[รีวิว] Mezzaluna ร้านอาหาร Fine Dining มิชลิน 2 ดาว กับวิวจากมุมสูงของกรุงเทพ

จะมีที่ไหนอีกที่คุณจะสามารถดินเนอร์อาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศ ไปพร้อมๆกับวิวมุมสูงของกรุงเทพมหานคร ถ้าไม่ใช่ที่ Mezzaluna ร้านอาหารมิชลิน 2 ดาว บนชั้น 65 ของโรงแรม Lebua at State Tower

นอกจากวิวที่สวยงามแล้ว ตัวร้านยังมีบรรยากาศที่หรูหรา การบริการอันเป็นเลิศ ส่วนตัวอาหาร ด้วยความที่เชฟริวกิ เป็นชาวญี่ปุ่น ที่โตมาในสายอาหารฝรั่งเศส เค้ายังเป็นลูกศิษย์และเคยมีประสบการณ์ในร้านดังๆหลายแห่งในโลก ทำให้นอกจากจะอาหารของเค้าจะเป็นฝรั่งเศสชั้นเลิศแล้ว ยังมีการผสมกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นเข้าไปอย่างน่าสนใจอีกด้วย

ข้อเสียเพียงเล็กน้อยของที่นี่ ที่อาจจะต้องทราบไว้ซักนิด คือ ร้าน Mezzaluna ตั้งอยู่บริเวณเดียวกันกับ Sky Bar ของเลอบัว ซึ่งโด่งดังมากในหมู่นักท่องเที่ยวฝรั่ง เรียกว่าเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทุกคนต้องมาเช็คอินให้ได้ ทำให้ทุกครั้งที่เราไป จะต้องเจอกับความวุ่นวาย ตรงหน้ารีเซปชั่นและลิฟท์ที่ต้องใช้รวมกัน แต่เมื่อขึ้นลิฟท์มาถึง และแยกเข้ามาในตัวร้านเอง บรรยากาศจะเปลี่ยนไปเป็นแบบหรูหราขึ้นมาเลย (อาจจะเพราะเราเป็นคนไทย และพนักงานมักจะบ่นลูกค้าต่างชาติกันเอง ซึ่งลูกค้าก็วุ่นวายจริงๆ แต่เราฟังออกว่าเค้าพูดอะไรก็จะรู้สึกเนกาทีฟนิดนึง)

ที่นี่เสิร์ฟเฉพาะดินเนอร์นะคะ ไม่เปิดช่วงกลางวัน โดยวันนี้เราเลือกเป็น 7 คอร์ส + ไวน์แพริ่งค่ะ

เริ่มจาก Amuse Bouche ที่มีมาถึง 5 คำด้วยกันค่ะ พร้อมกับขนมปังที่มีให้เลือก 5 แบบ เราชอบขนมปังสาหร่ายของที่นี่นะคะ ส่วน Amuse Bouche ทั้ง 5 คำ ถือว่าเป็นการเรียกน้ำย่อยได้ดีทีเดียว

 

เริ่มอาหารคอร์สแรกกันที่ ‘Pen Shell Scallop carpaccio’ เสิร์ฟเย็นมาพร้อมกับเทอร์นิป และ ไอศครีมฮอสแรดิช โดยเป็นการบาลานซ์รสชาติแบบละมุนๆ กลมกล่อม ทานแล้วนึงถึงรสชาติแบบอาหารฝรั่งเศสในโตเกียวอยู่พอสมควรเลยค่ะ

คอร์สที่สอง ‘Langoustine seared with terre de sienne’ กุ้ง Langoustine คุ้กมาแบบเด้งดึ๋งดั๋งมาก ทานกับ คื่นช่ายฝรั่ง แพร์ ตัว Jus ทำรสชาติกลมกล่อม เข้ากับคอนดิเมนท์ในจาน แล้วก็ส่งรสสัมผัสของตัวกุ้งได้ดีทีเดียวค่ะ ถือว่าเป็นจานที่ดีเลยค่ะ

เห็ดทรัฟเฟิลขาว สามารถขูดเพิ่มได้ อยู่ที่ราคากรัมละ 700 บาทค่ะ หอมมากๆเลย แต่จะไม่ใช้ก็ได้นะคะ พวกเราไม่ได้เลือกใช้ค่ะ

คอร์สที่สาม ‘Dover Sole comte cheese crusted’ คอนดิเมนท์ในจานประกอบไปด้วยตัว หอย Mariniere, Mushroom Duxelles, baby leak แล้วก็ซอสผักโขม ซึ่งตัวชีสกรอบบนปลานี่ทำให้ปลาอร่อยเลย ประกอบกับการบาลานซ์ซีฟู้ดกับผักข้างล่างทำให้กลมกล่อมดีค่ะ แต่ว่าทานมาจานที่สาม ยังรู้สึกว่า รสชาติมันกลืนเข้าหากันกับจานก่อนหน้าไปหน่อย (แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลค่ะ บางคนชอบรสแบบเดียวกันทั้งคอร์ส เราชอบแบบมีอะไรมาตัดบ้าง)

คอร์สที่สี่ ‘Bresse Pheasant, mousseline and ravioli with foie gras’ ไก่จากเมืองเบรสซี ตัว Pheasant นี่น่าจะแปลเป็นไทยว่าไก่ฟ้านะคะ มาในรูปแบบของราวิโอลี่ แป้งหนุบ รสสัมผัสของไส้ดี กลิ่นของคอนซอมเม่หอมดีค่ะ

ก่อนจะไปสู่เมนคอร์สซึ่งเราเลือกเป็นจานเนื้อ ทางพนักงานก็จะนำเนื้อ ซึ่งเป็น Murakami A5 จากเมือง Niigata ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเชฟริวกิ มาให้เราชม รวมถึงตัวถ่านที่จะใช้ย่าง ซึ่งเป็น ถ่าน Bincho แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ใช้กันมาตั้งแต่สมัยเอโดะ อีกด้วยค่ะ

ลายสวยงาม

คำนี้เป็นเสมือน Palate Cleanser ก่อนเข้าสู่เมนคอร์สนะคะ มาในรสชาติที่ค่อนข้างละมุน กลมกล่อมค่ะ

คอร์สที่ห้า Picardie Deer Saddle roasted in juniper berries เนื้อสันหลังกวางอบในเม็ดจูนิเปอร์ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่หอม เนื้อกวางนุ่ม จานนี้ถือว่าดีมากเลยค่ะ เสิร์ฟมาพร้อมกับ กะหล่ำแดงพูเร กับซอส poivrade ซึ่งเป็นเหมือนซอสพริกไทย รสชาติดี

คอร์สที่หก Niigata Murakami Wagyu Beef A5 grilled over bincho charcoal ยังคงพีคอย่างต่อเนื่องถัดกันมาจากคอร์สที่ห้า คอร์สนี้ก็ถือว่าดีมากๆเช่นเดียวกันค่ะ เนื้อนุ่ม รสชาติเนื้อชัดเจน ผิวถูกหุ้มไว้ด้วยถ่าน มีรสสัมผัสที่ดี คอนดิเมนท์เป็นผัก endive ม้วนแบบ cannelloni สำหรับการเพลทลงจาน จานนี้มีเรื่องราวด้วยนะคะ ตัวซอสสีเขียวตั้งใจให้เป็นรูปพระจันทร์ครึ่งวงกลม เสมือนชื่อ Mezzaluna ซึ่งแปลว่าพระจันทร์ครึ่งดวง ค่ะ

หนึ่งในไวน์แพร์ริ่ง

คอร์สสุดท้าย คอร์สที่เจ็ด เป็นขนมหวานซึ่งมีให้เลือก 2 อย่าง เราเลือก Strawberry ส่วนแฟนเลือก Chocolate รูปด้านล่างค่ะ

ขนมถือว่าทำได้ยังไม่ดีเท่าอาหารทั้งหกคอร์สที่เราประทับใจ อาจจะเป็นเพราะทั้งหกคอร์สก่อนหน้านี้ทำให้เราตั้งมาตรฐานไว้ค่อนข้างสูง อย่างจาน Strawberry จะเป็น parfait พิสตาชิโอ ทานกับกานาชชาเขียวหุ้มด้วยสตรอเบอร์รี่ รสชาติค่อนข้างดี แต่ยังไม่พีคเท่าอาหารก่อนหน้า

ส่วนตัว Chocolate vacherin เป็นมูสวิสกี้คาราเมล เสิร์ฟพร้อมไอศกรีมขนมปังขิง ค่ะ

ตามมาด้วย Petit four คนละสี่ชิ้น เป็นการจบคอร์สอย่างสมบูรณ์

ร้านนี้เป็นร้านมิชลินสองดาวร้านเดียวที่เห็นวิวมุมสูงของกรุงเทพนะคะ บรรยากาศดีมากๆเลย 🙂

ถ้าถามความเห็นส่วนตัว เราคิดว่าเชฟริวกิเก่งมากๆ ถือว่าคุ้มค่ามากโดยเฉพาะถ้าคิดว่าเป็นมื้อเย็น แต่ถ้าถามถึงการบริการหรือไวน์ลิสท์ ความหวือหวาของเมนู เราชอบอีกห้องอาหารสองดาวมิชลินที่อยู่ริมแม่น้ำมากกว่าค่ะ ทั้งนี้ทั้งนั้น เอาจริงๆ ถ้าเน้นทานไวน์กับตัววัตถุดิบ และความเป็นฝรั่งเศสแบบไฟน์ไดนิ่ง (เช่น ชีสสดที่นำเข้าไทยไม่ได้) เราคงเลือกบินไปทานมื้อเที่ยงร้านมิชลินสามดาวที่ฮ่องกงแทนในราคาไม่ต่างกันค่ะ


ร้าน Mezzaluna ตั้งอยู่ที่ชั้น 65 โรงแรมเลอบัว แอท สเตททาวเวอร์

ราคา 7 คอร์ส 5,900 บาท ++ / ไวน์แพริ่ง สำหรับ 7 คอร์ส 3,500 บาท++
5 คอร์ส 4,900 บาท++/ ไวน์แพริ่ง สำหรับ 5 คอร์ส 2,500 บาท++

เปิดทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ เวลา 18:00 – 01:00 น.
Last order 22:00

โทร. 02-624-9555 อีเมล์ reservations@lebua.com

error: