Klook.com

[รีวิว] Golden Flower, Macau ร้านอาหารจีนมิชลิน 2 ดาวในมาเก๊า ตำรับอาหารในราชสำนักชั้นเลิศที่เราประทับใจสุดๆ

“เราได้มาจากการทำอาหารแบบ ทาน(Tan), ลู่(Lu) และ เสฉวน ซึ่งอาหารแบบ Tan เรียกได้ว่าเป็นอาหารที่เป็นตัวแทนของอาหารชาววัง (Chinese Aristocrat Cuisine) ที่ชัดเจนที่สุด และหาทานได้ไม่กี่ที่บนโลก” — Tea Sommelier หรือผู้คัดสรรชาประจำร้านเล่าให้เราฟัง ขณะที่กำลังเตรียมชาให้กับเรา

วันนี้ เราได้มีโอกาสมาสัมผัสกับอาหารจีนชั้นเลิศ ที่เรากล้าบอกได้ว่าประทับใจเป็นที่สุด ที่ร้าน Golden Flower มาเก๊า กันค่ะ

ร้าน Golden Flower นี้ตั้งอยู่ในโรงแรม Wynn Macau และถือว่าเป็นหนึ่งใน Top table อาหารจีนของเกาะนี้เลยทีเดียว โดยได้รับ  2 Michelin Stars และ 5 Star Award จาก Forbes Travel Guide

อาหารที่เป็น highlight ของ Golden Flower ก็คือ อาหารชาววังอย่าง Tan Cuisine หรืออาหารตำรับ Tan ที่กล่าวไปข้างต้นซึ่งเราจะมารีวิวในวันนี้นั่นเอง

นอกจากอาหาร Tan แล้วก็ยังมีอาหารตำรับ Lu ที่เสิร์ฟปลิงทะเลให้เรา มาเป็นตัวๆ เน้นว่ามาเป็นตัว ซึ่งถ้าดูรูปอาจจะช๊อคนิดนึง แต่พอได้ยินราคา ก็ลองกินก็ได้ สรุป ติดใจค่ะ คือเคยลองกินปลิงครั้งนึงที่เยาวราชแล้วไม่ชอบ แต่ตัวนี้มันเกินทุกอย่างที่เคยกินมาไปหลายขั้นมาก เบิกเนตรสุดๆ

อย่างไรก็ตาม บางท่านอาจจะไม่เคยได้ยินคำว่า Tan Cuisine ซึ่งไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ เพราะเป็นอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากในวังสมัยราชวงศ์ชิง โดยมี Tan Zong Jun เป็นผู้คิดค้น  Zong Jun เป็นขุนนางที่มีพื้นเพจากทางภาคใต้ของจีนสมัยปลายยุคชิง ได้คิดค้นสูตรอาหารที่รวมความดีงามของอาหารจากทั้งทางเหนือและใต้ไว้ด้วยกัน หนึ่งในจุดเด่นของอาหารตำรับ Tan คือน้ำสต๊อกที่ทำจากไก่ ที่มีรสชาติลึกซึ้ง ตรึงใจยิ่งนัก

ในภาวะการเงินที่ฝืดเคืองปลายยุคชิง ทำให้ตระกูล Tan ต้องเปิดบ้านเป็นร้านอาหารแก่เหล่าขุนนาง ซึ่งนับเป็นความอับอายแก่ตระกูลผู้ดีนี้อย่างมาก จึงได้ตั้งกฎข้อหนึ่งไว้ว่าทุกโต๊ะที่เปิดรับลูกค้าต้องมีสมาชิกตระกูล Tan หนึ่งคนร่วมโต๊ะด้วย เพื่อที่จะได้ดูเสมือนเป็นการรับรองแขกมากกว่าการเปิดร้านขายอาหาร บ้านตระกูล Tan นี้เป็นที่นิยมในเหล่าแวดวง elite ของจีนมากๆ ในยุค 1930s 

เมื่อครั้งผู้นำระดับสูงในรัฐบาลจีนได้ชิมอาหารตำรับ Tan ก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก และมีความคิดจะรักษาสูตรอาหารอันเลิศรสนี้ไว้ให้คงอยู่ต่อไป จึงได้เสนอให้คนตระกูล Tan ไปเป็นพ่อครัวประจำอยู่ในโรงแรมหรูชื่อ Beijing Hotel เพื่อสืบสานอาหารตำรับนี้ไว้

จากนั้นอาหารตำรับ Tan นี้ได้ตกทอดมาในตระกูล Tan รุ่นสู่รุ่น เชฟใหญ่ Liu Guo Zhu แห่งร้าน Golden Flower นี้ก็ได้สืบทอดอาหารตำรับนี้โดยตรงมาจากหัวหน้าพ่อครัวตระกูล Tan ยุคปัจจุบัน ที่ Beijing Hotel นั่นเอง

ทาง Eat Chill Wander เองก็เพิ่งได้เคยลิ้มรสอาหารตำรับ Tan เป็นครั้งแรก ซึ่งอาหารกลางวันที่ Golden flower มื้อนี้ เราคิดว่าเป็นหนึ่งในมื้ออาหารจีนที่ดีที่สุดในชีวิตที่เราเคยได้ทานมาเลยค่ะ 

เราเริ่มต้นมื้ออาหารด้วย ของทานเล่น 4 อย่างด้วยกัน ชิ้นที่ถูกใจเราที่สุดคือเนื้อกรอบที่ปรุงด้วยพริกไทเสฉวนและน้ำมันพริก เนื้อนั้นหอม กรอบและรสดีมาก ความเผ็ดซ่าเบาๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น แชมเปญ Gosset ที่เสริมมาคู่กันก็เสริมความสดชื่นได้ดียิ่ง ทำเราพร้อมที่จะรับประทานอาหารจานต่อๆไป 

Assorted Cold Appetizers [Smoked Chicken, Mustard Flavored Boneless Duck Web, Tossed Fish Fillet with mined Ginger, Crispy Sliced Beef with Sichuan Pepper and Chili Oil]

อาหารคอร์สแรกของเราคือ Fresh calm and Jasmine in Chicken soup

โดยซุปใสนี้ทำมาจาก ไก่ตัวเมียและเป็ด ที่มีอายุมาก ต้มกับแฮมจากเมือง Jinhua นานถึง 8 ชั่วโมง ทำน้ำซุปให้ใสโดยการใช้อกไก่บดมากวนในหม้อเพื่อแยกชั้นตะกอนต่างๆขึ้นมา เป็นหลักการเดียวกับการใช้ไข่ขาวในการทำซุปใสคอมซูเม่ จากนั้นจึงใส่หอยและดอกมะลิเพิ่มความหอมขึ้นอีกขั้น

หน้าตาดูธรรมดา แต่รสชาติลึกซึ้งมากค่ะ

อาหารจานต่อไปของเราคือ Steamed Fish Maw with Crab Claw in Supreme chicken Broth

กระเพราะปลาใส่ก้ามปูในซุปข้นไก่นี้ถือเป็น highlight ของมื้ออาหารนี้เลยก็ว่าได้ กระเพราะปลานั้นใช้เกรดพรีเมี่ยม ชิ้นหนาใหญ่เป็นแผ่นสวยงาม รสสัมผัสดีเลิศ ไม่เคยกินกระเพราะปลาที่ดึ๋งนุ่มแบบนี้มาก่อน ปูหวานอร่อย แต่ที่ดีงามที่สุดในจานนี้คือน้ำซุปไก่สีทองอร่ามตำรับ Tan ที่มีความอุมามิเป็นที่สุด อร่อยจนไม่รู้จะบรรยายยังไง น้ำซุปนั้นสัมผัสลื่นเนียนแต่ไม่เหนียว ข้นมันแต่ไม่เลี่ยน เป็นอาหารที่เราไม่รู้จะหาอะไรมาติได้เลยจริงๆ

ทานคู่กับไวน์ Chateauneuf-du-Pape Blanc 2011

คอร์สต่อไปของเราของ Braised Sea Cucumber with Shandong leeks หรือปลิงทะเลเจี๋ยนนั่นเอง จานนี้มาจาก Lu Cuisine ค่ะ

ตอนแรกเราไม่ยอมกินเลยค่ะ กลัว แต่พอลองไปคำนึงเล็กๆ หันมาอีกทีก็หมดจานแล้วค่ะ ปลิงนั้นใช้ขนาดไม่ใหญ่มาก ตุ๋นจนนุ่มเด้งเหมือนเจลลี่แต่ไม่เละ ตัดขาดได้ง่ายๆด้วยช้อนธรรมดาๆ ถ้าใครที่ชอบกินพวกเชลล์ฟิชดึ๋งๆหวานละลายในโอมากาเสะ ก็น่าจะชอบจานนี้ได้ไม่ยาก เป็น texture ที่ดีมากๆ ผิวนั้นถูกเคลือบด้วยซอสน้ำมันหอยรสเยี่ยม

ทานคู่กับ Beaujolais Moulin A Vent 2009 เข้ากันได้ดีมาก วันนี้ Sommelier ท๊อปฟอร์มมาก แพร์ไวน์ได้เข้ากับอาหารจริงๆ

อาหารคาวจานต่อไปของเราคือ Stir-fried prawns with Sichuan pepper, chilli, and macadamia nut ซึ่งเป็นอาหารตำรับ Sichuan

กุ้งนั้นสดใหญ่ อลังการ หวานเด้งตามมาตรฐานร้านอาหารระดับสูง ซอสเสฉวนก็ดีแต่อาจจะเผ็ดเกินไปสำหรับบางท่านเช่นเราเอง แต่โดยรวมอร่อยมากค่ะ ใครชอบกินหม่าล่า ดีแน่นอน

ทานคู่กับ Riesling Kabinett 2015

อาหารคาวจานสุดท้ายของเราคือผัดผักนั่นเอง โดยห่อมากับแป้งใส ผักนั้นหวานกรอบ อร่อยตามมาตรฐาน แต่เทียบกับจานอื่นๆก่อนหน้า รู้สึกด้อยไปสักนิด ไม่แน่ใจว่าเราอิ่มมากแล้วด้วยรึป่าว

ปิดท้ายด้วย Imperial Dessert ขนมหวานเป็นขนมชิ้นเล็กๆสองชิ้น ชิ้นนึงทำมาจาก แป้งและถั่วแดงม้วนกัน คลุกด้วย kinoki รสสัมผัสดี ไม่หวานมาก ชิ้นที่สองเป็นเยลลี่ถั่วแดงและถั่วเขียวรสชาติธรรมดาค่ะ เราไม่ค่อยหวังกับขนมในร้านอาหารจีนสักเท่าไหร่ เลยไม่ได้ผิดหวังอะไรนัก ละเลียดไวน์หวานที่เสริฟมาคู่กับขนมดูจะฟินกว่า

ทานคู่กับ Clarendelle Amberwine 2003 เป็นไวน์หวานที่ดีมากๆเลยค่ะ

อีกหนึ่งความดีงาม คือการที่ที่นี่มี Tea Sommelier หรือผู้ที่จะคอยเลือกชาให้เหมาะกับอาหาร ซึ่งก็จะคอยเตรียมชาให้เราค่ะ

ร้านนี้ตั้งอยู่ในโรงแรม Wynn Macau ซึ่งอาจจะต้องเดินผ่านโซนคาสิโนเข้ามานะคะ ร้านอยู่ไม่ไกลโซนคาสิโนและจุดชม attraction การแสดงอื่นๆ อย่าง Dragon of Fortune ซึ่งแม้ว่าข้างนอกจะมีคนพลุกพล่าน ไม่ค่อยสงบ แต่พอเดินเข้ามาในร้าน บรรยากาศเป็นอีกโลกนึงเลยค่ะ ทั้งมาตรฐานของการบริการ การตกแต่ง ความหรูหรา สะอาด สมกับมิชลิน 2 ดาวที่แท้จริง

โดยสรุป เราเชื่อว่าร้าน Golden Flower แห่งโรงแรม Wyn Macau นี้ เป็นร้านอาหารจีนที่อร่อยที่สุดร้านนึงในโลกใบนี้ ที่ถ้าทุกคนมีโอกาสได้ไปมาเก๊า ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวงค่ะ

หมายเหตุ ** เราได้ไปทานร้านนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งในกำหนดการในการเข้าร่วมงานประกาศรางวัล Asia’s 50 Best Restaurant 2018 ซึ่งโรงแรม Wynn Macau และ Wynn Palace เป็นผู้สนับสนุนหลักค่ะ อย่างไรก็ตาม ความคิดเห็นและรีวิวทั้งหมดเป็นความคิดส่วนตัวของเราเองค่ะ (เป็นการเขียนตามประสบการณ์การกินทั้งร้านมิชลินและไม่มิชลินทั้งที่ ไทย ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ ฮ่องกง และ มาเก๊าเองในส่วนของประเภทอาหารจีนค่ะ)

สามารถชมเมนูและรายละเอียดราคาได้ คลิ๊กที่นี่ 

ที่นี่มีเมนู ติ๋มซำมื้อเที่ยง เฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ 11.30-14.30 น. ด้วยนะคะ

Website and Reservation : https://www.wynnmacau.com/en/restaurants-n-bars/fine-dining/golden-flower

เปิดอังคาร-อาทิตย์ หยุดทุกจันทร์
เวลา 18.00-22.30 น.

โทร. (853) 8986 3663
Email : dining@wynnmacau.com

การเดินทาง : ขึ้นอยู่กับว่า เราอยู่ตรงไหนของมาเก๊า หากอยู่ฝั่ง Cotai ก็สามารถนั่งรถชัตเทิลบัสมาได้ แถวๆนี้มีโรงแรมที่เราเดินชมได้หลายโรงแรม อยู่ประมาณ 1 กม.จากจัตุรัสเซนาโด้ค่ะ

error: