[รีวิว] The Allium อาหารฝรั่งเศสชั้นเลิศจากเชฟส์การ์เด้น ณ โรงแรม The Athenee Hotel Bangkok

เปิดใหม่ล่าสุดกับห้องอาหาร The Allium Bangkok บนชั้น 3 ของโรงแรม The Athenee Hotel, a luxury collection hotel บนถนนวิทยุ ห้องอาหารที่นักชิมทุกคนไม่ควรพลาด เพราะนี่คือการเกิดใหม่ของห้องอาหาร The Reflexion หนึ่งในร้านอาหารฝรั่งเศสสุดคลาสสิกแห่งหนึ่งในเมืองไทย เจ้าของตำแหน่งร้านอาหารอันดับ 1 ใน Trip Advisor ของกรุงเทพมหานคร มาอย่างยาวนาน

The Allium ถูกรังสรรค์เมนูโดยเชฟ Roxanne Lange เชฟหญิงมากความสามารถ ที่เคยผ่านงานมาแล้วในร้านอาหารระดับ Michelin Star ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้งยังเคยเป็น Chef de Cuisineให้กับร้าน Savelberg รวมทั้งห้องอาหาร The Reflextion ที่ The Athenee Hotel แห่งนี้ก่อนจะเปลี่ยนโฉมอีกด้วย

ในคราวนี้ เชฟ Roxanne ได้เปลี่ยนคอนเซปต์อาหารของเธอให้เป็นอาหารที่คำนึงถึงเรื่องความ Sustainability ให้มากขึ้น โดยเธอพยายามปลูกพืชผักไว้ใช้เองในร้าน รวมทั้งตระเวนหาวัตถุดิบท้องถิ่น ชั้นดี เพื่อนำมา เสริมสร้างความอร่อยให้กับวัตถุดิบชั้นเลิศจากทุกมุมโลก

เมนูของ The Allium นั้น มีทั้ง A la carte และ Tasting Menu โดย Tasting Menu นั้น เราสามารถเลือกจำนวนของคอร์สได้ 3 ระดับด้วยกันคือ 6/8/10 คอร์ส (ราคา 2,480 บาท++, 2,980 บาท++, และ 3,280 บาท++ ตามลำดับ) หรือเลือกเป็น Vegetarian Course ก็ได้เช่นกัน

โดยในวันนี้ เราเลือกเป็น Tasting Menu 10 คอร์สที่เชฟตั้งชื่อว่า Memoirs of Home (ราคา 3,280 บาท++) ซึ่งก่อนเริ่มคอร์สนั้น เรามาเริ่มต้นกันด้วย Amuse Bouche ถึง 3 จานด้วยกันเลยทีเดียว

Snack from our Garden : สารพัดผักจิ๋วที่นำมาปรุงในแบบต่างๆกัน เสริมความหอมด้วย ซอสเพสโตรสเข้มข้น

The Sea : หัวกุ้งกับซอสพอนสึ และซอสค็อกเทล ในเปลือกหอยน่ารักทำจากแป้งกรอบ รสชาติเข้ากัน

The Land : มาสองชิ้น เป็นไอศกรีมมูสตับไก่ในโคนโรยด้วย Balsamic Caviar กับ อีกชิ้นคือ Pork Cheek ปรุงมาด้วย Pickle Lily

หลังจาก Amuse Bouche สุดอลังการแล้ว เรามาเริ่มคอร์สแรกกันด้วย Signature ของร้าน

La Speciale Jolie Mauger Oyster & Oscietra Caviar

ที่นี้ใช้หอยนางรมของ David Hervé ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพชั้นยอดอยู่แล้ว นำมาปรุงด้วยน้ำมะนาวและน้ำแอปเปิ้ล เพื่อเพิ่มความหวานและ acidity คาเวียร์นั้นให้ความเค็มและอูมามิที่มาประสานกับความหวานของซอสได้อย่างลงตัว ประกอบร่างด้วย Condiment สุดคลาสสิกอย่าง Sour Cream และ Dill ทำให้จานนี้หอม หวาน มัน เปรี้ยว เค็ม อร่อย ลงตัวเป็นที่สุด

Chiang Mai Tomato Salad

นี่เป็นจานที่เซอร์ไพรส์เรามากๆ ถึงขั้นต้องร้องว้าวววว บอกเลยว่าไม่คิดว่ามะเขือเทศจะอร่อยได้ถึงขนาดนี้ เชฟ Roxanne ได้นำ Heirloom Tomamo สามสี มาปรุงในแบบต่างๆ ทั้งนำไป อบแห้ง ลวก Tomato Soup Sphere, Meringue และ Gazpacho Icecream ทั้งหมดทั้งมวล เพื่อ Texture ที่แตกแต่งและรสชาติมะเขือเทศที่อร่อยเข้มข้น

Thai Mud Crab & Cucumber

ดีงามต่อเนื่องกันมาถึงจานที่สาม แตงกวาถูกนำมาฝานเป็นเส้นคล้ายสปาเกตตี้ กรุบกรอบ และที่สำคัญไม่มีกลิ่นเหม็นเขียวแม้แต่น้อย เข้ากับเนื้อปูซอส Crème fraîche และโรยด้วย Watermelon & Lime Caviar ที่ให้ความเปรี้ยวหวาน หอม ลงตัว เป็นคอมบิเนชั่นของรสชาติที่อยากให้ทุกคนได้ลองค่ะ

Hokkaido Scallop & Pumpkin

หอยเชลล์จากฮอกไกโดเกรดสด ปรุงได้อย่างพอดี หวานเด้ง มากับฟักทองหลากหลายรูปแบบทั้ง Roasted, Sauté, Bake, Jelly ราดด้วยน้ำ Dashi รสดี จานนี้ทุกองค์ประกอบทำได้ดีมาก แต่อาจจะหวานนำ ขาดเค็มไปสักนิด ทำให้รสชาติไม่ค่อยต่อเนื่องจากอาหารคอร์สก่อนๆ ที่เข้มข้นมาทุกจาน เป็นเหมือนการพักเบรคก่อนจะไปสู่เมนคอร์ส

Red Snapper, Sun Choke & Chorizo

ปลาปรุงมาพอเหมาะพอดี ซอส Beurre Blanc ที่หอมมัน จับคู่กับปลา, Chorizo ที่เค็มๆหอมเครื่องเทศ และพริกหยวกที่หวานกรอบ ได้อย่างดีเยี่ยม  มีความนุ่มละมุนของโฟม เป็นจานปลาที่รสชาติดีมากๆ
(แอบกระซิบว่า ปกติเรามักจะอวยจานปลาของร้านที่เชฟ Roxanne เคยทำงานก่อนหน้านี้อยู่บ่อยๆ แบบอวยหนักมาก เพราะชอบมาก แน่นอนว่า พอเป็นห้องอาหารที่เชฟ Roxanne เป็นผู้กุมบังเหียน จานปลาจึงถูกใจเรามากๆ แบบอยากกลับมาทานอีก)

French Moulard Duck Liver & Apple

จานนี้เป็นฟัวกราทอดในกระทะ ราดด้วยซอส Apple แบบที่ทุกท่านน่าจะคุ้นเคยกันดี แตกต่างคือคุณภาพของฟัวกราและ Apple ที่นำมาทำเป็น Condiments หลากหลายรูปแบบให้เราได้เพลิดเพลิน ทั้ง Apple Crumble ด้านบน Apple Gel และ Apple Paper

มาถึง Main Course เป็น Spanish Pyrenees Iberico Lamb Rack & Green Asparagus แต่ถ้าไม่ทานแกะ สามารถเปลี่ยนเป็นจานเนื้อหรือปลาในเมนู A la carte ได้ค่ะ

ตัวซี่โครงแกะนี้ ปรุงมา Medium Rare นุ่มมากๆ ไม่มีกลิ่นสาป ซอสรสชาติเข้มข้น หน่อไม้ฝรั่งด้านนอกกรอง ด้านในชุ่มฉ่ำ ทำมาได้ดีตามมาตรฐานร้านที่น่าลุ้นรับ Michelin Star

Organically Made Young Chiang Mai Goat’s Cheese

ทามากับ Crispy Brioche และยัดไส้ด้วยองุ่นสับแบบลูกเต๋า และวางด้วยองุ่นฝาดวงกลมด้านบน ทานคู่กับซอสองุ่น

ดีทุกอย่าง ติดเสียแต่ว่า Goat Cheese กลิ่นอาจจะแรงเกินไปนิดสำหรับเรา

Pineapple & Lime

Pre Dessert ที่มาอย่างสวยงาม และที่สำคัญอร่อยมากๆ ด้านใต้นั้นเป็น กรานิต้าสัปปะรด รสดี วางซ้อนด้วย Lime Panna Cotta และ ราดด้วย Milk Foam ที่เนียนนุ่ม ละมีสัปปะรดอบแห้ง ให้เคี้ยวด้วย ทำให้เราได้ texture ที่ต่างกันถึง 4 ระดับที่ชัดเจน รสชาติ เปรี้ยวหวานมัน บาลานซ์ดีมากๆ ขอชื่นชม

Calamansi from our garden with Madagascan Vanilla

จานนี้จุดเด่นอยู่ที่ Calamansi & Vanilla Ice Cream ที่ร้านทำขึ้นเอง ทานคู่กับ Roll ส้ม ที่ทำจากส้มสามชนิด ทั้ง Sunquick / Mandarin / Calamansi และมีกลีบส้มต่างชนิดกันมาให้ชิมเทียบด้วย

Milk & Organic Honey & Hazelnut

จบคอร์สกันอย่างละมุนๆ ด้วย Milk Ice Cream ราดด้วย Organic Honey ที่หอมมากๆ โรยด้วย Crispy Milk / Hazelnut / Pop Rocks

จานนี้หวานมัน หอม จากลากันไปแบบสุภาพ ประทับใจ

บรรยากาศภายในห้องอาหาร The Allium


ห้องอาหาร The Allium

ตั้งอยู่ในโรงแรม The Athenee Hotel, a luxury collection hotel, Bangkok
ถนน วิทยุ

เปิดวันอังคาร – วันเสาร์ เวลา 18.00 น. – 22.30 น.

ต้องจองล่วงหน้า สามารถจองได้ที่ >> คลิ๊ก
หรือ โทร. 02-6508800