Klook.com

[รีวิว] พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) รีสอร์ทสวยสงบ ท่ามกลางธรรมชาติอันสมบูรณ์บนเกาะลันตา

เชื่อมั้ยคะ เราเคยได้ยินนักท่องเที่ยวต่างชาติพูดบ่อยๆ ว่า ถ้าเบื่อความวุ่นวายของเกาะอื่นๆ ในไทย ให้มาพักผ่อนที่ ‘เกาะลันตา’ จนช่วงหลังคลายล็อคโควิด 19 นี้เอง ที่เราได้มีโอกาสมาพักผ่อนบนเกาะลันตา ที่ที่ทำให้เราหลงรักกับธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง เรานั่งหลงใหลไปกับพระอาทิตย์ตกที่สวยงามไม่ซ้ำกันในทุกเย็น การพักผ่อนที่นี่ทำให้เราแทบไม่ได้จับมือถือ เพราะเรารู้สึกว่าทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า มันช่างมีคุณค่าเหลือเกิน ครั้งนี้ เรามีโอกาสได้มาพักที่ โรงแรม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) โรงแรมหรูบนเกาะลันตาเป็นเวลา 4 วัน 3 คืน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่พิเศษมากเลยค่ะ

โรงแรม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) ตั้งอยู่บนหาดบากันเตียง เกาะลันตา จังหวัดกระบี่ เป็นหาดทรายขาวยาว ที่มีเพียงไม่กี่รีสอร์ท ทำให้หาดด้านหน้า ให้ความรู้สึกเหมือนหาดส่วนตัวไปโดยปริยาย โรงแรมยังมีถึง 2 โซน คือโซน Hillside ซึ่งอยู่ด้านบนเนินเขา สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และ โซน Beachfront สำหรับใครที่อยากเดินลงทะเลได้เลย ซึ่งทั้ง 2 โซน มีสระว่ายน้ำแบบอินฟินิตี้พูลวิวสวยๆ อยู่ค่ะ

พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) เป็นโรงแรมในเครือ Small Luxury Hotels Group ซึ่งเป็นกรุ๊ปที่คัดสรรโรงแรมท้องถิ่น ที่มีมาตรฐานความหรูหราในระดับสากล เป็นเครือที่เราใช้หาโรงแรมท้องถิ่นในต่างประเทศบ่อยๆ เพราะมักจะได้โรงแรมที่มีดีไซน์หรือคอนเซปท์ของพื้นที่นั้นๆ อย่างชัดเจน จะต่างจากเครือโรงแรมใหญ่ๆ ที่ไปสร้างที่ไหน ก็จะออกแบบไปตามไกด์ไลน์ของแบรนด์ทั้งหมด

ไม่ว่าคุณจะกำลังหาที่ ‘ฮันนีมูนในเมืองไทย’ หรือหาที่พักผ่อนวันหยุดกับครอบครัว หาที่ชิลล์ เที่ยวทะเลกับแก๊งค์เพื่อน โรงแรม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) ก็นับว่า ตอบโจทย์ได้ทั้งหมด จะเป็นเพราะอะไรนั้น ตามมากันเลยค่ะ

ภาพด้านบนนี้เป็นโซน Hill Side ทั้งรีสอร์ท ต้นไม้ใหญ่ยังคงเขียวชะอุ่ม บรรยากาศยังคงเป็นธรรมชาติมากๆ ส่วนภาพด้านล่างเป็นโซนติดหาดค่ะ


Arrival & Check-in

การเดินทางมาจาก พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa) นั้น ไม่ยากเลยค่ะ เพียงนั่งเครื่องบินมาลงที่สนามบินกระบี่ ซึ่งจากกรุงเทพฯ มีหลายสายการบินและหลายไฟลท์เลย แต่ครั้งนี้ เราเดินทางมาจากเชียงใหม่กันค่ะ มีไฟลท์บินตรงด้วย ใครจะตรงมาจากภาคเหนือก็สะดวกเช่นกันค่ะ

พอเรามาถึงที่สนามบิน ทางโรงแรมก็จะมาถือป้ายรอรับเลยค่ะ Airport Transfer นี้ รวมอยู่ในค่าห้องแล้วค่ะ ซึ่งการเดินทางมายังรีสอร์ทมี 2 วิธี คือ
ช่วงกรีนซีซั่น (เป็นฤดูกาลที่ทะเลอาจจะแปรปรวน จะอยู่ราวๆ เดือน พ.ค.-ต.ค. สามารถตรวจสอบกับทางรีสอร์ทอีกครั้ง)
ในฤดูกาลนี้ จะไม่สามารถให้เรือไปรับจากท่าเรือส่วนตัวของพิมาลัย ตรงไปที่รีสอร์ทได้ จะเป็นการขับรถประมาณ 45 นาที ข้ามเรือตรงลันตาน้อย 5 นาที และนั่งรถไปอีกประมาณ 30-40 นาที

ช่วงไฮซีซั่น
รถจะมารับจากสนามบินกระบี่ไปประมาณ 45 นาที และ นั่งเรือสปีดโบ้ทอีก 45 นาที วิธีนี้ จะได้เห็นทัศนียภาพของเกาะเล็กเกาะน้อยไปตลอดทางเลยค่ะ เรือก็จะแล่นเข้ามายัง Jetty หน้าหาดของรีสอร์ทเลย พนักงานก็จะมารอต้อนรับตรงนี้เลยค่ะ มีความมัลดีฟส์อยู่

**เนื่องจากตอนนี้ ทางรีสอร์ทได้จัดโปรโมชั่นที่ราคาพิเศษมากๆ การทรานสเฟอร์จึงจะยึดเป็นแบบช่วงกรีนซีซั่นเป็นหลักนะคะ

พอมาถึงล็อบบี้แล้ว ก็จะเริ่มเห็นวิวทะเลแล้วค่ะ เรามานั่งเช็คอิน ดื่มเวลคัมดริงค์สดชื่นๆ กันก่อน

ล็อบบี้มี 2 แห่งนะคะ มีโซนด้านบนกับโซนด้านล่าง

ภายในห้องพักจะมีหน้ากากอนามัย กับ เจลล้างมือเตรียมไว้ให้ด้วยค่ะ


Pavilion Suite

อย่างที่กล่าวไปแล้วว่า รีสอร์ทจะมีทั้งบริเวณที่อยู่บนเนินเขา และ บริเวณที่ติดหาด ทำให้มี Room type ที่หลากหลาย ตั้งแต่ห้อง Deluxe, Suite ไปจนถึง Pool Villa ซึ่งแม้แต่ห้อง Deluxe ก็ไม่ได้อยู่ติดๆ กันเป็นตึกใหญ่ๆ ทำให้มีความเป็นส่วนตัว และยังเพลิดเพลินกับความเงียบสงบเป็นธรรมชาติได้เป็นอย่างดี

ลักษณะห้องแบบที่เราพักในครั้งนี้ เป็นแบบ Pavilion Suite ซึ่งอยู่ติดหาดเลยค่ะ สามารถเดินออกจากห้อง ลงทะเลได้เลย ความพิเศษคือ แม้จะชื่อว่า Pavilion Suite แต่ลักษณะก็เหมือนวิลล่า 1 หลังแล้ว ภายในบริเวณกว้างมากๆ มีห้องนั่งเล่นแยกออกมา ห้องนอน และ ห้องน้ำที่ค่อนข้างกว้างค่ะ

บริเวณพักผ่อนเยอะมากๆ สิ่งที่ชอบที่สุดคือ ห้องหันหน้าออกไปยังหาดซึ่งเป็นทิศตะวันตก มองพระอาทิตย์ตกสวยๆ ทุกวันเลยค่ะ

เข้ามาจะพบกับห้องนั่งเล่นก่อน จากนั้นจะเป็นทางเดิน ซึ่งเป็นส่วนของมินิบาร์​ และ ตู้เสื้อผ้าค่ะ

เข้ามาจะเป็นห้องนอน ซึ่งเปิดม่านมาเห็นทะเลแบบนี้ตลอดเลย วิวสวยมากๆ

ตอนเย็นๆ ก็เห็นพระอาทิตย์ตกจากห้องเลยค่ะ

ภายในห้องจะมี เครื่องชงกาแฟ กาน้ำร้อน ผลไม้ ส่วนมินิบาร์จะไม่ได้รวมอยู่ในค่าห้องค่ะ

ห้องน้ำ 2 ซิงค์นะคะ อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน มี outdoor shower ด้วยค่ะ

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในห้องค่อนข้างครบถ้วนค่ะ

อ่างอาบน้ำใหญ่ มีแสงธรรมชาติ


Swimming Pools

มุมที่เป็นแลนด์มาร์ก และสวยงามมากๆ ของพิมาลัย ต้องยกให้สระว่ายน้ำทั้ง 2 สระของที่นี่ค่ะ สระว่ายน้ำที่นี่เราอยู่ได้ทั้งวันทั้งคืนเลย

เริ่มจากสระแรกซึ่งอยู่โซนล็อบบี้ฝั่ง Hill Side ที่มีลักษณะเป็นอินฟิตินี้พูล วิวเขาและทะเล ซึ่งมีการตกแต่งด้วยซุ้มและระฆัง ทำให้สามารถถ่ายรูปได้หลายมุมมาก

ส่วนใครไม่ใช่สายถ่ายรูป อยากมานอนเล่นพักผ่อน เตียง Day Bed ตรงนี้ก็มีทั้งฝั่งริมสระ และฝั่งภูเขาที่ร่มรื่นสุด

ตรงนี้ยังเป็นที่ตั้งของ The Banyan Tree Poolside Cafe ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ 11.00 – 17.00 น. โดยเสิร์ฟอาหารหลากหลาย จำพวกอาหารจานเดียว พิซซ่า พาสต้า อาหารทานเล่น เราสั่งพิซซ่ามา จะบอกว่า สแตนดาร์ดพิซซ่าบนเกาะลันตานี่สูงนะคะ ที่นี่ก็ทำดีมากๆ เลย เบอเกอร์ กับ สลัด ก็โอเคเลยค่ะ

มาสั่งเครื่องดื่มหรือน้ำมะพร้าวเย็นๆ ทานริมสระ ก็เป็นไอเดียที่ดีมากๆ เลยค่ะ สั่งมาทานที่คาบาน่าแบบนี้ก็ได้

ส่วนอีกสระหนึ่ง จะอยู่ในโซน Beach front ไม่ไกลจากห้อง Deluxe และ Pavillion Suite ของเราค่ะ สระนี้ก็วิวสวยไม่แพ้กันเลย

ตอนพระอาทิตย์ตกสวยมากๆ


Rak Talay Beach Bar & Restaurant

บนหาดสวยๆ นั้น ยังมีห้องอาหารและบาร์บนหาดที่เราอยากจะแนะนำทุกคนให้มาลองค่ะ ที่นี่บรรยากาศดี เพลงดี เมนูหลากหลาย ที่สำคัญ อาหารทะเลที่นี่สดและตัวใหญ่มาก สดแบบมาจากชาวประมง ไม่แช่แข็ง และอาหารที่นี่ก็ทำรสชาติจัดจ้าน ถูกปากคนไทยมากเลยค่ะ

เริ่มจากบริเวณ Beach Bar ซึ่งมีทั้งโซฟาบีนแบ็กให้นั่งขี้เกียจๆ บนพื้นทราย ฟังเสียงคลื่น มองแสงกระทบทะเล หรือจะนั่งที่บาร์ก็ได้ เราสั่ง Pimalai Bellini มาจิบกันก่อนจะไปทานดินเนอร์ในค่ำคืนนี้

พนักงานที่นี่ดูแลดีมากๆ ยิ้มแย้มตลอด สบายใจเหมือนอยู่บ้านเลยค่ะ

นั่งดื่มมาซักพัก ก็พร้อมทานดินเนอร์กันค่ะ ห้องอาหาร Rak Talay Beach Bar & Restaurant มีทั้งอาหารไทยและอาหารตะวันตกค่ะ

คืนแรกเราทานเป็น Exotic Thai Set Dinner ซึ่งอาหารจัดเต็มมากกกกก รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น ดีมากๆ ในเซ็ทมีอาหารใต้ครบถ้วนทั้ง น้ำพริกหยำ แกงส้ม ปลาทอดขมิ้น หมูฮ้อง สะเต๊ะ ปิดท้ายด้วยข้าวเหนียวมะม่วง ทานแทบไม่หมด ฟินมากๆ

อีกคืนเราสั่งเป็นเซ็ท Surf&Turf ซึ่งเป็นเซ็ทปิ้งย่างทั้งอาหารทะเลและเนื้อ ปลาหมึกตัวโต เนื้อปลาสดๆ กุ้งหวานเด้ง เนื้อชุ่มฉ่ำ มากับซอสซีฟู้ดรสแซ่ป นั่งฟังเสียงทะเล แม้อาจจะไม่ได้มาพักที่นี่ ก็ยังแนะนำให้มาทานอาหารที่นี่เช่นกันนะคะ

ส่วนเรา กินอิ่มๆ ก็เดินกลับห้องนอนเลย ฟินนนน

ส่วนมื้ออื่นๆ ที่ Raktalay ก็ดีมากๆ ค่ะ ทั้งอาหารไทยและตะวันตกเลยค่ะ

เรานั่งที่ห้องอาหาร พระอาทิตย์ตกทุกวันมีเสน่ห์ไม่เหมือนกันเลยค่ะ


Breakfast at Seven Seas Restaurant

ส่วนอาหารเช้าจะเสิร์ฟที่ห้องอาหาร Seven Seas Restaurant วิวดีงามมากๆ อาหารก็หลากหลาย ตอนเช้าจะมีเมนูอาหารไทยที่เปลี่ยนทุกวัน เด็ดมากค่ะ ข้าวเหนียวไก่ทอดบ้าง ก๋วยเตียวบ้าง ดีงาม นอกจากนี้ก็มีเมนูไข่ต่างๆ ขนมปัง เบเกอรี่ โยเกิร์ต น้ำผลไม้ แพนเค้ก วาฟเฟิล ติ๋มซำ ครบถ้วนเลย


Resort Activities

มาพักผ่อนที่นี่ไม่ต้องออกไปไหนเลยนะคะ เพราะกิจกรรมที่รีสอร์ทแน่นมากกกกกก ส่วนใหญ่จะเหมาะกับสายสุขภาพและ Well-being ด้วยค่ะ เหมาะกับการพักผ่อนมาก

ที่เราชอบคือ กิจกรรมทางน้ำแบบไม่มีเครื่องยนต์ ให้บริการโดยไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ มีครบมากๆ ถ้าเทียบกับที่อื่น ทั้ง คายัค แพดเดิลบอร์ด วินเซิร์ฟ ไปจนถึงเรือใบ

พี่เจ้าหน้าที่สามารถแนะนำวิธีเล่นเบื้องต้นได้ค่ะ

ส่วนพวกทัวร์ดำน้ำ ก็จะเป็นเรือของพิมาลัยเองเลย ทำให้สามารถออกจากโรงแรมได้เลยค่ะ สะดวกมาก เกาะห้าที่สวยๆ ก็อยู่ตรงหน้าเลย มองเห็นจากโรงแรมทุกวัน ช่วงก่อนฉลามวาฬเข้าด้วยนะคะ ห้ามพลาดเลยค่ะ

เล่นเรือใบเสร็จ ก็เอาคายัคออกไปพายเล่นดูพระอาทิตย์ตก หันกลับมา เห็นสายรุ้งเต็มโค้งเลย สวยงามมากๆ

นอกจากเรื่องสปาแล้ว ที่นี่ยังมี ฟิตเนสที่ครบครัน มีทั้งสนามเทนนิส ยิมมวย ฟิตเนส ล้อมรอบด้วยธรรมชาติ ใครอยากเรียนโยคะก็มีเวิร์คช้อปเรื่อยๆ เลยค่ะ

ชอบที่มียิมมวยจริงจังเลย

Kids’ Club สำหรับเด็กๆ ค่ะ

เดินมาห้องสมุดแล้วตกใจ รางวัลเยอะมาก แต่สมรางวัลจริงๆ ค่ะ


Pimalai Spa

พื้นที่ของพิมาลัยที่ว่ากว้างขวาง สงบและเป็นธรรมชาติแล้ว พอมาถึงสปา เหมือนหลุดไปอยู่อีกโลกนึงเลยค่ะ เข้าไปเป็นกระท่อมๆ ที่เอาไว้ทำทรีทเม้นท์ แล้วก็มีอ่างจากุชชี่ อยู่ท่ามกลางธรรมชาติเลย

ความพิเศษของที่นี่คือมีคลาสนวดด้วยค่ะ — เข้าใจว่า ปกติลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ซึ่งสนใจเรื่องการนวดไทย ซึ่งมีความพิเศษไม่เหมือนที่อื่น ตอนแรกก็นึกว่าจะเป็นเวิร์กช้อปสอนต่างชาติแบบพื้นฐานๆ แต่ที่นี่เค้าสอนจริงจังเลยนะคะ เพิ่งรู้ว่านวดมันยากขนาดนี้ เราจับไม่โดนเลย เป็นอีกประสบการณ์ที่น่าสนใจค่ะ

ส่วนทรีทเม้นท์เราทำเป็นนวดน้ำมันค่ะ สบายตัวมากๆ

พี่ๆ เค้าจะสอนเราก่อน แล้วให้เราหัดนวดค่ะ ไม่ง่ายเลย


Room Types

นอกจากห้อง Pavilion Suite แบบที่เราพักแล้ว ก็ยังมีห้องแบบอื่นๆ อีกนะคะ หากใครมากับแฟน เราขอแนะนำ Pool Villa ซึ่งจะอยู่โซนที่บอกว่าเป็น Hillside ค่ะ

สระส่วนตัวภายในห้อง Pool Villa ก็วิวดีงาม วิลล่าแต่ละหลังจะอยู่ห่างกัน ต้องนั่งรถบั๊กกี้ขึ้นไปค่ะ (หรือใครชอบเดิน ก็ธรรมชาติมากๆ) ทำให้ได้ความสงบและเป็นส่วนตัว เหมาะกับการฮันนีมูนมากค่ะ

ภายในวิลล่า จะแบ่งออกเป็นส่วนของห้องนอน ห้องน้ำและวอล์กอินโคลเส็ทใหญ่มากกกกกก วิ่งเล่นได้

และส่วนของห้องนั่งเล่นมีครัว ที่มีเตาไฟฟ้า เตาอบ ซิงค์ อุปกรณ์จริงจังเลยค่ะ หากใครมาเป็นครอบครัว ก็สามารถพักวิลล่าแบบ 2 ห้องนอนได้นะคะ จะเป็นแบบในภาพเลย แต่มีห้องนอนเพิ่มอีกชั้นนึงค่ะ ตอบโจทย์มากๆ

ส่วนด้านล่างนี้เป็นห้องแบบ Deluxe ซึ่งเป็นไทป์เริ่มต้นของที่นี่ค่ะ ห้องจะอยู่ในอาคารแยกๆ กัน ซึ่ง 1 อาคารจะมี 4 ห้อง ถือว่ามีความเป็นส่วนตัวสูงมากค่ะ


Attractions

รอบเกาะลันตา มีอะไรให้เที่ยวเยอะมาก เกาะรอก กับ เกาะห้าเป็นจุดดำน้ำตื้นที่สวยงามมากๆ ส่วนใครสายดำน้ำลึกสกูบ้า คงต้องรู้จัก หินแดงหินม่วง ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดดำน้ำที่สวยที่สุดของไทย

ใครอยากเที่ยวเกาะลันตา ก็สามารถปรึกษาที่โรงแรมได้เลย เพราะออปชั่นเยอะมาก แต่พวก Island Excursion ที่เป็นเดย์ทริปไปเกาะ ทางพิมาลัยก็จัดเอง ด้วยเรือ Speed Boat ของทางโรงแรมเอง ขึ้นจากหน้าโรงแรมได้เลยค่ะ สะดวกสบายมากๆ

ส่วนใครที่มีโอกาสมาช่วง กรีนซีซั่น ที่ไม่สามารถลงทะเลได้ ก็สามารถไปเที่ยวได้หลายที่ เช่น ทุ่งหยีเพ็ง, อุทยานแห่งชาติเกาะลันตา หรือ เมืองเก่าเกาะลันตา ที่มีอีกหลายหลายมุมให้เราสัมผัสค่ะ


โรงแรม พิมาลัย รีสอร์ท แอนด์ สปา (Pimalai Resort & Spa)

ตั้งอยู่บนหาดบากันเตียง เกาะลันตา จังหวัด กระบี่

สำรองห้องพัก
โทร :02 320 5500
อีเมล์ : reservation@pimalai.com
เว็ปไซต์ : https://pimalai.com/

error: