[รีวิว] Club Med Serre Chevalier สกีรีสอร์ทในฝรั่งเศสที่รวมทุกอย่าง กับการหัดเล่นสกีในวิวหลักล้าน

อยากลองเล่นสกีหรือสโนว์บอร์ดอยู่รึป่าวคะ? ใครกำลังหาที่เรียนสกีหรือสโนว์บอร์ด แล้วคิดว่าฝั่งยุโรปอาจจะเกินเอื้อม นัทขอให้คิดใหม่ เพราะซีซั่นล่าสุด นัทได้ไปลองเล่นสกีที่ Serre-Chevalier หนึ่งในลานสกีที่คอมมิวนิตี้สกีมักพูดว่าคุ้มค่าที่สุดในเทือกเขาแอลป์ฝรั่งเศส หนึ่งสกีพาสใช้ได้ถึง 4 หมู่บ้าน มีเส้นทางสกี 250 กม. และมือใหม่หรือผู้ไม่มีประสบการณ์มาก่อนก็ไม่ต้องกลัวเลยค่ะ เพราะลานฝึกหัดเยอะ แล้ววิวอลังการมาก มีแต่จะทำให้ได้แรงจูงใจอยากเล่นสกีมากขึ้นทุกวันที่ไปหัดเลย

นอกจาก เส้นทางและลิฟท์ที่มีให้เลือกเยอะมาก ที่นี่ยังโด่งดังเรื่องฟ้าใส ฟ้าเปิด 300 วันต่อปี แทบไม่มีวันที่ทัศนวิสัยแย่ๆ ที่สำคัญ เส้นทางกว่า 80% อยู่ที่ความสูงกว่า 2000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล หิมะเลยคุณภาพดี ฟูสุดๆ วิวหลักล้าน และด้วยความที่เราไม่อยากห่วงเรื่องค่าใช้จ่าย เลยเลือกพักที่ Club Med Serre Chevalier (คลับเมด แซร์ เชวาลีเยร์) ประเทศฝรั่งเศส สกีรีสอร์ทแบบ All-Inclusive จ่ายทีเดียวจบ ค่าเรียน ค่าพาส ค่าที่พัก ใครอยากลองเล่นสกีในฝรั่งเศสหรือฝั่งยุโรป เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ


Club Med Serre Chevalier เหมาะกับใครบ้าง

> คนอยากเรียนสกี/สโนว์บอร์ด โดยไม่มีพื้นฐานมาก่อนเลย : ที่นี่เป็นที่อยู่ของลานฝึกหัดสำหรับผู้ไม่มีประสบการณ์ที่นัทว่าสวยที่สุดที่เคยเห็นมาเลยค่ะ มันคือวิวเทือกเขาแอลป์ที่ปกติเราได้แค่ขึ้นกระเช้าไปดู แต่อันนี้มีลานฝึกที่ขึ้นกระเช้าไปที่ความสูงประมาณ 2,300 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เป็นวิวพรีเมียมระดับท็อปที่เราไม่ได้เห็นกันง่ายๆ สำหรับคนเพิ่งหัดเล่น ถ้าเล่นฝั่งญี่ปุ่นต้องลานดำเท่านั้นและมีแค่ไม่กี่สโลปที่ความสูงระดับนี้ค่ะ

ที่ Club Med Serre Chevalier มีคลาสเรียนที่รวมอยู่แล้วทุกวัน ครูสอนที่นี่ใช้ครูที่จบจาก ESF สถาบันสกีฝรั่งเศสที่เราได้ยินกิตติศัพท์ในหมู่ครูสกีว่าสอบยากมาก ยิ่งถ้ามาแบบพ่อแม่ลูกคือคุ้มมาก เพราะสามารถปล่อยลูกไว้กับ Kids’ Club หรือส่งลูกไปเรียนโรงเรียนสกีเด็กก็ได้ ทุกอย่างคือรวมหมดแล้วค่ะ

> คนอยากมาพักผ่อน สัมผัสหิมะ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ : ตัว Ski Pass ที่ได้มาจาก Club Med สามารถใช้ขึ้นไปชมวิวยอดเขาได้หลายจุด ความโดดเด่นของ Serre-Chevalier คือเป็นหุบเขาที่มีถึง 4 หมู่บ้าน มีทั้ง Briancon ที่เป็นหมู่บ้านมรดกโลก สวยมากๆ มีเมือง Le Monetier-les-Bains ที่ดังมากเรื่องน้ำพุร้อนธรรมชาติเหมือนการแช่ออนเซน มีบัสนั่งข้ามหมู่บ้าน ซึ่งรวมอยู่ในสกีพาส ทั้งนี้การพักที่ Club Med ยังรวมอาหาร เครื่องดื่มทั้งแอลและไม่แอล มีให้ทานตลอดวัน จะมาแบบตื่นสายๆ กินๆ นอนๆ แช่น้ำ ซาวน่า ขึ้นไปชมวิวเขา ก็ยังได้

> คนเล่นสกี/สโนว์บอร์ดเป็นอยู่แล้ว : สกีพาสของที่นี่รวมเส้นทางสกีร้อยกว่าเส้นทาง นับเป็นระยะทางทั้งหมด 250 กิโลเมตร พร้อมสกีลิฟท์ 56 ตัว มือโปรเค้าเล่นข้ามเขาไปเที่ยวหมู่บ้านอื่นกันฉ่ำๆ วิวสวยอลังการเพราะพื้นที่กว่า 80% ของสโลปตั้งอยู่เหนือระดับความสูง 2,000 เมตรขึ้นไป มีทั้งวิวยอดเขาแบบไม่มีอะไรบัง และ เส้นทางลัดเลาะไปตามป่าสน แม้จะเล่นเป็นอยู่แล้ว แต่อยากเรียนเพิ่ม ที่ Club Med ก็รวมคลาสเลเวลสูงไว้ด้วยค่ะ


Club Med Serre Chevalier สกีรีสอร์ทในแบบ คลับเมด รวมอะไรแล้วบ้าง?

ถ้าใครเคยไป คลับเมด จะรู้เลยว่า มันคือความสบายใจจริงๆ อยากกินอะไรก็กิน อยากดื่มอะไรก็ดื่ม แบบไม่ต้องยั้ง ไม่ต้องคิดเยอะเลย ซึ่งในที่นี่ราคาที่เราจ่ายจะรวม :

– ห้องพัก และ Facilities ต่างๆ ได้แก่ สระว่ายน้ำ จากุชชี่ ซาวน่า สตรีม ฟิตเนส โยคะ คลาสออกกำลังกาย
– ของกินและเครื่องดื่มที่มีอยู่ทุกมุม เครื่องดื่มทั้งแอลและไม่แอล มีเสิร์ฟตั้งแต่ห้องอาหารหลัก คาเฟ่ บาร์ ยันหน้าล็อกเกอร์สกีที่คอยส่งเราออกไปเล่น ใครสายแอลก็คือดื่มไปได้เลยฉ่ำๆ ส่วนเครื่องดื่มซอฟท์ดริงค์ก็ตัวเลือกเยอะ
– คลาสเรียนสกีแบบกลุ่ม และ Ski Pass (ค่าลิฟท์/กระเช้า) อย่าลืมว่า รวมสำหรับสองคนเลยนะคะ
– ตอนกลางคืนจะมีปาร์ตี้กับโชว์จากคลับเมด มีทั้งแนวแฟมิลี่ และ แนวตื้ดๆ เลย ซึ่งพอมันรวมเครื่องดื่มอยู่แล้ว ก็ถือว่าประหยัดค่าไนท์ไลฟ์มากๆ

จากเรทค่าห้องช่วงที่นัทไป นัทลองคำนวณก่อนมาแล้ว ถ้าหักค่ากิน ค่าเรียน และ ค่าสกีพาสออกแล้ว ตัวค่าห้องคือถือว่าไม่แพงเลยในมาตรฐานฝรั่งเศส แล้วยิ่งถ้าเทียบกับจะไปเรียนสกีที่สวิสนะ นี่คือราคาแบบน่ารักมากกกก

สิ่งที่ไม่รวม ได้แก่

– ค่าอุปกรณ์สกี เนื่องจากแขกหลายคนก็เอาอุปกรณ์ของตัวเองมา (เพราะคนท้องถิ่นที่นี่เล่นสกีทีละสองอาทิตย์ หลายคนเลยคิดว่าซื้อไปเลยคุ้มกว่าเช่า หรือบางคนก็จะมีรุ่นและยี่ห้อของอุปกรณ์ในใจ) ทางคลับเมดจึงให้แขกเลือกเช่าตามที่แต่ละบุคคลต้องใช้ดีกว่า
– ค่าเดินทางมายังรีสอร์ทและค่าที่จอดรถ
– อื่นๆ เช่น สปา, เมนูอาหารและไวน์พรีเมียม ซึ่งเค้าจะมีเมนูแยกต้องสั่งเป็นพิเศษ (แต่ที่มีรวมอยู่ ก็เยอะมากแล้วค่ะ), หากใครอยากเรียนสกีหรือสโนว์บอร์ดแบบส่วนตัว หรือตัวต่อตัว ก็มีแพกเกจให้เลือกเช่นกันค่ะ

หากใครหาสกีรีสอร์ทที่รวมทุกอย่างแล้ว ก็ขอแนะนำเลยนะคะ ไปจองกันได้ที่ https://www.clubmed.co.th/r/serre-chevalier/w?locale=th-TH ปกติสกีรีสอร์ทของคลับเมดฝั่งยุโรปจะแนะนำให้จองหนึ่งสัปดาห์เพื่อที่จะไปเริ่มคลาสพร้อมกันแล้วพอจบสัปดาห์ก็จะได้เลื่อนขั้น แล้วมาเรียนต่อในสกีทริปถัดไปในเลเวลที่สูงขึ้นค่ะ แต่คลับเมดก็ยังมีความยืดหยุ่นหากจองวันน้อยกว่านั้น สามารถอีเมล์ไปที่ contactus.th@clubmed.com หรือ โทร 02-035-6788 คอลเซ็นเตอร์คลับเมด มีจนท.คนไทย เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 18.30 น. ค่ะ


การเดินทางไปยัง Club Med Serre Chevalier

จริงๆ สนามบินที่ใกล้ที่สุดคือ สนามบิน Turin หรือ Grenoble ขับรถแค่ 2 ชั่วโมงค่ะ แต่ถ้าสนามบินที่สะดวกที่สุดสำหรับการบินจากไทยจะเป็นสนามบิน Milan Malpensa ค่ะ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมงนิดๆ (Serre Chevalier อยู่ในประเทศฝรั่งเศสนะคะ แต่ติดชายแดนอิตาลีเลย)

ส่วนสถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ Oulx นั่งรถไฟมาจากมิลานได้ไม่ถึงสองชั่วโมง จากสถานี Oulx นั่งแท็กซี่หรือทรานสเฟอร์อีกประมาณ 50 นาทีก็ถึงรีสอร์ทค่ะ

สรุปว่า ขึ้นอยู่ว่าจะดีไซน์ทริปแบบไหน ถ้ามาแค่สกีอย่างเดียวทั้งทริป มาลงสนามบินมิลานแล้ว จอง Private Transfer ผ่าน Club Med จะง่ายที่สุด ถ้าคิดว่าจะแวะเที่ยวหลายที่ ก็อาจจะมองเป็นนั่งรถไฟแล้วต่อแท็กซี่ หรือเช่ารถขับเองค่ะ อาจจะต้องเช่ารถมาทิ้งไว้และมีค่าจอด ต้องลองคำนวณค่าใช้จ่ายดู แต่แถวนี้ ขับรถเส้นทางสวยค่ะ แวะเที่ยวได้หลายเมืองเลย


ห้องพัก Club Med Serre Chevalier

ห้องพักที่นี่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศหมู่บ้านตามเทือกเขาแอลป์ ตัวอาคารภายนอกเน้นงานไม้ที่ให้ความรู้สึกคลาสสิก ส่วนด้านในห้องพักตกแต่งสไตล์ Alpine Chalet มีความโคซี่ อบอุ่น และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันค่ะ

ห้องพักที่นี่จะเน้นไว้เพื่อพักผ่อนและประโยชน์ใช้สอยจริงๆ ค่ะ เนื่องจากมีกิจกรรม และมีอาหารเสิร์ฟอยู่ตลอดเวลา ทำให้แขกที่มาพัก ใช้เวลานอกห้องค่อนข้างเยอะ ดังนั้นแม้จะเป็นห้องแบบ Superior Room ขนาด 24 ตร.ม. ก็อยู่สบายแบบเหลือๆ เลยค่ะ นี่มีการจัดเลย์เอาท์ที่มีโซนห้องนั่งเล่นและโต๊ะทำงานแยกกับโซนเตียงนอนด้วยนะคะ ทุกห้องมีอ่างอาบน้ำตั้งแต่ห้องเริ่มต้นเลย

ห้องสะอาด เตียงนอนสบายเลยค่ะ สิ่งที่นัทชอบมากๆ คือตู้เสื้อผ้าและตู้เก็บของที่เป็นชั้นวาง รวมถึงที่แขวนบนผนัง รู้สึกว่าทางโรงแรมออกแบบมาเพื่อคนที่มาอยู่เล่นสกีเป็นอาทิตย์ๆ จริงๆ ค่ะ

ห้องสุขาแยกจากห้องน้ำ ในห้องน้ำมีอ่างอาบน้ำที่น้ำอุ่นและฝักบัวน้ำแรง แช่อ่างอาบน้ำสบายๆ มีสบู่แชมพู ดรายเป่าผมเตรียมไว้ให้

ที่มินิบาร์จะมีแค่กาน้ำร้อน และไม่มีตู้เย็น แต่คลับเมดมีอาหารและเครื่องดื่มให้ทานตลอดวัน จะเดินไปหยิบตอนไหนก็ได้


ห้องอาหารและบาร์

ที่นี่จะมี 4 จุดหลักๆ ค่ะ ซึ่งทุกจุดสามารถใช้บริการได้ ทุกอย่างคือรวมแล้วค่ะ

Main Restaurant : Le Vauban

ห้องนี้ คือห้องอาหารหลัก เสิร์ฟไลน์บุฟเฟต์ทั้งเช้า กลางวัน เย็น ซึ่งความพีคคือเมนูเปลี่ยนทุกวัน!!! ถ้าชอบเมนูไหนให้ตักทานเลยนะคะ เพราะวันถัดไปมันอาจจะเปลี่ยนแล้วไม่มีแล้ว เค้าจะมีเมนูท้องถิ่นเวียนมาเรื่อยๆ

ไลน์บุฟเฟต์นานาชาติที่อลังการมากกก มี Live Cooking Station ที่เชฟจะมาปรุงสเต็กเนื้อ พาสต้าเส้นสด และเมนูซีฟู้ดให้ทานกันร้อนๆ วันต่อวัน และที่ห้ามพลาดเด็ดขาดคือ โซน Alpine Specialties ที่เสิร์ฟชีส Raclette เยิ้มๆ และชีส Fondue ร้อนๆ สไตล์ชาวเขาแอลป์แท้ๆ ทานคู่กับโคลคัท (Cold Cuts) และมันฝรั่งอบ

ทุกวันจะมีของเด็ด อย่างหอยนางรมสด ฟัวกราส์ ซีฟู้ดออนไอซ์ คือเหมือนทานบุฟเฟต์โรงแรมดีๆ ทุกวัน และจะมีเมนูหลักที่ยืนพื้นตลอดเช่น เบอร์เกอร์ เฟรนช์ฟรายส์ สลัดหลากชนิด ปลาย่าง

สำหรับอาหารเช้า นัทประทับใจมากที่มีน้ำส้มคั้นสด ส่วนอื่นๆ ก็ครบครัน ภูมิภาคนี้ดังเรื่องชีส ก็มีชีสท้องถิ่นเพียบ ครัวซองท์ ขนมปัง เมนูไข่ สลัด ไส้กรอก ผลไม้ มีครบหมดค่ะ

เมนูอาหารเที่ยงและเย็น อย่างที่บอกว่าเปลี่ยนทุกวัน มันเลยหลากหลายจนถ่ายรูปมาให้ชมไม่หมดเลยค่ะ มีตั้งแต่ทูน่าโปเก้ สเต็กหมู ปาเอญ่า เนื้อย่าง พิซซ่า ของหวานมากมาย ไอศครีม เครื่องดื่ม ไวน์แดง ไวน์ขาว

Gourmet Club : La Meije

ห้องนี้ จะเสิร์ฟเป็นแบบสั่งจากเมนู ซึ่งสั่งเท่าไหร่ก็ได้นะคะ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ยกเว้นเมนูพรีเมียมที่มีระบุไว้ชัดเจน) มื้อเย็นที่นี่แนะนำให้จองล่วงหน้า เพราะมีที่นั่งจำกัดค่ะ บรรยากาศก็จะต่างจากไลน์บุฟเฟต์ที่ลุกไปตักเอง

ของดีของเด็ดประจำห้องอาหารนี้คือ “Fondue Savoyarde” แปลว่า ฟองดูสไตล์ซาวัว ซึ่งหากใครเคยกินสวิสฟองดู แล้วอาจจะไม่ได้ชอบขนาดนั้น นัทขอให้เปิดใจมาลองทานฟองดูซาวัว ดูนะคะ เพราะว่า ชีสกลิ่นไม่แรง อร่อย เหมือนพวกดิปปิ้งชีสที่เราทานกัน มีความเยิ้มมากๆ คือเป็นครั้งแรกที่นัททานฟองดูหมดหม้อ แล้วทานไปสองรอบในช่วงที่อยู่ที่นี่

อีกเมนูเด็ดคือ เนื้อย่างบนหินร้อน ที่ให้เราย่างกันเอง หอมฟุ้งเลยค่ะ

Main Bar : L’Izoard

เป็นศูนย์รวมใจของทุกคนในช่วง Après-ski (ช่วงเวลาหลังสกีเสร็จ) มีซุ้มอาหารริมระเบียง มีของทานเล่น บาร์เทนเดอร์คอยเขย่าค็อกเทล เสิร์ฟไวน์และเบียร์ให้ดื่มกันแบบไม่อั้น ส่วนใครไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ก็มีช็อกโกแลตร้อนเข้มข้น เครปฝรั่งเศสทำสดใหม่ และเค้กอบร้อนๆ คอยต้อนรับกลับบ้านค่ะ บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองมากๆ

ส่วนฝั่งอินดอร์จะเป็นเลาจ์ที่ผู้คนชอบมานั่งแฮงค์เอาท์ สายแอลกอฮอล์น่าจะถูกใจ เพราะมีเบียร์ให้เลือกหลากหลายมาก ส่วนนัทไม่ดื่ม ก็แฮปปี้มาก เพราะพวกโซดาเค้ามีออปชั่นให้เลือกเยอะมาก ทั้งน้ำผลไม้ น้ำสปาร์คลิ่งรสชาติต่างๆ ม็อกเทล ชา กาแฟ สารพัดเลยค่ะ แม้จะเป็นเครื่องดื่มพวกนี้ ซื้อข้างนอกก็ถือว่าราคาสูงนะคะ นี่เราก็หยิบลองได้แบบสบายใจเลย

Coffee Shop

ตรงนี้คือจุดเสบียงของนัทเลยค่ะ เป็นจุดที่มี ขนม ผลไม้ แซนด์วิช มัฟฟิน คุ้กกี้ ชา กาแฟ เสิร์ฟตลอดเวลา เหมือนคาเฟ่ในเมืองในยุโรปปกติเลย ซึ่งแน่นอนว่าเราสามารถสั่งได้แบบไม่อั้น เพราะค่าใช้จ่ายรวมอยู่แล้ว

ในวันที่เราไม่ไปคลาส ก่อนจะไปเที่ยว เราก็มานั่งเล่นตรงนี้ก่อนค่ะ


Swimming Pool / Jacuzzi

สระว่ายน้ำของที่นี่จะเป็นสระว่ายน้ำควบคุมอุณหภูมิขนาดใหญ่อยู่ในอาคาร แต่เป็นหน้าต่างกระจกที่เรามองวิวภูเขาได้ มีสระเด็กอยู่ข้างๆ ในภายยังมีห้องสตีมและซาวน่าไว้ให้บริการอีกด้วย


Ski Class / Ski Area

ใครที่เริ่มหัดสกีใหม่ๆ น่าจะเคยได้ยินคำว่า “Ski-in Ski-out” มาบ้าง มันหมายถึงที่พักที่คุณสามารถใส่สกีออกจากประตูไป ขึ้นสกีลิฟท์ เล่นสกีลงมาตามสโลป แล้วสกีอินเข้ามาถึงที่พักได้เลย ไม่ต้องแบกอุปกรณ์ ซึ่ง Club Med Serre Chevalier เป็นแบบนั้นค่ะ (ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่มีหลายหมู่บ้าน และมีลานฝึก/ลิฟท์สเตชั่นเยอะมาก บางครั้ง ครูสอนเค้าจะพาเราไปเรียนที่สโลปอื่น ซึ่งอาจจะมีแบกสกีขึ้นบัสไปนะคะ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ)

ที่คลับเมดจะออกแบบล็อกเกอร์ให้เป็น Ski-in Ski-Out เสมอเลยค่ะ เค้าใส่ใจถึงขนาดที่ว่า มีล็อกเกอร์เก็บอุปกรณ์สกี “สำหรับทุกห้อง” ใช้ริสท์แบนด์ที่ข้อมือแตะได้เลย ชีวิตมันดีมากค่ะทุกคน เพราะหลายคนจะรู้ว่า สกีบู้ทใส่ยาก สกีหรือบอร์ดก็ต้องแบก หมวกกันน็อค แว่นสกี ถุงมือ การแบกขึ้นลงจากห้อง คือเหนื่อยอยู่ บางที่มีที่วางสกีให้ก็จริง แต่ไม่ได้เป็นล็อกเกอร์ ใครจะมาหยิบสลับไปมั้ยก็ไม่รู้

พอเป็นแบบนี้คือไม่ต้องกลัวของหายเลยค่ะ นัทใส่แค่ชุด เดินลงมาแต่งตัว ใส่อุปกรณ์ตรงนี้ ออกไปสกี พอสกีเสร็จ กลับเข้ามาทิ้งของไว้ตรงล็อกเกอร์ เดินตัวปลิวไปกินข้าว สบายตัวสุดๆ

สำหรับคลาสจะมีคลาสทุกระดับ แล้วใครมาหัดตอนโตไม่ต้องเขินนะคะ เพื่อนเพียบ จุดเด่นของครูที่นี่คือ ทุกคนจะต้องจบหลักสูตรการสอนสกี จากโรงเรียน Ecole de Ski Francais (ESF) ได้ยินมาจากสายสกีว่าเป็นโรงเรียนที่จบยากที่สุด — ออกตัวก่อนว่า นัทไม่ได้มีปัญหา กับการหัดเล่นเอง หรือ การให้คนเล่นสกีเก่งมาสอนเหมือนหลายๆ ที่นะ — แต่ด้วยความที่ตัวนัท ไม่ใช่คนฟิตหรือคนสายสปอร์ตเว่อๆ พอมาเรียนกับครูที่เบสิคแน่น ทำให้เรารู้สึกปลอดภัยและสบายใจในการเล่นมากค่ะ

— การสอนเป็นกลุ่มจะไม่เร็วมาก เค้าประเมินว่า มาพักร้อน 1 สัปดาห์ ก็จะฝึกจนเลื่อนขึ้นได้ 1 เลเวลค่ะ

ใครอยากเรียนไพรเวทก็ติดต่อได้นะคะ มีบริการ แต่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมค่ะ

ตั้งแต่หัดเล่นสกีมา นี่คือลานหัดเล่นที่วิวสวยที่สุดที่เคยเห็นมาแล้วค่ะ ปกติลานหัดเล่นจะอยู่ข้างล่าง เราจะไม่ได้วิวอลังการขนาดนี้ มีแรงบันดาลใจในการเล่นสุดๆ เลยค่ะ

ส่วนใครที่เล่นเป็นอยู่แล้ว ก็เอนจอยได้เลยค่ะ วิวมันอลังการมาก อยู่อาทิตย์นึงจะลองเล่นเส้นทางใหม่ทุกวันก็ยังได้ นับเป็นระยะทางทั้งหมด 250 กิโลเมตร เอาแค่เส้นทางสำหรับมือใหม่คือมีร้อยกว่ากิโลแล้วค่ะ อีกเสน่ห์ของที่นี่คือ สกีลิฟท์หลากหลายมาก มีทั้งกระเช้ารุ่นประวัติศาสตร์ที่แม้แต่นักท่องเที่ยวท้องถิ่นก็จะมาลองขึ้นกัน

ที่นี่มีร้าน Ski Pro-Shop อยู่ภายในโรงแรมเลยค่ะ มีอุปกรณ์ให้เช่าแบบครบครันมากๆ อันนี้เป็นหนึ่งในสิ่งที่ไม่รวมอยู่ในค่าห้อง เพราะว่า ความต้องการมันหลากหลายมาก คนท้องถิ่นหลายคนเอาอุปกรณ์มาเอง บางคนมีแบรนด์ที่ตัวเองชอบ แม้แต่อุปกรณ์ให้เช่าก็มีหลายระดับ ทำให้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถคิดรวมไปได้ค่ะ

สิ่งที่นัทชอบสำหรับการเช่าที่นี่คือเค้ามีเครื่องสแกนเท้า ทำให้เค้ารู้เลยว่าต้องใส่บู้ทแบบไหน


ที่เที่ยวสำหรับผู้ไม่เล่นสกี

คนไม่เล่นสกีก็มาพักผ่อนที่นี่ได้เช่นกันนะคะ ลองคิดว่า เราไปนอนชิลล์ๆ ริมทะเลซักอาทิตย์ อันนี้เหมือนกันเลยค่ะ แค่เปลี่ยนจากทะเลเป็นภูเขา คือมันล้อมด้วยธรรมชาติจริงๆ และหุบเขา Serre-Chevalier ไม่ได้มีดีแค่หิมะ แต่ยังมีประวัติศาสตร์และที่เที่ยวระดับโลกซ่อนอยู่เพียบ

เราสามารถนั่งบัสไปเที่ยวเมืองเก่า Briançon (Cité Vauban) เมืองมรดกโลก UNESCO ซึ่งเป็นเมืองที่อยู่สูงที่สุดในฝรั่งเศส ไฮไลท์เด็ดคือ Cité Vauban ป้อมปราการและเมืองเก่าโบราณ บรรยากาศด้านในจะเป็นตรอกซอกซอย มีบ้านเรือนสีสันพาสเทล ร้านขายของที่ระลึกโลคอล คาเฟ่เก๋ๆ และโบสถ์เก่าแก่

ถ้านั่งบัสไปอีกทาง จะสามารถไปแช่น้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่ Les Grands Bains du Monêtier มีชื่อเสียงเรื่องน้ำพุร้อนธรรมชาติมาตั้งแต่สมัยโรมันโบราณ ปัจจุบันที่นี่ถูกพัฒนาเป็น Les Grands Bains du Monêtier ศูนย์สปาน้ำแร่ร้อนขนาดใหญ่กว่า 4,500 ตารางเมตร มีสระกลางแจ้งขนาดใหญ่วิวภูเขาหิมะ ด้านในยังมีเตียงหินร้อน ถ้ำไอเกลือ และสปาครบวงจร

นอกจากนี้ สกีพาสที่ทุกคนจะได้มาจากการเข้าพัก จะมีหลายๆ สกีลิฟท์ที่เปิดให้ผู้ไม่เล่นสกีขึ้นไปได้ ส่วนใหญ่จะเป็นจุดที่ขึ้นไปแล้วเจอร้านอาหารหรือบาร์ จึงเปิดให้ทุกคนขึ้นมาได้ ก็จะสามารถไปปาร์ตี้พร้อมกับเหล่าคนที่สกีลงมากันได้ค่ะ


Club Med Activities

นอกจากสระว่ายน้ำ จากุชชี่ และ ซาวน่าแล้ว ที่นี่ยังมี สตูดิโอที่มีคลาสโยคะ คลาสสมาธิผ่อนคลายต่างๆ รวมไปถึงคลาสออกกำลังกาย และฟิตเนสที่ใหญ่กำลังดีด้วยค่ะ

สำหรับใครที่มาเที่ยวแบบครอบครัว นัทได้ยินมาว่า ที่คลับเมดเค้าดังมาก เรื่องพ่อแม่เอาลูกมาฝากไว้ที่ Kids’ Club (มีทั้ง Mini Club และ Junior Club)  เขามีทีมพนักงานคอยดูแลพาเด็กๆ ทำกิจกรรมสันทนาการสนุกๆ แยกตามกลุ่มช่วงอายุอย่างปลอดภัย หรือจะให้ไปคลาสสกีก็ได้เช่นกันค่ะ (นัทเคยอ่านรีวิว ชาวยุโรปหลายคนบอกว่า ประหยัดค่าพี่เลี้ยงกับเนิร์สเซอรี่ไปได้เยอะแบบคุ้มๆ เลย)

สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือทางคลับเมด เค้ามองตัวเองเป็นคลับ คือเหมือนเป็นสมาคมที่รวมคนที่ชอบอะไรเหมือนๆ กันมาอยู่ด้วยกัน ดังนั้น สต๊าฟเค้าจะทั้งบริการและดูแลเราอย่างใกล้ชิดมากๆ บางทีเราจะเห็นเค้ามานั่งทานอาหารด้วย หรือในตอนกลางคืน ก็จะมีโชว์พิเศษ ทั้ง Theater show มีปาร์ตี้ ที่มีชุดธีมในแต่ละวัน เป็นอะไรที่สนุกมากๆ เลยค่ะ


หากใครหาสกีรีสอร์ทที่รวมทุกอย่างแล้ว อยากหัดเล่นสกีที่ยุโรป ก็ขอแนะนำเลยนะคะ ไปจองกันได้ที่ https://www.clubmed.co.th/r/serre-chevalier/w?locale=th-TH ปกติสกีรีสอร์ทของคลับเมด จะต้องจองอย่างน้อยประมาณ 3 คืนนะคะ ลองกดดูค่ะ ราคาไม่เท่ากันในแต่ละช่วงค่ะ หรือสามารถโทร 02-035-6788 คอลเซ็นเตอร์คลับเมด มีจนท.คนไทย เปิดทุกวันยกเว้นวันอาทิตย์ เวลา 9.00 – 18.30 น. ค่ะ


ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: