Klook.com

[รีวิว] CLARA อาหารอิตาเลียนแบบไฟน์ไดนิ่ง ในบรรยากาศแกลเลอรี่งานศิลปะสุดหรู

ท่ามกลางความคึกคักของย่านสาทร ร้าน “CLARA” ได้ซ่อนตัวอยู่ในซอยเงียบๆ อย่างซอยเย็นอากาศ ที่นี่คุณจะได้สัมผัสอาหารโมเดิร์นอิตาเลียน แบบไฟน์ไดนิ่งโดยเชฟ Christian Materna และ การต้อนรับดูแลอย่างอบอุ่นจากคุณ Clara del Corso Materna 

จริงๆ เรามีโอกาสได้ไปทานอาหารที่ Waiting for CLARA ซึ่งเป็นร้าน Pop Up ของเชฟ Christian ในระหว่างจะกำลังทำร้าน CLARA นี้และ ตอนนั้น เราประทับใจมากๆ ทำให้เราตื่นเต้นที่ได้มาทานอาหารที่ร้าน CLARA สักที นอกจากนี้ เชฟ Christian ยังเคยทำร้านอาหารอิตาเลียน ที่เชื่อว่าหลายท่านคุ้นเคยกันดี อย่าง Sensi มาก่อนอีกด้วย

บรรยากาศของร้านที่เราได้สัมผัส ตั้งแต่ทางเดินเข้า จนเมื่อเราได้นั้งลงที่โต๊ะอาหารของเรานั้น ช่างหรูหรา สง่างาม และ โรแมนติก แต่คุณ Clara เองเป็นผู้ที่ทำให้บรรยากาศเป็นกันเองมากๆ ทำให้ร้าน CLARA เป็นหนึ่งในร้านอาหารที่เหมาะสำหรับพาคนรู้ใจมารับประทานดินเนอร์ในวันพิเศษได้อย่างไม่ยากนัก

ความพิเศษของงานศิลปะที่ตั้งแสดงอยู่นั้น ไม่ได้มีเพื่อตกแต่งร้านเท่านั้น แต่เป็นการรวบรวมชิ้นงานศิลปะมาอย่างตั้งใจ ทั้งนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ นักออกแบบไลท์ติ้ง ไปจนถึงชิ้นงานที่เปลี่ยนทุกๆ 3 เดือนอีกด้วย

สำหรับอาหารของร้าน CLARA นั้น เป็นอาหารอิตาเลียน แนว Fine Dining ที่เชฟเรียกว่า โมเดิร์นอิตาเลียน โดยทางร้านจะมีคอร์สให้เลือกคือ
Menu in 5 Moments ราคาท่านละ 1,980 บาท++
Menu in 7 Moments ราคาท่านละ 2,680 บาท++
Menu in 9 Moments ราคาท่านละ 3,080 บาท++
และยังมีไวน์แพร์ริ่งให้บริการอีกด้วย หรือ หากชอบจานไหนเป็นพิเศษ อยากทานเป็น A la carte ก็มีให้บริการเช่นกัน

ค่ำคืนนี้ สำหรับเซ็ต Menu 9 Moments นั้น เริ่มต้นด้วย Aperitivo หรือของทานเล่น 3 คำด้วยกัน ได้แก่ Tomato Tart – Carasau – Salmon Cone ซึ่งอร่อยทั้งสามคำ แต่ชิ้นโปรดของเราคือ Tomato Tart ซึ่งได้รสชาติมะเขือเทศสดๆที่เปรี้ยวหวานสดชื่นเป็นอย่างมาก

เสิร์ฟมาพร้อมกับ Spritz มีที่การ smoke กลิ่นเข้ามา รสชาติดี กลมกล่อม แอลกอฮอล์แรงพอสมควรเลย

สำหรับขนมปังนั้น ทางร้าน CLARA เสิร์ฟให้เรา 3 ชนิดด้วยกัน ซึ่งรสชาติดีทุกตัว แต่ที่น่าประทับใจที่สุด เห็นจะเป็นน้ำมันมะกอกคุณภาพดีจากบ้านเกิดเชฟ ที่มีให้เลือกถึงสามแบบ ตามระดับความเข้นข้น

ขนมปังทั้ง 3 ชนิด ได้แก่ Focaccia , Ciabatta  และ ขนมปังมะกอก

2nd Moment – Pepperoni : Bell Pepper – Olive – Raspberry

เชฟได้ปรุง Bell Pepper ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก เป็นส่วนประกอบ 3 อย่างด้วยกัน คือ Ice Cream, Tartate, และ Sauce มี Olive และ Raspberry เป็นตัวเสริมรสเปรี้ยวหอมและเพิ่มความซับซ้อนให้กับอาหารจานนี้ เราชอบมากๆ

3rd Moment – Calamaro : Squid – Potato – Black Ink – Citrus – Pike Eggs

เช่นเดียวกับอาหารคอร์สก่อนหน้า เชฟ Christian ได้นำปลาหมึกมาทำเป็นส่วนประกอบที่หลากหลาย ต่างรสสัมผัส แต่มีความเป็นปลาหมึกเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นตัวปลาหมึกที่นำมานึ่งและขึ้นรูปจนเป็นแผ่นบางๆด้านบน หรือ Tartare ด้านล่าง รวมไปถึงข้าวเกรียบปลาหมึกที่ไว้ให้ทานแกล้มด้วยเช่นกัน รสชาติของปลาหมึกนั้น ถูกเสริมความมันด้วยมันฝรั่งและความเปรี้ยวด้วยมะนาวเหลืองอย่างลงตัว

4th Moment – Porcini : Porcini – Chanterelle – Chestnut Cheese – Oak Nut

ถึงฤดูใบไม้ร่วงกันแล้ว ก็ได้เวลาของเห็ดตามฤดูกาลอย่าง Porcini โดยทางร้านนำเห็ดพอร์ชินีสดมาย่าง ทานคู่กับเห็ด Chanterelle และไอศกรีมที่ทำจากเกาลัดและชีส

5th Moment – Ravioli : Home Made Pasta – Artichoke – Cacao – Quail

หนึ่งในไฮไลท์ของมื้อนี้ คือราวิโอลี่ ที่สอดไส้ Artichoke Jus เข้มข้น ได้รสหวานของ Artichoke อย่างเต็มเปี่ยม ทานคู่กับนกพิราบ และเสริมความขมตัดความหวานด้วยผง Cacao

6th Moment – Risotto : White Truffle – Parmesan – Egg Yolk

นี่คือ Risotto ที่เรียบง่าย สมบูรณ์แบบ ในความคิดของเรา ข้าวนั้นหุงมาแบบ Al Dente กรุบๆที่ผิวเล็กน้อย ไข่แดง และโฟมพาร์เมซาน เสริมความมันและเข้มข้นของตัวข้าว แต่ไม่ทำให้กลิ่นรสจัดเกินไป เปิดทางให้กลิ่นหอมหวลของทรัฟเฟิลขาวได้เป็นพระเอกของจานได้อย่างสวยงาม

7th Moment – Baccala : Salted Cod – Jerusalem Artichoke

ปลาค้อดย่าง texture นุ้มเด้ง ทานคู่กับแก่นตะวันในรูปแบบต่างๆ

8th Moment – Manzo : Wagyu Beef Rib Eye – Polenta – Red Wine

เนื้อวากิวคุณภาพดี ที่ไม่มันเลี่ยนจนเกินไป เหมาะกับซอสไวน์แดงรสเข้มข้น ทานคู่กับ Polenta หรือข้าวโพดป่นหยาบที่นำมาปรุงอาหาร ซึ่งเป็นอาหารจากทางตอนเหนือของอิตาลี เข้ากันได้ดีทีเดียวกับเนื้อย่าง

เชฟกำลังตระเตรียม Pre Dessert ให้เราล้างปากกัน

Pre Dessert – Scropino : Lemon – Ferrari

ไอศกรีมเลม่อน ทานคู่กับไวน์ฟอง Ferrari Maximum ที่นำไปทำแข็งด้วยไนโตรเจนเหลว สดชื่นดีมากๆ เข้าใจว่าได้รับแรงบันดาลใจมาจากค็อกเทล Scropino ที่ใส่เลม่อนกับวอดก้า และ โปรเซคโก้ ด้วยกัน

9th moment – Cioccolato : Chocolate – Passion Fruit – Orange Wood

ความพิเศษของขนมจานนี้คือการที่เชฟรมควันขนมจานนี้ด้วย Orange Wood ทำให้ขนมมีกลิ่นควัน โดยตัวขนมนั้นเป็นช็อกโกแลตแบบต่างๆ ทานคู่กับเค้กสปันจ์รสเสาวรส และเจลเสาวรส ที่ช่วยตัดความหวานและขมของช็อกโกแลตได้เป็นอย่างดี

จบมื้อได้อย่างสมบูรณ์ เราคิดว่า อาหารสไตล์โมเดิร์นอิตาเลียนแบบนี้นั้น มีแค่ไม่เกิน 2-3 ร้านในกรุงเทพฯ และที่นี่ก็ถือว่าทำได้ดีเลยค่ะ มีความประณีตค่อนข้างสูง อาจจะไม่ได้ว้าววววทุกจาน หลายจานรสชาติยังคงมีความเป็นอาหารอิตาเลียนที่คุ้นเคย หลายจานก็แปลกใหม่ แต่โดยรวมมาตรฐานไม่ต่ำกว่าบางร้านที่ได้มิชลินหนึ่งดาวในกรุงเทพฯ แน่ๆ ค่ะ บรรยากาศภายในร้านสง่างามมากๆ บริการดี นั่งรออาหารไป นั่งมองไป รู้สึกสบายตาเป็นอย่างมากเลยค่ะ


CLARA

69 ซอย ประสาทสุข ถนน เย็นอากาศ, แขวง ช่องนนทรี, เขต ยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10120
มีที่จอดรถและบริการ Valet

ให้บริการทุกวันจันทร์ – วันเสาร์ มื้อเย็น 18.00 – 24.00 น.

Tel. : +66 95 879 62 57
Website : https://www.clarabangkok.com/
Email : clara@clarabangkok.com

error: