[รีวิว] ร้าน Labyrinth มื้อสนุกที่จะพาคุณไปรู้จักกับอาหารสิงคโปร์ ด้วยวัตถุดิบจากเกาะเล็กๆ แห่งนี้

ปกติเวลานึกถึง “อาหารสิงคโปร์” นึกถึงอะไรกันบ้างคะ? แล้วถ้าบอกว่า จะทำอาหารสิงคโปร์ด้วยวัตถุดิบที่มาจากท้องถิ่นสิงคโปร์เกือบทั้งหมด จะเป็นไปได้มั้ย

ที่ร้าน Labyrinth ร้านอาหารที่นิยามตัวเองว่าเป็นอาหารแบบ Neo-Singaporean หรือการนำอาหารสิงคโปร์ที่เรารู้จักมาตีความแบบสนุกๆ ในแบบของเชฟ LG Han ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมร้านนี้ถึงเต็มตลอด และ ยังได้รางวัล มิชลินสตาร์หนึ่งดาว การันตีอีกด้วย

ก่อนมาเราไม่ทราบว่า ที่ร้านใช้วัตถุดิบท้องถิ่นเกือบทั้งหมด ภาพในหัวเราก็ไม่ได้คิดว่าประเทศสิงคโปร์จะมีไร่มีฟาร์มครบครันขนาดนั้น แต่เอาเป็นว่า เชฟหาของจากที่นี่และใช้ในมื้อนี้อย่างน้อย 75% จากฟาร์มประมาณ 96 ฟาร์ม

ที่นี่เสิร์ฟเป็นคอร์สเท่านั้น มื้อกลางวันจะมีคอร์สสั้นราคาย่อมเยาว์กว่า ส่วนเราทานมื้อเย็นคอร์สเต็ม ประมาณ 15 คอร์ส สนนราคาอยู่ที่ 178 S$ ++

ความสนุกของที่นี่คือการเล่าเรื่องโดยใช้โปสการ์ด ยิ่งพออาหารสิงคโปร์มีหลายเมนูที่คล้ายกับบ้านเรา ทำให้เราพอจะนึกออกว่าเชฟได้แรงบันดาลใจมาจากอะไรบ้าง คล้ายๆ เวลาไปทานร้านแบบ Le Du ของเชฟต้น ที่แม้หน้าตาจะเป็นโมเดิร์นไทย แต่เราสามารถเชื่อมโยงได้ว่า มันคือเมนูอะไร

เข้าร้านมา ทางพนักงานก็เริ่มแนะนำว่า อาหารที่เราจะทานวันนี้มาจากฟาร์มในเกาะสิงคโปร์ ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็คิดคล้ายๆ กันว่า ที่สิงคโปร์ ไม่น่ามีผลผลิตเยอะขนาดนี้

//Spoiler Alert// นี่เป็นอีกร้านที่เราคิดว่า ถ้าตั้งใจจะไปทานอยู่แล้ว แนะนำว่าให้ไปเลยค่ะ เพราะถ้าอ่านรีวิวก็เหมือนอ่านสปอยก่อนไปดูหนัง เดี๋ยวจะไม่สนุกและไม่เซอร์ไพรส์ค่ะ


เริ่มด้วย Amuse Bouche เปิดต่อมรับรส เป็นไข่นกกระทาแช่ชาอู่หลง (เหมือนพวกกับแกล้มเวลาไปทานชาในร้านจีน) และ คอมบูฉะดอกชบาสดชื่นมาก

โปสการ์ดเซ็ทแรกถูกนำมาวาง เป็นอาหารสตรีทฟู้ดของสิงคโปร์ ซึ่งบางเมนูคนไทยเราก็คุ้นเคยกันดีค่ะ

ชิ้นแรก Heartland Waffle วาฟเฟิลที่ด้านในเป็นแยมโกจิเบอร์รี่กับตับบด ออกไปทานหวานนำ

ต่อด้วย Homemade Lapcheong หรือเมนูข้าวอบกุนเชียง ที่มีการใช้ข้าวไหม้นิดๆ กรุบกรอบ เข้ากับกุนเชียงโฮมเมดเนื้อดี

ชิ้นสุดท้ายในเซ็ทนี้ Pulau Ubin Oyster หรือเมนูประมาณหอยทอดหรือออส่วน ใช้หอยนางรมท้องถิ่น ทำมาในรูปแบบของทาโกยากิ ซึ่งกรอบนอกนุ่มใน มีแป้งกรุบๆ เหมือนเวลาทานหอยทอด อร่อยมากค่ะคำนี้ ยิ่งมีซอสพริกทำเองอยู่ด้านบน กลมกล่อมมากๆ

ยังอยู่กันในหมวดสตรีทฟู้ด Lala Clams หรือหอยลายจากฟาร์มประมง Ah Hua Kelong เสิร์ฟมาพร้อมซอส Xo Sambal เป็นเหมือนพริกเผา บนแผ่นเกี๊ยวกรอบ ซอสอร่อยมาก พอมาเจอกับหอยลายสดๆ หวานกรุบ เลยดีมากๆ

เข้าสู่พวกเมนูอาหารจานเดียว ที่ในคอร์สนี้เสิร์ฟกันมาถึงเจ็ดอย่าง

เริ่มด้วย Labyrinth Rojak โรจัก เป็นอาหารมาเลย์-สิงคโปร์ ประเภทสลัด/ยำหวานๆ ซึ่งปกติมักจะเห็นใช้ผลไม้ แต่สำหรับที่นี่ เชฟใช้พืชสมุนไพรในสวน ทีเด็ดอยู่ที่ซอส และเป็นการโชว์เคสวัตถุดิบของสิงคโปร์อันนี้ได้อย่างเซอร์ไพรส์เรามากๆ วัตถุดิบชนิดนี้คือ น้ำผึ้ง Stingless Bee Honey น้ำผึ้งจากผึ้งที่ไม่มีเหล็กไน ในเกาะ Batam ที่นำมาทำเป็นซอส ตัวน้ำผึ้งชนิดนี้จะมีการหมักตามธรรมชาติ ทำให้มี acidity เกิดขึ้นจึงมีความเปรี้ยวแบบเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเชฟเสิร์ฟคู่กับซอร์เบตขนุน เข้ากันมากๆ เป็นยำ/สลัดที่อร่อยมาก

จานนี้ก็ตื่นเต้นอีกเช่นกัน บอกแล้วว่าทานมื้อนี้สนุกมาก เริ่มมาแค่ไม่กี่คอร์ส ก็มีอะไรให้ลองเต็มไปหมด

Local Wild Caught Crayfish ซึ่งเชฟตั้งใจทำเลียนแบบเมนูฮิตของวัยรุ่นสิงคโปร์อย่างกุ้งวาซาบิ โดยที่เชฟไม่ใช้วาซาบิเลย เชฟใช้ใบเนสเตอเตี้ยมเป็นหลักมาในรูปแบบของซอสและผง ซึ่งน่าแปลกใจมาก ที่รสชาติคล้ายวาซาบิมาก แต่ไม่ขึ้นจมูก (เชฟมาเฉลยว่า เค้าใส่ ฮอร์สแรดดิชไปนิดนึง ซึ่งตัวฮอร์สแรดดิช เป็นวัตถุดิบหลักในการทำวาซาบิที่เราเห็นกันทั่วไปในซุปเปอร์มาร์เก็ต) นอกจากนี้ ต้องยอมรับว่าต้องกุ้งทอดมาดีแบบเปิดร้านเทมปุระได้

Grandma’s Fish Maw Soup กะเพาะปลารสมือคุณยาย ที่ทำมาในรูปแบบซุปทานคู่กับลูกชิ้นปลาฮามาจิ ความเด็ดของจานนี้นอกจากรสชาติของซุปที่รีดิวซ์มาแบบกลมกล่อมอุมาหมิแล้ว ยังมีเต้าหู้บดที่ทำให้รสสัมผัสของจานนี้มีความข้นละมุนสุดๆ

ถัดมาเป็นปูที่จับในทะเลสิงคโปร์ และ สตรอเบอร์รี่จาก Sustenir farm เสิร์ฟกับไอศครีมพริก ไข่ขาวและปลาแมคคาเรลเค็ม จานนี้เข้าใจว่า สื่อถึง Chili Crab หนึ่งในอาหารดังของสิงคโปร์ ความหวานของเนื้อปูเข้ากับรสชาติความเผ็ดเค็มได้แบบลงตัว การเสิร์ฟแบบเย็นมาตอนนี้เป็นจังหวะที่ดีมาก

ปลากระพงซึ่งทำมาสองแบบ แบบแรกเป็นซุปกับมันปลา ให้ทานคู่กับ Otah Rempah หรือห่อหมกปลา ซึ่งใส่กล่องเผาตะไคร้มาเสิร์ฟถึงโต๊ะ อร่อยตั้งแต่กลิ่นไปจนถึงเนื้อสัมผัส แม้จะเห็นเป็นซุปใส แต่ทานแล้วได้ฟีลลิ่งประมาณต้มข่า

มาดินแดนแถบนี้ ที่ขาดไม่ได้ก็คือ สะเต๊ะ แต่จานนี้เซอร์ไพรส์มากๆ แบบมีเสียงอื้ออึงกันทั้งร้าน ไม่บอกละกันว่าคืออะไร ให้ไปลองเอง

