมหานคร…

และหากถามนัทเป็นการส่วนตัวว่า วันหยุดเสาร์อาทิตย์ หรือ หยุดยาว จะไปพักผ่อนที่ไหนดี ที่นี่ก็คงจะเป็นอีกหนึ่งคำตอบ เป็นการพักผ่อนที่ไม่ต้องเดินทางไปสนามบิน เผื่อเวลาไปรอเช็คอิน หรือ ขับรถไปเหนื่อยๆ

อย่างที่บอกว่า สิ่งที่เซอร์ไพรส์นัท คงจะเป็นบรรยากาศสงบ ผ่อนคลาย ให้ความรู้สึกเหมือนรีสอร์ทริมทะเล เปิดประตูห้องมาแล้วก้าวลงสระว่ายน้ำได้เลย ภายในก็ร่มรื่นย์ ได้ยินเสียงนกเสียงไม้ ไม่เหมือนอยู่ในเมืองซักนิด แต่สิ่งที่ทำให้ที่นี่ชนะใจเรา คงจะเป็นรายละเอียดของความหรูหรา ความพิถีพิถัน ความใส่ใจไม่ขาดตกบกพร่อง ข้าวของเครื่องใช้ สิ่งอำนวยความสะดวก แม้แต่การตกแต่งภายในห้อง ไม่หลุดจากมาตรฐานความ luxury เลย

อาจจะฟังดูไม่ค่อยดี แต่นัทก็อดคิดไม่ได้ว่า ถ้าโรงแรมบางที่เคลมว่าตัวเองเป็นโรงแรมห้าดาว โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ก็คงจะต้องถูกยกให้เป็นโรงแรมหกดาวขึ้นมาจริงๆ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นและสำรองห้องพักผ่าน Agoda.com
คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นสำรองห้องพักผ่าน Booking.com 


First Impression (Lobby and Check-in)

ความประทับใจเริ่มต้นตั้งแต่รถเราแล่นมาถึงหน้าล๊อบบี้ ตั้งแต่ก้าวลงจากรถ ทุกคนก็ได้ให้การต้อนรับ ยิ้มแย้มเป็นอย่างดี ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นทุกครั้งที่เราได้มา โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

หลังจากตรวจเช็คอุณหภูมิ และทำตามขั้นตอนควบคุมโควิด 19 ตามมาตรฐาน ‘Kempinski White Glove Services’ ที่ทางเครือเคมปินสกี้ได้ใช้เป็นแผนปฏิบัติทั่วโลก เราก้าวเข้ามาในล๊อบบี้อันโอ่อ่าของโรงแรม ผนังสูงโปร่ง แสงธรรมชาติ เซ็นเตอร์พีซชิ้นใหญ่ ทุกอย่างล้วนให้ความรู้สึกของความสง่างาม หญิงสาวในชุดสีแดงสด ได้เข้ามาแนะนำตัวและต้อนรับเรา ทำให้เราได้รู้จักกับ ‘Lady in Red’ ผู้ที่ทำหน้าที่เสมือน Ambassador ของสยามเคมปินสกี้ ที่จะคอยแนะนำ และ ช่วยเหลือเราทุกอย่างอย่างไม่ขาดตกบกพร่อง


Duplex Cabana

Lady in Red เดินมาส่งเราที่ห้อง พร้อมทั้งอธิบายสิ่งอำนวยความสะดวกทั้งภายในห้องและรอบๆ โรงแรม ข้อมูลที่ควรทราบต่างๆ หากเราอยากจองห้องอาหาร สปา หรือ สิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ก็สามารถคุยกับ Lady in Red ของเราไปได้เลยนะคะ

Room type แบบที่เรามาพักในครั้งนี้ เป็นแบบ Duplex Cabana เป็นห้องแบบสองชั้น มีทางลงสระว่ายน้ำจากทางหน้าห้องได้เลย ซึ่งนอกจากห้องสองชั้นแบบนี้แล้ว ยังจะมีห้องแบบ Cabana ซึ่งเป็นห้องชั้นเดียว ที่มี Pool Access เช่นกัน

ส่วนห้องแบบอื่นๆ ก็มีตั้งแต่ห้อง Deluxe ไปจนถึง Family Theme Suite ที่เราเห็นในรูปแล้วรู้สึกอยากกลับไปเป็นเด็กอีกครั้ง เป็นธีมสัตว์ต่างๆ มีการเพ้นท์และตกแต่งห้องได้น่ารักมากๆ ที่นี่นอกจากจะมีความชิวเหมือนรีสอร์ทแล้ว ยังค่อนข้างให้ความสำคัญกับแขกที่มีเด็กเข้าพักด้วยมากๆ ทั้งห้องน่ารักๆ ไปจนถึง Kids’ Club ใหญ่โต ของเล่นเพียบ ทำเอาเราอยากแอ๊บเด็กไปนั่งเล่นด้วย

มาชมห้องเรากันนะคะ

เริ่มจากชั้นล่างที่ติดกับสระว่ายน้ำ จะเป็นห้องนั่งเล่น มีโต๊ะทำงาน มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำของทางด้านล่างเอง มินิบาร์ เครื่องทำกาแฟต่างๆ ก็จะอยู่ชั้นล่างค่ะ

ส่วนห้องนอนและห้องน้ำใหญ่พร้อมอ่างอาบน้ำ จะอยู่ชั้นบน ชั้นบนก็มีตู้เสื้อผ้าและโซฟานั่งเล่นเช่นกันนะคะ เราชอบแบบนี้ เพราะมันได้ความเป็น pool access เปิดห้องมาลงสระว่ายน้ำได้เลย แต่ได้ความเป็นส่วนตัว ที่ห้องนอนและอ่างอาบน้ำอยู่ชั้นบน ซึ่งเป็นข้อดีมากๆ ของห้องนี้ ส่วนข้อเสียคงจะเป็น ถ้าใครมีปัญหาการขึ้นลงบันไดลำบาก อาจจะต้องเลี่ยงค่ะ

บรรยากาศจากห้องชั้นสองค่ะ

สิ่งที่ขอชื่นชมคือเครื่องนอนที่นอนสบาย มีเมนูหมอนแบบต่างๆ ให้ด้วยนะคะ

ลำโพงและนาฬิกา เป็นที่ชาร์จแบตไร้สายในตัว

เครื่องใช้ในห้องน้ำครบเซ็ท ส่วนสบู่แชมพูจะเป็นของ Harnn ซึ่งเป็นกลิ่นซิกเนเจอร์ของ Siam Kempinski โดยเฉพาะ

เสื้อคลุมอาบน้ำ ผ้าเช็ดตัว และ สลิปเปอร์ สัมผัสนุ่มมมมมม

มีสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ เป็นการส่วนตัว แต่คิดว่าอาจจะไม่ได้ใช้กัน นั่นก็คือ ที่นี่ ทีวีมีช่องต่างประเทศให้ดูเยอะมากกกก มีช่องทีวีทั่วโลกเลยค่ะ มียันช่องคิวบาอ่ะประทับใจ ช่อง UAE ประมาณ 3 ช่อง ช่องอินเดียประมาณ 5 ภาษา ช่องมาเก๊ายังมี คือทีวีช่องที่ 1-60 เป็นช่องต่างประเทศหมดเลย เพิ่งเริ่มช่องไทยตอนช่องที่ หกสิบกว่าๆ โหดมาก เราชอบแอบดูรายการของประเทศต่างๆ เพื่อพยายามเข้าใจวัฒนธรรมและชุดความคิด ที่นี่คือกดเพลินมาก

ช่วงนี้ เมนูก็จะเน้นให้สแกน QR Code เพื่อลดการสัมผัส มีหน้ากากและสเปรย์แอลกอฮอลล์เตรียมไว้ให้ในห้องด้วยค่ะ

ที่นี่ ฟรี มินิบาร์นะคะ เติมทุกวัน ในรูปทั้งหมดคือทานได้หมดเลย Snack มี 3 อย่าง คือ มะม่วงอบแห้ง ที่เราชอบมากกกก อร่อย มีทองม้วนชุบช๊อคโกแลต ทานเพลินมาก แป้ปเดียวหมดตลอด แล้วก็สัปปะรดอบแห้งซึ่งเราว่าหวานไปหน่อยค่ะ

อันนี้คือห้องน้ำด้านล่าง เตรียมของใช้ไว้ครบถ้วนเช่นกันค่ะ

บรรยากาศตรงระเบียงห้อง สามารถลงน้ำได้เลย!

