[รีวิว​] Ginza Sushi Ichi มื้อเที่ยงแบบโอมากาเสะระดับมิชลิน 1 ดาว ในราคาที่จับต้องได้

คงจะกล่าวได้ว่า โอมากาเสะ (Omakase) ได้กลายเป็นคำคุ้นชินหูของทุกคนไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับมื้ออาหารซูชิสุดพิถีพิถัน ด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศ ซึ่งมักมาในราคาแพงค่อนข้างสูง แต่ก็คุ้มค่าที่นักกินหลายๆต้องไปลิ้มลอง ยิ่งถ้าเป็นที่โตเกียวแล้ว เรียกได้ว่าต้องจองร้านให้ได้ก่อน แล้วค่อยจองตั๋วเครื่องบินทีหลังกันเลยทีเดียว

เราคงจะเคยได้ยินชื่อ Sukiyabashi Jiro กันมาบ้างในฐานะตำนานนักปั้นซูชิ  ที่ยังคงปั้นซูชิชั้นเลิศให้เราได้ทานกัน แม้ว่าจะอายุอานามเข้าไป 92 ปีแล้วก็ตาม หนังเรื่อง Jiro Dreams of Sushi ได้สร้างความสั่นสะเทือนแก่วงการซูชิทั่วโลก เรียกได้ว่า หนังเรื่องนี้ทำให้ทุกคนนอกประเทศญี่ปุ่นได้ตื่นรู้ว่า ซูชิที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร และทำให้เกิดปรากฏการณ์ Omakase บูมขึ้นมาทั่วโลกหลังจากนั้น อย่างร้าน Araki ที่ลอนดอน ที่เพิ่งได้สามดาวไป กลายเป็นหนึ่งในร้านฮิตในลอนดอน รวมถึงร้านหนึ่งในร้านโอมากาเสะที่ดีที่สุดในอเมริกาตลอดกาลอย่าง Masa ที่นิวยอร์คที่เป็นเจ้าของสามดาวมิชลินเช่นกัน

ย้อนไป 4-5 ปีก่อน ในกรุงเทพก็คงมีไม่กี่ร้านที่เสิร์ฟ Sushi Omakase แบบจริงจัง  Sushi Ichi นับเป็นร้าน Omakase เฉพาะทางเจ้าแรกๆที่ได้มาเปิดสาขาในประเทศไทยเรา โดยมีสาขาหลักอยู่ในเขต Ginza, Tokyo

ร้าน Sushi Ichi, Bangkok ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดินศูนย์การค้าเอราวัณ และได้รับรางวัล Michelin Star 1 ดาว มาไว้ในครอบครองในปี 2017 และนับเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นแห่งเดียวในไทยที่ได้รับรางวัลนี้

สิ่งที่หลายคนอาจจะไม่ทราบก็คือ ร้านนี้ นอกจากทางร้านจะเสิร์ฟ Omakase course ที่ราคาค่อนข้างสูงแล้ว (5000-7000บาท++) ทางร้านยังมีชุดซูชิมื้อกลางวัน ไว้ให้ทุกคนได้ลิ้มลองในราคาที่เอื้อมถึงอีกด้วย และวันนี้ เราก็จะพาทุกคนไปชิม Omakase Lunch Set ที่ว่านี้กันค่ะ

เราเลยขอลองเซ็ทที่ถูกที่สุดในร้านว่า ถ้ากิน Sushi Ichi ที่ราคา 1800 บาท++ เราจะได้อะไรบ้าง

อ้อ ตอนแรกเรานึกว่าวันเสาร์จะจองยาก แต่วันนั้นไปแถวนั้นพอดี เลยโทรเข้าไปก่อนประมาณครึ่งชั่วโมง ก็ยังมีที่ว่างนะคะ ตอนที่นั่งกิน ก็มีที่ว่างอีกประมาณ 4 เก้าอี้ ตอนเย็นอาจจะคนแน่นกว่า ยังไงทางร้านแนะนำให้จองล่วงหน้าประมาณ 3-4 วันสำหรับวันเสาร์อาทิตย์ และ จองล่วงหน้าประมาณ 1-2 วัน สำหรับวันธรรมดาค่ะ

เข้ามาในร้าน เราก็จะเจอเชฟกำลังเตรียมของอยู่หลังเคาเตอร์ ที่ร้าน Ichi นี้มีเชฟทั้งมด 4 ท่านด้วยกัน โดยคนที่จะทำซูชิให้เราทานวันนี้ชื่อคุณ Nakamura

พนักงานที่นี่น่ารัก ดูแลดีมากค่ะ ใน 1 ห้องที่เรานั่งมีที่นั่งประมาณ 10 ที่นั่ง มีเชฟ 2 คน ผู้ช่วย และมีพนักงานอีก 2 คนค่ะ

เริ่มต้นด้วยอาหารเรียกน้ำย่อย สามอย่างเล็กๆจัดมาในจานอย่างลงตัว ฟองเต้าหู้นั้นเนื้อสัมผัสดี ตัวซอสกลมก่อมพอใช้ มะเขือม่วงให้รสชาติหวานดี ปูกรุบกรอบ ทานเพลินดีค่ะ

เราเริ่มซูชิคำแรกด้วย Hiramasa ปลานั้นสดและคุณภาพสูงมาก แต่ข้าวนั้นปั้นมาออกจะเละไปสักนิด เราก็บ่นๆ และเหมือนเชฟจะรู้ตัว เพราะคำต่อๆมาปัญหานี้ก็หายไป

ต่อกันที่ Shima Aji ที่กรอบเด้งและมัน เข้มข้นกว่า Shima Aji  ในร้านทั่วไป ถือว่าทำออกมาได้ดีเลยค่ะ

คำต่อมาคือทูน่าส่วน Chu-toro ที่มาจากเมือง Niigata เชฟบอกว่าได้บ่ม ไว้สี่วัน หลังจากที่ปลามาส่ง ส่วนตัวคิดว่า ถ้าบ่มเพิ่มอีกสัก 2 วัน ความลึกของรสชาติน่าจะดีกว่านี้อีกเท่าตัว จะสังเกตว่าเชฟจะใช้ข้าวสองชนิด ในการปั้นซูชิหน้าต่างๆตามความเหมาะสมค่ะ โดยจะใช้ข้าวคลุกน้ำส้มสายชูแดงในปลาที่เข้มข้นเช่นคำนี้ และน้ำส้มขาวสำหรับปลารสชาติอ่อนค่ะ

ต่อกันที่ปลาหมึก Yari Ika จากเกาะคิวชู ซึ่งหวานและครีมมี่ ใช้ได้เลยค่ะ หนึบๆหน่อย ต้องยอมรับว่าที่นี่เมืองไทย มันเด้งเท่ากินที่คิวชูไม่ได้จริงๆ

จากนั้นเชฟได้คั่นกลางคอร์สนิกิริด้วยสิ่งนี้ค่ะ! มันทอดราดซอสมา Sakura shrimp ทอดหอมๆ โอ้ยยย คนทอดไปเปิดร้านเทมปุระเถอะนะ แป้งบางเฉียบ กรอบฟูเบาๆ รสดี และคงความสด หอมหวานของวัตถุดิบได้ครบถ้วน

กลับมาที่ซูชิ คราวนี้เป็นหอย Tairagai หรือหอยกาบ ตัวใหญ่เบิ้ม หั่นมาหนาพอดีคำ รสชาติหวานน้อยกว่า hotate แต่เนื้อเด้งและแห้งกว่า เราเฉยๆนะ เลยขอแก้มือด้วย hotate ก็หวานฉ่ำฟินๆกันไป

ต่อกันที่ ikura ใส่มาในถ้วยเล็กๆน่ารัก ตัวไข่แซลม่อนนี้มีความมันมาก แต่ไม่ค่อยหอมและปรุงรสจืดไปนิดค่ะ

และก็มาถึงปลาไหลทะเล anago ที่นึ่งมาได้หวานนุ่ม ตัวซอสก็ทำได้ดี คำนี้โอเคค่ะ

มาถึงซูชิคำสุดท้ายของเซตคือ Kampyomaki หรือข้าวห่อสาหร่ายไส้น้ำเต้า ต้องบอกว่า Kampyo ที่นี่นั้น ดีงามมาก หวาน เหนียวนุ่ม กำลังดี เสียที่สาหร่าย ไม่กรอบและไม่หอมเท่าไหร่

จริงๆแล้ว คำนี้สามารถใช้เป็นตัววัดความอร่อยของร้านซูชิได้เลยนะ ถ้าร้านไหนทำ Kampyo ได้อร่อยนี่ อย่างอื่นก็มักจะอร่อยไปด้วย คราวหน้าไปร้านซูชิที่ไหน ลองสั่งคำนี้มากินลองเชิงดูกันก่อนได้นะคะ

จบด้วยไข่หวาน ที่ทำมาแบบคัสตาด รสชาติดีตามมาตรฐานร้าน Omakase ค่ะ

ทีนี้คุณแฟนยังไม่อิ่ม เกิดอยากทาน Toro Taku Maki เราจึงสั่งเพิ่มกันมาอีกจานค่ะ สั่งแบบไม่สับปลา เพราะอยากได้เนื้อสัมผัสปลาเต็มๆ โทโร่ที่นี่ อร่อยใช้ได้ค่ะ แต่ยังแอบจืดไปนิด เมื่อเทียบกับบางร้านที่เคยกินมา

ปิดท้ายด้วยขนมหวานเป็น แซนวิชไอศกรีม salted caramel แป้งกรอบ ไอศกรีมรสชาติดีค่ะ

สรุปค่าเสียหายวันนี้ omakase course ราคา 1800++ บาท ต่อคน ใช้บัตร SCB/Citibank ลด 10% แล้วก็ Toro Taku ที่สั่งมาเพิ่ม ราคา 1500 บาท ++ ไม่ร่วมโปรโมชั่นส่วนลดค่ะ

โดยสรุปแล้ว Sushi Ichi ก็นับว่าเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าสำหรับคนที่อยากทานซูชิ Omakase มาตรฐานญี่ปุ่น ในราคาจับต้องได้สำหรับมื้อกลางวันค่ะ ปลาที่เลือกใช้อาจจะไม่ได้เป็นปลาแพงมาก แต่ความสดของวัตถุดิบและความพิถีพิถันของเชฟนั้น ไม่ได้ลดลงไปจากมาตรฐานที่ควรจะเป็นเลยค่ะ ส่วนมื้อเย็นที่มาในราคา 5000 บาท และ 7000 บาท บอกเลยว่าปลาจัดเต็ม ทั้งเชลล์ฟิช ทั้งฟินฟิช ของชั้นดี ของพรีเมี่ยม มาครบค่ะ ไว้จะมารีวิวให้ฟังนะคะ

______________________________

พิกัด ร้าน Ginza Sushi Ichi ชั้น LG ศูนย์การค้าเอราวัณ ติดกับโรงแรม Grand Hyatt Erawan

โทร. 02-2500014

หยุดทุกวันจันทร์ มื้อเที่ยง 12.00-14.30 น., มื้อเย็น 18.00-22.00 น.
เช็ควันหยุด และรายละเอียดราคาได้ที่ http://www.ginza-sushiichi.jp/english/shop/bangkok.html

Related Post