มาถึงสิงคโปร์ ก็ต้องมีข้าวมันไก่ แต่ที่นี่ทำมาในรูปแบบข้าวอบหม้อดินที่มีการใส่เห็ดเข้าไป ทีเด็ดคงจะเป็นน้ำจิ้มสูตรคุณยายเชฟเช่นกัน

เข้าสู่คอร์สขนมหวานแล้ว อิ่มมากๆ ค่ะ เชฟเดินออกมาดูแลทุกโต๊ะตลอดน่ารักมาก

Pre Dessert วันนี้เป็น Nats about Coco เป็นการทำวุ้นมะพร้าว แต่จานนี้พีคมากนะคะ ทานแล้วอยากทานอีก อยากให้ทำขายแยก คือรู้สึกว่ามันอร่อยมาก ทานได้เรื่อยๆ ข้างในมีวุ้นมะพร้าวว่านหางจรเข้ เสิร์ฟมาพร้อมกับมะพร้าวสามแบบ คือ เมอแรงค์ เนื้อมะพร้าว และ ผง snow ที่ใช้ลิขวิดไนโตรเจนในการทำ มันหอมนุ่มละลายอยู่ในปาก สดชื่น ดีมากค่ะ

ล้างปากกันก่อน Clam Leaf Snow เป็นเหมือนน้ำแข็งไสแต่มีความเป็นเจลาตินอยู่ มีรสผลไม้ และ องุ่นค่ะ

ตามด้วย เต้าฮวยในแบบของเชฟค่ะ จานนี้เป็นจานที่เราไม่ชอบมากที่สุด คิดว่าเพราะจืดและธรรมดาไปนิดนึง

จานสุดท้ายของคอร์สดินเนอร์ในคืนนี้ ข้าวโพดอบเนย ค่ะ! เชฟบอกว่า ที่ตลาดนัดในสิงคโปร์ ก็มีข้าวโพดอบเนยขายเหมือนกัน และเชฟชอบกินมากๆ

ในถ้วยแรกที่เห็นเป็นรูปข้าวโพด นั่นไม่ใช่ข้าวโพดนะคะ แต่เป็นไอศครีมข้าวโพดที่ทำเป็นรูปข้าวโพด! (งงมั้ย?) ต้องทานทั้งหมดด้วยกัน เพราะเชฟได้แยกข้าวโพดอบเนย ออกมาเป็น ไอศครีมข้าวโพด สายไหมคือเนย และในถ้วยชาเป็นน้ำรสชาติแบบน้ำที่อยู่ก้นแก้วเวลาทานข้าวโพดอบเนยเสร็จอ่ะค่ะ เป็นจานที่สนุก และตัวเราก็รีเลทกับมันได้ แถมตัวไอศครีมรูปข้าวโพดนี่อร่อยจริง จานนี้เป็นจานที่เราจดจำได้เลยค่ะ

Petit Fours คำแรกเหมือนเวลาเรากินไอติมกะทิใส่ขนมปัง กะทิข้น ทานคู่กับคาเวียร์ อร่อยมาก ตามด้วยมาการองทุเรียน และ คำสุดท้ายเป็นไมโล รสชาติเหมือนขนมที่เราทานตอนเด็กๆ

เราไม่ได้ถ่ายในร้านมาเพราะเต็มทุกโต๊ะนะคะ แนะนำให้จองก่อนล่วงหน้านิดนึงค่ะ ร้านเดินทางสะดวก อยู่ที่ตึก Esplanade Singapore (ที่บางคนเรียกว่าตึกหนามทุเรียน) ค่ะ

บรรยากาศรีเซปชั่นหน้าร้าน

ภายในร้านจะเป็นบรรยากาศแบบโมเดิร์นๆ เน้นโทนสีดำ ให้รู้สึกน่าค้นหา เวลาเราทานก็รู้สึกเหมือนมาดูโชว์

ทางร้านได้รางวัลการันตีหลายรางวัลเลยค่ะ เป็นหนึ่งในมื้อที่เราชอบที่สุดในสิงคโปร์ และคิดว่าฟู้ดดี้สายนี้ห้ามพลาดค่ะ


ร้านอาหาร Labyrinth Singapore

ตั้งอยู่ที่ ชั้น 2 Esplanade – Theatres on the Bay 8 Raffles Ave

มื้อเที่ยงเฉพาะวันธรรมดา 12.00 – 14.30 น. มื้อเย็นทุกวัน 18.00-23.00 น.
ปิดทุกวันจันทร์

จองผ่านเว็ปไซต์ได้เลย https://labyrinth.com.sg/reservations/
โทร. (65) 6223 4098