ด้วยความที่ โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ มีประตูที่เชื่อมกับ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ทำให้แขกจากต่างประเทศที่เน้นมาช้อปปิ้งมักจะเลือกมาพักที่นี่ ซึ่งเราเข้าใจมากๆ เพราะเราเชื่อว่า หากใครจัดทริปช้อปปิ้งที่ปารีสหรือลอนดอน ก็มักจะพักแถวๆ Ave. Montaigne หรือ Mayfair เพราะช้อปเสร็จ ก็สามารถกลับมาทานดินเนอร์มิชลินสตาร์ แล้วขึ้นห้องไปนอนได้เลย

หากใครคิดถึงทริปแบบนั้น มา Staycation ที่สยามเคมปินสกี้กันได้นะคะ เพราะที่นี่ก็มีห้องอาหารมิชลินสตาร์ และช้อปปิ้งกันสนุกแน่ๆ

และนี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราประทับใจสุดๆ ตอนที่ทีมแม่บ้านเข้ามาเทิร์นดาวน์ ทีมเข้ามาพร้อมอ่างแช่เท้า ผสมน้ำอุ่นเตรียมไว้ให้ ซึ่งมันเป็นอะไรที่ถูกจุดมากๆ สปอยเราเหมือนอยู่บ้านเลยค่ะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นและสำรองห้องพักผ่าน Agoda.com
คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นสำรองห้องพักผ่าน Booking.com 


Bubbly Breakfast

อยากให้ภาษาไทยมีคำว่า Bubbly ที่แปลพ้องกันได้ว่า ฟองในสปาร์กลิ้งไวน์ และ ความสดชื่นสดใส ในคำเดียวกันบ้างจังเลยค่ะ! เราชอบคอนเซปท์ของ Bubbly Breakfast มาก เพราะมันไม่ใช่แค่การทานอาหารเช้าพร้อม Sparkling Wine เท่านั้น แต่มันทำให้เราเข้าสู่วันใหม่อย่างสดชื่นสุดๆ อีกด้วย

ใช่แล้วค่ะ อาหารเช้าที่นี่ รวม Sparkling Wine ไม่อั้น พร้อมอาหารเช้าแบบไทยและนานาชาติ แบบที่ทานเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อเลยค่ะ

อาหารเช้าเสิร์ฟที่ห้องอาหาร Alati บรรยากาศดี ริมสระน้ำ มีทั้งเมนูปกติ และ เมนูเฮลตี้ อย่างอาหารไทย ก็มีตั้งแต่ ข้าวขาหมู ผัดไทยกุ้งสด ข้าวอบสัปปะรด โรตี ส่วนอาหารตะวันตก เริ่มตั้งแต่ Cold Cuts และ ชีสหลากหลายชนิด Egg Benedict , Avocado Smash, แพนเค้กหรือโทสท์ และ pastry อีกมากมาย ตอบโจทย์ทุกคนค่ะ


Pools

หนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ สยามเคมปินสกี้ มีบรรยากาศที่เงียบสงบผ่อนคลายนั่นก็เพราะว่า ตัวอาคารของโรงแรมเป็นรูปทรงโคลอสเซียม ที่ห้องพักทุกห้องจะเห็นวิวสวนและสระว่ายน้ำตรงกลาง ซึ่งสระว่ายน้ำนั้นเป็นรูปทรงอิสระที่ล้อไปกับตัวอาคาร แทรกไปกับสวนและพื้นที่พักผ่อน ทำให้ที่นี่มีสระว่ายน้ำที่ไม่ได้จำกัดรูปทรงไว้ที่สี่เหลี่ยมผืนผ้าและปลีกตัวจากบรรยากาศภายนอกโรงแรม

สระว่ายน้ำที่นี่ มีทั้งส่วนที่สร้างเป็นที่นอนกลางสระ มีความร่มรื่นย์จากต้นไม้ใหญ่หลายจุด มีสระเด็ก สระ Quiet Zone ที่ทำให้คุณปลีกวิเวกได้

อย่าลืมนอนลอยน้ำเล่นๆ บน bean bag ลอยน้ำสีน้ำเงินอันใหญ่ ด้วยนะคะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นและสำรองห้องพักผ่าน Agoda.com
คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นสำรองห้องพักผ่าน Booking.com 


Rotunda

ห้องอาหารริมสระ ที่พร้อมเสิร์ฟทั้งเครื่องดื่ม ของว่าง หรือ อาหารมื้อใหญ่ ที่นี่มาด้วยบรรยากาศผ่อนคลาย มีการตกแต่งที่ทรอปิคอลสดใส และรู้สึกได้ถึงบรรยากาศซัมเมอร์ ที่นี่เป็นอีกจุดที่เราไม่เคยทราบว่ามีอยู่ในโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ และเราคิดว่าเป็นจุดที่นอกจากจะให้บรรยากาศ บีชบาร์เก๋ๆ แล้ว ยังมีมุมที่ถือว่า instagrammable อีกหลายมุมมากๆ

อาหารที่นี่เสิร์ฟทั้งอาหารไทยและตะวันตก แต่ทีเด็ดจะเป็น เครื่องดื่มทั้งค๊อกเทล และ ม๊อกเทล ที่เสิร์ฟมาในแก้วแสนน่ารัก สดชื่น สวยงาม made my day มากๆ เลยค่ะ


Sra Bua by Kiin Kiin

เมื่อพูดถึงโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ แล้ว เราคงจะไม่พูดถึง ห้องอาหารโมเดิร์นไทย เจ้าของรางวัล มิชลินสตาร์ 1 ดาว อย่าง ‘Sra Bua by Kiin Kiin’ ไม่ได้

เรามีโอกาสมาห้องอาหารนี้ หลายครั้ง และเคยเขียนรีวิวมื้อเที่ยงไว้ สามารถเข้าไปอ่านได้ คลิ๊กที่นี่

เมนูที่ถูกรังสรรค์ขึ้นที่นี่ ถูกนิยามว่าเป็น อาหารโมเดิร์นไทย ซึ่งมีลูกเล่น และ เทคนิคที่น่าตื่นตา ทำให้การรับประทานอาหารไทย ที่ถูกตีความตามแบบฉบับของ Kiin Kiin ช่างสนุกและเป็นที่น่าจดจำทุกครั้ง

อย่างในครั้งนี้ เราก็สนุกไปกับการทานต้มยำ ที่เสิร์ฟมาพร้อมข้าวเกรียบกุ้ง และ หลอดฉีดยาให้เราได้ฉีดเส้นทำเอง เชฟได้แรงบันดาลใจมาจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งพอฉีดออกมาแล้วก็หน้าตาล้อกันได้ทีเดียว เราสนุกมากๆ

ส่วนจานเด็ดในเมนูช่วงนี้คงต้องยกให้ แกงปู ซึ่งเชฟเบิ้มใช้สูตรที่บ้านที่เป็นสูตรจากทางใต้ รวมกับเนื้อปูแน่นๆ และ พูเรข้าวโพด เข้ากันดีมากๆ

อีกจานที่ขาดไม่ได้ เป็นจานที่เป็นเอกลักษณ์ของสระบัวไปแล้ว ได้แก่ แกงแดงแข็ง ล๊อบสเตอร์ ทำแกงแดงมาในรูปแบบไอศครีม เสิร์ฟพร้อมล๊อบสเตอร์และลำไย ความข้นหวานเข้ากันดีมากๆ


Alati Sunday Brunch

ห้องอาหาร ALATi เป็นห้องอาหารเมดิเตอเรเนียน ที่เราชื่นชอบเป็นอย่างมาก สามารถอ่านรีวิวของห้องอาหาร ALATi >> คลิ๊กที่นี่ 

ในทุกๆ วันอาทิตย์ ทางห้องอาหารจะจัด Riviera Sunday Brunch ซึ่งเริ่มต้นด้วย Seafood Platter (ท่านละ 1 ที่) แล้วจึงเริ่มที่ Appetizer ซึ่งมีทั้งเมนูจากห้องอาหาร ALATi เอง และเมนูที่ทำใน Riviera Sunday Brunch เป็นพิเศษ

ในส่วนของ Appetizer เราชอบมากหลายจาน โดยเฉพาะ Tuna Carpaccio ที่เสิร์ฟเน้ือทูน่าแล่บางๆ กับ หัวไชเท้า หอมแดง เมล็ดทับทิม กลมกล่อม เข้ากันดี, Burrata Cheese ก็ละมุน กินจนหายคิดถึงอิตาลีกันไปข้าง

ตามมาด้วย Cheese และ Cold Cuts ที่จัดเต็มมากๆ ปาเต้ตับไก่และตับห่านบด อร่อยถูกใจ สั่งมาได้เรื่อยๆ

เต็มอิ่มกับ Main Course ที่มีทั้ง สเต๊กวากิว, ขาเป็ดกงฟีต์, ฟัวกราส์ย่าง ทุกจานทำสดใหม่ มาในพอร์ชั่นเดียวกับเวลาที่เสิร์ฟที่ร้าน ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถสั่งได้ไม่อั้น

แพ็คเกจ Riviera Sunday Brunch ราคาเริ่มต้นที่ 2,400 บาท++ ต่อท่าน รวมน้ำเปล่า ซอฟต์ดริงก์ ชา และกาแฟ สำหรับเด็กอายุ 6 ถึง 12 ปี ราคา 1,200 บาท++ ต่อท่าน
นอกจากน้ีลูกค้าทุกท่านยงัสามารถเลือกอัพเกรดแพ็คเกจเครื่องดื่มรวมไวน์และค็อกเทลได้ในราคา 1,200 บาท++ ต่อท่าน และแพ็คเกจรวมเครื่องดื่มแชมเปญระดับพรีเมียม ไวน์และค็อกเทลในราคา 2,200 บาท++ ต่อท่าน

พิเศษมากๆ หากใครยังไม่มีเวลามาพักค้างคืน แต่อยากมาสัมผัสบรรยากาศรีสอร์ทสุดชิวแบบที่เราได้รีวิวไปตอนต้น ก็สามารถมาใช้แพ็คเกจ  Daycation สิทธ์ิในการใช้สระว่ายน้ำ ภายในบริเวณสวนของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 9:00 น. ถึง 19:00 น. ในราคาพิเศษ 1,000 บาท++ สำหรับผู้ใหญ่และราคา 500 บาท++ สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี


Hanuman Bar

บาร์ที่ตั้งอยู่บริเวณล๊อบบี้อันสง่างามของ สยามเคมปินสกี้ ที่นี่จะเสิร์ฟทั้งชุดน้ำชายามบ่าย ไปจนถึงสปิริตและไวน์ชั้นดี ซึ่งเป็นที่ที่สามารถมาแบบแต่งตัวจัดเต็ม หรูหราสุดๆ หรือ จะมาแบบแคชช่วล นั่งเม้าท์กับเพื่อนสาวหลังช้อปปิ้งเสร็จ ก็ยังได้


Kempinski The Spa

เราขอแนะนำสปาที่นี่เป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ แม้จะไม่มีเวลามาพักค้างคืนที่โรงแรม ก็อยากให้มาสปอยตัวเองที่ Kempinski The Spa กันนะคะ สิ่งที่ชอบมากๆ ก็คือ เตียงนวดที่มีฮีตเตอร์ข้างล่าง ทำให้ตัวรู้สึกอุ่น ผ่อนคลาย

ห้องทรีทเม้นท์บรรยากาศการตกแต่ง ทุกสัมผัสทำได้ดีค่ะ ทั้งแสง เสียง กลิ่น

โปรแกรมนวดของที่นี่ แบ่งเป็น 4 แบบ ใช้ชื่อ 4 ฤดูเลยค่ะ ได้แก่
Spring in Your Step – Detoxing
Summer Bliss – Balancing
Autumn Sleep – Relaxing
Winter Warmer Energising

ซึ่งแต่ละโปรแกรม ก็จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันไป เช่น การใช้หินเย็น การใช้แปรงปัดตัว ส่วนโปรแกรมที่เราเลือกจะเป็น Autumn Sleep ซึ่งเน้นความผ่อนคลาย เป็นการนวดน้ำมัน ผสมกับการกดจุดค่ะ หลับลึกไปเลย ผ่อนคลายมากๆ


Other Facilities

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ยังมาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เช่นฟิตเนส ที่มีอุปกรณ์ครบครัน มีห้องสตูดิโอที่มีอุปกรณ์โยคะ ต่อยมวย Bosu สามารถออกกำลังกายได้หลากหลาย

Kids’ Club ของที่นี่ก็ใหญ่มากๆ ใครที่พาเด็กๆ มากันทั้งครอบครัวจะต้องชอบมากๆ แน่ๆ

มาสปอยตัวเอง และ ดื่มด่ำไปกับบริการชั้นเลิศ ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้ที่ โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ นะคะ

คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นและสำรองห้องพักผ่าน Agoda.com
คลิ๊กที่นี่ เพื่อเช็คโปรโมชั่นสำรองห้องพักผ่าน Booking.com 


โรงแรม สยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ (Siam Kempinski Hotel Bangkok)

991/9 ถนน พระรามที่ 1 เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330
สามารถเข้าจากทางศูนย์การค้าสยามพารากอนได้

โทร. 02 162 9000
เว็ปไซต์ kempinski.com/bangkok
อีเมล reservations.siambangkok@kempinski.com

error: