[รีวิว] La Casa Nostra ร้านอาหารอิตาเลียนชั้นดีในกรุงเทพ ที่คอไวน์ไม่ควรพลาด

สำหรับคอไวน์แล้ว จะมีอะไรดีไปกว่าการได้มาดินเนอร์กับคนรู้ใจ ในร้านที่บรรยากาศดีๆใต้แสงเทียน อาหารอร่อย มี “ไวน์” ให้เลือกมากมาย และที่สำคัญอย่างยิ่งคือราคา สมเหตุสมผล ถึงจะดีเป็นที่สุด ร้าน La Casa Nostra เป็นหนึ่งในไม่กี่ร้านในกรุงเทพ ที่เปิดมาเพื่อเอาใจคอไวน์โดยเฉพาะ และเราจะมาดูกันว่าอะไรทำให้ร้าน La Casa Nostra ถึงยังคงเป็นขวัญใจของนักดื่มไวน์ มาอย่างเหนียวแน่นและเนิ่นนาน

ในประเทศไทยซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการนำเข้าไวน์สูงเป็นพิเศษนั้น มันกลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปแล้ว ที่เราจะต้องจ่ายเงินในการดื่มไวน์ฉลากเดียวกัน มากกว่าการอยู่เมืองนอกเกินเท่าตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในร้านอาหาร ที่จะต้องบวกกำไรในเครื่องดื่มเข้าไปอีก ทำให้ราคาที่แพงอยู่แล้วนั้น แพงขึ้นไปอีกจนน่าตกใจ

ด้วยเหตุนี้ ผู้นำเข้าไวน์ The Wine Merchant จึงได้จับมือกับ เชฟ Alessandro Frau จากร้านอาหารชื่อดังที่ภูเก็ตอย่าง Acqua เปิดร้านอาหาร La Casa Nostra ขึ้นในซอยเกอเธ่ ใจกลางย่านสาทร และเสริฟไวน์ในราคาที่ใกล้เคียงกับราคาขายส่ง โดยบวกกำไรเพียง 500 บาทต่อขวดเท่านั้น จากราคาขายของทางบริษัท เพื่อให้ชาวกรุงเทพ ได้มีที่สำหรับดื่มไวน์ดีๆ คู่กับอาหารอิตาเลียนอร่อยๆ ในราคาที่เป็นมิตรอย่างยิ่ง และที่ดีเลิศไปกว่านั้น สำหรับคนที่ชอบชิมไวน์หลากหลาย ทางร้านมี “Wine by glass” มากกว่าสามสิบชนิดไว้ให้เราได้เลือกทานคู่กับอาหารของเราอีกด้วย

อาหารของที่ร้าน La Casa Nostra เป็นอาหารอิตาเลียนสไตล์ Casual แต่พิถีพิถันในเรื่องของวัตถุดิบและรสชาติอย่างที่สุด เชฟใหญ่ของร้าน Nino Scognamillo จากแคว้น Sicily ได้นำพาอาหารจากบ้านเกิดของเขาทางตอนใต้ของอิตาลี มาให้เราได้รับประทานกัน ซึ่งโดยรวมถือว่าทำออกมาได้รสชาติแท้จริงแบบต้นตำรับเลยทีเดียว

ในส่วนของเมนูอาหารนั้นจะเป็นเมนู A la carte ทั้งหมด แต่ในบางครั้ง เชฟจะจัด Tasting Menu ขึ้นในบางวาระโอกาส เช่นไวน์ดินเนอร์ ที่ทางร้านได้คัดสรรไวน์มาจับคู่อย่างลงตัวกับอาหารของเชฟ Nino เช่นในค่ำคืนนี้ของเราเป็นต้น

Note: ราคาอาหารที่ลงไว้ด้านล่างเป็นราคาจากเมนู A la carte ซึ่งจะมีขนาดใหญ่กว่าประมาณเท่าหนึ่งจาก Tasting Menu ในรูปภาพ ส่วนราคาไวน์เป็น ราคาสำหรับไซส์ 75ml ต่อแก้ว

มื้อค่ำเริ่มต้นด้วยตะกร้าขนมปังที่อบมาสดใหม่ รสชาติและรสสัมผัสดี ทานคู่กับน้ำมันมะกอกและบาลซามิกคุณภาพสูง

จิบแชมเปญ “Billecart Salmon: Brut Reserve NV” (290 Baht) กันไปสักพัก อาหารจานแรกของเราก็มาเสริฟ

Smoked Swordfish | Buffalo Mozzarella Cream | Avruga Caviar (590 Baht)

ปลาดาบนำไปรมควันออกมาได้หอมและรสสัมผัสดีมาก วางมาบนขนมปังกรอบ Carasau และเพิ่มความมันด้วยครีมชีส จานนี้จะออกไปทางเค็ม แต่ไม่ถึงกับโดดมาก ทานคู่กับแชมเปญแล้ว ได้บาลานซ์ของ Acidity ที่ลงตัว

Grilled Pecorino | Honey | Figs (280 Baht)

จานนี้นำเอาชีส Pecorino ไปย่าง จนกรอบนอกหนึบนุ่มเบาๆด้านใน ทานคู่กับฟิกสด ราดด้วยน้ำผึ้ง เข้ากันเป็นที่สุด

เสริฟมาพร้อมกับไวน์ “Nals Margreid: Pinot Bianco Sirmain 2017” (195 Baht) ที่ความดรายของไวน์มาตัดกับความหวานของน้ำผึ้งได้เป็นอย่างดี

อาหารจานต่อไปของเราคือ Octopus | Potato Veloute | Smoked Paprika (490 Baht)

หนวดปลาหมึกยักษ์นั้นนุ่มมาก วางมาบนมันบดที่กวนด้วยเนยชั้นดีและเห็ดทรัฟเฟิล รสชาติน้องๆ Joel Robuchon เลยทีเดียว

ทานคู่กับไวน์เบอกันดีขาว “Domaine Berthelemot: Meursault 2017” (325 Baht) แล้วเข้ากันมากๆ เพราะไวน์มีความเปรี้ยวและบอดี้ ที่พอเหมาะพอดี ตัดกับความมันของตัวมันบดได้ดียิ่งทำให้ไม่รู้สึกเลี่ยน ที่สำคัญกลิ่นควันของไวน์ตัวนี้ ยังไปได้ดีกับกลิ่นเห็ดทรัฟเฟิลในมันบดอีกด้วย

มาร้านอาหารอิตาเลียน จะขาดไปได้อย่างไรกับสปาเกตตี้

Spaghettone | Anchovies | Tomatoes | Hazelnut Breadcrumb (450 Baht)

เส้นสปาเกตตี้ชั้นดี ลวกมาได้สมบูรณ์แบบอย่าง Al Dante ที่แท้จริง ตัวซอสมะเขือเทศนั้นมีกลิ่นหอมของปลาเค็มมาอย่างอ่อนๆแบบผู้ดี (อาจจะอ่อนเค็มไปสักนิดสำหรับความชอบส่วนตัว) เสริฟมากับแป้งถั่วเฮเซลนัทบดละเอียด เพิ่มความหอมและกรุบกรอบให้จานนี้ซับซ้อนและสมบูรณ์แบบเข้าไปอีก อร่อย ประทับใจมากๆ

อาหารจานนี้เสิรฟคู่กับไวน์เบอกันดีแดง “Domaine d’Ardhuy: Close de Langres Monopole” (315 Baht) ก็ถือว่าเข้ากันได้ดีในระดับหนึ่ง และจะเสริฟคู่กับไวน์ขาวที่มีบอดี้สักนิดก็เข้ากันได้ดีเช่นกัน

เมนคอร์สของเราเป็น Butcher’s Cut Steak | Sauteed Potatoes | Truffle Gravy (990 Baht)

เนื้อส่วน Onglet นำมาย่างถ่าน สุกระดับ Medium Rare เสริฟมาคู่กับซอสเกรวี่ที่ผสมเห็ดทรัฟเฟิลลงไป ตัวเนื้อเหนียวไปหน่อย แต่โดยรวมก็ถือว่าทำได้ดี

จับคู้กับไวน์แดงอิตาเลียนที่หนักแน่นแต่พริ้วไหวอย่าง “Brovia: Barolo Unio 2014” (370 Baht)

จบคอร์ด้วยขนมหวานสามชนิด Sicilian Cannolo | Bronte Pistacchios | Fig Minitart ซึ่งโดยปกติแล้วจะขายแยกกัน ในปริมาณที่มากกว่า

ไอศกรีมถั่วพิตาชิโอนั้นที่ร้านทำขึ้นมาเอง รสชาติเข้มข้น และเนื้อแน่น เหนียว อร่อยมากๆ ตัว Cannolo ก็ทำออกมาได้ดีแต่ไม่ถึงกับว้าวเท่าไหร่ ส่วนทาร์ตนั้นรสชาติธรรมดาทั่วไป

เสริฟมาคู่กับไวน์หวานที่มีฟองเล็กน้อยจากอิตาลี “Elvio Cogno: oscato d’Asti 2018” (145 Baht) ไวน์ตัวนี้อร่อย ทานง่าย และเข้ากันได้ดีกับขนมเกือบทุกชนิดที่ไม่หวานมาก

สิ่งหนึ่งที่เราชอบมากๆ จากร้าน La Casa Nostra ก็คือ “แก้วไวน์” ด้วยความที่เจ้าของร้านเป็นผู้นำเข้าแก้วไวน์ด้วย ทำให้ที่ร้านสามารถใช้แก้วไวน์คุณภาพสูงอย่าง Zalto ที่ช่วยให้กลิ่นและรสชาติของไวน์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแก้ว Zalto นี้สนนราคาใบละร่วม 2000 บาทเลยทีเดียว ทำให้โดยปกติแล้วเราจะพบกับแก้วไวน์เกรดนี้ได้ในร้านระดับ Michelin Star หรูๆเท่านั้น (ในเมืองไทย นับร้านได้เลยที่ใช้แก้วเกรดนี้เสริฟไวน์ เพราะมันบางมากและแตกง่ายมากๆ) และทางร้านยังแบ่งประเภทของไวน์กับแก้วแต่ละทรงได้อย่างถูกต้อง น่าประทับใจ

ความบางของก้านแก้วแชมเปญ Zalto ที่พร้อมจะหักคามือของเราได้

และอย่างที่กล่าวไปตอนต้น ว่าถ้าเราไม่ได้อยากจะดื่มไวน์ทั้งขวด ทางร้านมีไวน์ by glass ให้เลือกทานมากกว่า 30 ชนิดด้วยกัน ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้าไม่มีอุปกรณ์ที่เรียกว่า Coravin ซึ่งการใช้งานนั้น กล่าวโดยย่อคือการดูดไวน์ผ่านเข็มที่จิ้มลงไปทะลุจุกคอร์ก และดูดไวน์ขึ้นมาโดยที่เราไม่ต้องเปิดขวดนั่นเอง และเจ้า Coravin นี้ยังทดแทนที่น้ำไวน์ในขวดของเราด้วยแก้ส Argon ทำให้เราสามารถรักษาคุณภาพของไวน์ได้อย่างยาวนานนับเดือนหลังจากที่ดูดไวน์ขึ้นมาแล้วนั่นเอง

ส่วนใครที่อยากดื่มไวน์ดีๆ ทางร้านก็มี Decanter หรือเหยือกพักไวน์ไว้บริการอีกด้วย โดยเจ้าเหยือกนี้จะช่วยให้ไวน์ของเราเปิดมากขึ้น ในกรณีที่เราดื่มไวน์ที่ยังใหม่ไปสักหน่อย ทำให้กลิ่นรสออกมาให้เราสัมผัสได้เต็มที่มากขึ้น หรือสำหรับไวน์บางขวดที่มีตะกอนสะสมอยู่ในขวด การถ่ายน้ำไวน์เข้าสู่ดีแคนเตอร์ก็ช่วยแยกตะกอนนั้นให้คงอยู่ในขวดได้ด้วยเช่นกัน

สำหรับวันพิเศษ และ คนพิเศษ ทางร้านก็มีไวน์ชั้นเลิศระดับโลกไว้คอยบริการเช่นกัน เน้นย้ำอีกครั้งว่าในราคาที่บวกกำไรเพียง 500 บาทต่อขวดเท่านั้น ทำให้ไวน์ระดับบนๆของร้าน La Casa Nostra นั้น ราคาถูกกว่าเราไปดื่มที่ร้านอาหารดีๆในฝรั่งเศสหรืออิตาลีเสียอีก ซึ่งเป็นสิ่งที่เราประทับใจมาก

โดยสรุปแล้ว ร้าน La Casa Nostra เป็นร้านที่คอไวน์ทุกคนไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง ด้วยทั้งราคาที่เป็นมหามิตร ความหลากหลายของไวน์ในทุกระดับราคา และแก้ว Zalto ที่คนรักไวน์ควรจะมีไว้ครอบครอง

อย่างไรก็ตามแม้แต่คนที่ไม่ดื่มไวน์ ก็สามารถที่จะเพลิดเพลินไปกับอาหารอิตาเลียนระดับแนวหน้าของเมืองไทยได้ที่นี่เช่นกัน

Jamais en Vain, Toujours en Vin.


ร้าน La Casa Nostra

ตั้งอยู่ในซอย เกอเธ่ (สาทร ซอย 1)

Website : https://www.lacasanostra-bangkok.com/
เบอร์ติดต่อร้าน 02-546-4456

ร้านเปิดทุกวัน เวลา 11.30 ถึงเที่ยงคืน