[รีวิว] Tenshino ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบบิสโทรฝรั่งเศสสุดสวย ในโรงแรม Pullman Bangkok King Power

แว็บแรกที่เราเดินเข้ามาในร้าน เท็นชิโนะ (Tenshino) เรานึกไม่ถึงเลยว่า ที่นี่จะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น ด้วยการตกแต่งร้านแบบ french bistro ที่มีสีสันสะดุดตา ทุกมุมของร้านเรียกได้ว่าผ่านการดีไซน์มาเป็นอย่างดี ทำให้เรารู้สึกถึงความหรูหราและตื่นเต้นไปพร้อมๆกัน

ร้าน Tenshino ตั้งอยู่ที่ชั้น 2 โรงแรม Pullman Bangkok King Power ที่ซอยรางน้ำ ต้องเดินทะลุเข้าไปหน่อย ทำให้ที่นี่ค่อนข้างเป็นส่วนตัว และ บรรยากาศดี การตกแต่งร้านที่สวยงาม เหมาะกับการมาดินเนอร์ทั้งวันธรรมดาและโอกาสพิเศษๆ

ทางร้านแนะนำเราว่า อาหารที่นี่เป็นอาหารญี่ปุ่นแบบร่วมสมัย ที่ยังคงคุณลักษณะและเทคนิคที่ดีที่สุดของอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม มาประกอบกับเทคนิคการทำอาหารรวมถึงวัตถุดิบที่มาจากทางตะวันตก ทำให้เกิดเป็นเมนูที่โดดเด่นและมีความหลากหลาย

ส่วนตัวเราเมื่อได้ทานไปแล้ว เราประทับใจกับการเลือกวัตถุดิบของที่นี่มากๆ เพราะเราสัมผัสได้เลยว่า ทางร้านได้เลือกใช้วัตถุดิบที่ดีสุดๆจริงๆ แถมยังปรุงได้พิถีพิถันตามมาตรฐานของอาหารชั้นเลิศ ทำให้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวมากๆ

เริ่มจากบาร์ที่มีค็อกเทล สาเก วิสกี้ญี่ปุ่น และ ไวน์ลิสท์หลากหลาย โซนนี้ เหมาะกับการทาน Pre-dinner cocktail มากๆ ตกแต่งสวยจริงๆ

แก้วนี้ชื่อว่า Sakir เป็นส่วนผสมระหว่าง Sake และ Kir โดยใช้ Sake, Creme de Cassis และ มะนาว สดชื่น เป็น Pre-Cocktail Dinner ได้ดี (ราคา 400 บาท)
Sakura Gimlet – Roku Gin กับ Cordial มะนาวที่ infused ใบชิโซะลงไป

ที่นี่เหมาะกับหลากหลายโอกาส เพราะมีทั้งห้องส่วนตัว มีทั้งโซนที่เหมาะกับการมาดินเนอร์แบบโรแมนติคๆ มาสังสรรค์กับเพื่อน มาทานกับครอบครัว หรือ แม้แต่คุยธุรกิจ

แม้ดูภายนอกจากเป็นแบบฝรั่ง แต่ถ้าสังเกตดีๆ ทุกจุดจะมีองค์ประกอบที่เป็นญี่ปุ่นอยู่

มาถึงส่วนของอาหารกันบ้าง เมนูที่เราเลือกวันนี้ค่อนข้างหลากหลาย ตั้งแต่ซูชิ สุกี้ ไปจนถึงโซบะ

เริ่มมื้ออาหาร โดยเราจะได้เลือกตะเกียบที่เราชอบกันก่อน

Amuse-Bouche วันนี้เป็นแซลมอนซึ่งทำรสชาติได้รีเฟรชชิ่งมาก

เริ่มจาก Appetizer เราเลือกเป็น Squid & Uni Dumpling (ราคา 820 บาท) เป็นเหมือนติ๋มซำ ส่วนขาวๆที่เห็นด้านนอกนั้นเป็นปลาหมึกสลับอยู่กับแป้งติ๋มซำ ที่ให้รสสัมผัสที่ดึ๋งกรุบ ส่วนอุหนินั้นไม่ได้มีแค่ที่โปะอยู่ด้านหน้าเท่านั้น แต่มีเป็นไส้อยู่ตรงกลางด้วย ไส้มีการใช้สาเก ซึ่งทำให้ได้รสชาติที่เนียนหวาน

เขยิบมากันที่จานที่มีความเป็นญี่ปุ่นแท้ๆอย่างซูชิกันบ้าง ที่นี่มีทั้ง ซูชิ และ ซาชิมิ ที่มีการนำเข้าวัตถุดิบสดๆจากตลาดปลาสึกิจิมาเรื่อยๆ เมนูจะเป็น Sushi of the day ซึ่งเชฟจะเป็นผู้เลือกซูชิมาให้เรา ดังนั้น หากอยากทานอะไร หรือ ชอบไม่ชอบอะไร ให้แจ้งทางร้านได้เลยนะคะ

สำหรับ Sushi of the day (ราคา 1240 บาท) ในวันนี้ของเราประกอบไปด้วย Hotate, Hamachi, Otoro, Madai, Akami ซึ่งทุกชิ้นเป็นปลาที่ชอบพอดี เราประทับใจกับ Madai มากๆ Akami ก็เอจมาได้ดี นับเป็นจานซูชิที่คุณภาพดีมากๆ สู้ร้านซูชิได้เลย

ความพิเศษอีกอย่างคือ ที่นี่ทำซอสโชยุเอง และข้าวซูชิก็ใช้น้ำส้มสายชูแดง akazu ทำออกมารสชาติดีมากๆเลยค่ะ

เราเริ่มเข้าสู่ Main Dish จานแรกที่เราเลือกเป็นเมนูที่ฟังชื่อดูสเปนมาก แต่เป็นจานที่เซอร์ไพรส์และสร้างความประทับใจให้เราได้มากที่สุดในคืนนี้

Iberico Pluma (ราคา 660 บาท) จานนี้เด็ดมาก เราแนะนำเลย อธิบายก่อน ความหมายของคำว่า Iberico Pluma นั้นก็ประมาณว่า สันคอหมูพันธ์ุจาก Iberico สำหรับเราแล้ว หมูดำไอบีเรียนที่เรียกกันว่า Iberico อ่ะ อร่อยจริง เราชอบเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว ส่วน Pluma จริงๆแปลว่าขนนก แต่มันก็ใช้เรียก เนื้อที่อยู่ตรงสันคอติดกับหลังที่นุ่มมากๆๆ แบบเรียกว่า ขนนกเลยอ่ะ ซึ่งปกติเราก็จะเคยกินแบบสเต๊กในอาหารสเปนไรงี้

จานนี้นำหมูส่วนนี้ มาทำเป็นแช่ซีอิ๊ว ทานกับไข่ออนเซน คุณพระ คือดีมากกกกก เป็นรสชาติอูมาหมิแบบญี่ปุ่น แล้วละมุนละเลียดความนุ่มของไข่ออนเซนไปกับหมู Iberico ให้ระดับความฟินแบบ สิบ สิบ สิบ ไปเลยค่ะ

จานถัดไปจริงๆก็จัดว่าเด็ดมากเช่นเดียวกัน Wagyu Beef Suki (ราคา 1870 บาท) ทำตามแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น

เริ่มจากเนื้อ Kagoshima Wagyu ที่นำมาจุ่มในหม้อสุกี้ร้อนๆที่โต๊ะ ตัวน้ำสุกี้มีกลิ่นของมิรินและซอสถั่วเหลืองที่หอมอูมาหมิมาก เอาเป็นว่า เนื้อดีมากกกกก น้ำสุกี้ดีมากกกกก ก็ไม่รู้จะต้องบรรยายอะไรอีกแล้ว พนักงานจุ่มเนื้อแบบพอดีๆ ตอนนำมาจุ่มไข่ทานมันแบบ ละลายในปาก รสชาติของเนื้อและสุกี้ออกมาแบบกระจาย โคตรฟินเลยค่ะ ละมุน นุ่ม ละลาย ถึงรส ต้องลองเองจริงๆ

ยิ่งถ้านึกถึงที่ไหนก็ตามที่เสิร์ฟเนื้อที่เคยผ่านการแช่แข็งนะ โอ้ยยยย ความแตกต่างจะชัดเจนมาก

ถัดมาเป็นจานล็อบสเตอร์ Live Lobster and Seaweed Butter (ราคา 1780 บาท) จานนี้อาจจะไม่โดดเด่นเท่าสองจานก่อน แต่ถือว่าอร่อย เพราะปรุงตัวล็อบสเตอร์ได้พอดี แถมความที่มันเป็นล็อบสเตอร์สด ไม่แช่แข็ง ก็ยิ่งทำให้เนื้อมันดึ๋งไปอีก เข้ากับตัวเนยสาหร่ายได้ดี และได้มาทั้งตัวกับสองก้ามด้วยนะคะ

จบท้ายด้วยตัว Side dish เล็กๆ แต่เจ๋งเช่นเดียวกัน Black Truffle Cold Soba (ราคา 300 บาท)

เส้นโซบะที่ลวกมาแบบกรุบๆพอดี น้ำซอสที่หอมกลิ่นทรัฟเฟิลสุดๆ ข้อเสียของจานนี้มีอย่างเดียวคือ เล็กไป อยากกินอีกกกก แต่อย่างว่า จานนี้เป็น Side Dish นะคะ เลยมาใน portion นั้น

ตามด้วยขนมหวาน Azuki-Matcha Mochi (ราคา 250 บาท) แป้งโมจิเหนียวนุ่ม ไส้ถั่วแดง ตัวมัชชะลาเต้ที่แช่มาไม่หวานเกินไป มีรสขมของมัชชะที่พอดี เป็นการปิดมื้อได้ดี (เราทานแบบ น้ำมัชชะก็ต้องหมด 5555)

ปิดท้ายด้วย Petit Four ที่จะสลับๆกันไปในแต่ละวันนะคะ วันนี้เป็น Chestnut Flan with Raspberry Sauce แล้วก็ Yuzu Tiramisu เราชอบทั้งสองตัวเลยค่ะ ในแต่ละถ้วย เนื้อสัมผัสและรสชาติขององค์ประกอบเข้ากันได้ดีเลย

บรรยากาศภายในร้าน

นอกจากอาหารจะอร่อยแล้ว เราก็ยังได้ถ่ายรูปเพลินมากเลย

ความเห็นส่วนตัวก็ยังคิดว่า ราคาอาหารค่อนข้างสูง แต่หากเทียบกับตัววัตถุดิบและความพิถีพิถันแล้ว เราคิดว่าสมเหตุสมผลเลยทีเดียว

ร้านอาหารญี่ปุ่น เท็นชิโนะ

ชั้น 2 โรงแรม พูลแมน คิง เพาเวอร์ กรุงเทพ
ซอย รางน้ำ โรงแรมอยู่ด้านหลัง ที่เดียวกับเวลาไปช้อปปิ้ง Duty Free เลยค่ะ

เปิดทุกวัน 18.00 – 23.00 น.
จองโต๊ะออนไลน์ได้ที่ https://bit.ly/2ChZGt0

อีเมล์ tenshino@pullmanbangkokkingpower.com

Related Post