[รีวิว] โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (Grand Hyatt Erawan Bangkok) พักผ่อนใจกลางเมือง ใน Garden Villa สุดผ่อนคลาย

เชื่อว่า หลายๆ ท่านน่าจะเคยมีโอกาสได้แวะเวียนมาใช้บริการที่ โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (Grand Hyatt Erawan Bangkok) ไม่ว่าจะเป็นบุฟเฟ่ต์นานาชาติชื่อดัง หรือ ห้องอาหารอิตาเลียนที่ฮิตติดลมบนอยู่ ณ ขณะนี้ แต่หลายท่าน อาจจะยังไม่ทราบว่า ภายในโรงแรมใจกลางกรุงแห่งนี้ มีห้องพักแบบ Garden Villa หลังใหญ่ในสวนสไตล์รีสอร์ทซ่อนตัวอยู่

วันนี้ Eat Chill Wander เลยอยากเชิญชวนทุกคน ตามมาพักผ่อนแบบ Staycation กันที่นี่ ที่เรียกได้ว่า เป็นการมาสปอยตัวเองอย่างแท้จริง กินๆ นอนๆ ทำสปาผ่อนคลาย วนไป ด้วยโลเคชั่นใจกลางย่านการค้า จะแถมรางวัลให้ตัวเองโดยการเดินไปช้อปปิ้งด้วยก็ไม่ว่ากัน!

แม้โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (Grand Hyatt Erawan Bangkok) จะอยู่คู่กรุงเทพฯ มายาวนาน แต่ทางโรงแรมยังคงรักษามาตรฐานความเป็นโรงแรม 5 ดาวได้เป็นอย่างดี ห้องพักดูใหม่และสวยงาม เต็มไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่เพียบพร้อมจนเราติดใจ

ก้าวเข้ามายังล็อบบี้ที่เราคุ้นเคย ปกติได้มาทานอาหาร แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราจะได้มาพักที่นี่…

ล็อบบี้ที่นี่ หรูหราแต่คลาสสิก สมกับเป็นที่รับรองแขกของโรงแรมใหญ่บนสี่แยกที่เรียกได้ว่าเป็นใจกลางของกรุงเทพมหานครแห่งนี้


Garden Villa

ภาพลักษณ์ความหรูหราเป็นทางการเมื่อสักครู่ ได้กลับกลายเป็นบรรยากาศรีสอร์ทแสนผ่อนคลาย เมื่อเราขึ้นมาถึงชั้น 5 ชั้นที่เป็นที่ตั้งของสระว่ายน้ำ สปา และ ห้องพักแบบ Garden Villa ซึ่งมีทั้งหมดเพียง 6 ห้องเท่านั้น

ห้องพักแบบ Garden Villa มีพื้นที่ถึง 130 ตร.ม. มีความกว้างขวาง โดยไฮไลท์จะอยู่ที่ห้องน้ำที่กว้าง มีเตียงทรีทเม้นท์สปา ห้องอบไอน้ำ อ่างอาบน้ำ สามารถทำทรีทเม้นท์ในห้องได้เลย อยู่ใกล้สระว่ายน้ำ และ มีระเบียงส่วนตัว

นี่คือทางเข้าห้อง Garden Villa ของเราห้องเดียวเลยค่ะ

เมื่อเข้ามาในห้อง ก็จะพบกับห้องนั่งเล่น ขนาดกว้างขวาง ที่มีโต๊ะทานอาหารอยู่ด้วย ทีวี 55 นิ้ว มีทั้งในห้องนี้และห้องนอนค่ะ

ด้านในเป็นห้องนอน เตียงนอนคิงไซส์ พร้อมเครื่องนอนเฉพาะของแบรนด์ Hyatt เท่านั้น

นุ่ม นอน สบายดีค่ะ

ห้อง Garden Villa จะมีระเบียงที่แตกต่างกันแล้วแต่ฝั่งค่ะ อย่างห้องเรา ระเบียงจะเป็นแบบแนวยาว ใกล้รถไฟฟ้า แต่ก็มีการปลูกต้นไม้ขึ้นเป็นแผงเลยค่ะ รู้สึกเป็นส่วนตัวดี ข้อเสียนิดหน่อยคือ พอตกดึกๆ จะได้ยินเสียงรถไฟฟ้าบ้าง แต่ไม่เกินเที่ยงคืนค่ะ ทางโรงแรมเตรียมซิลิโคนอุดหูไว้ให้ด้วย ส่วนข้อดีก็คือ ห้องเราเป็นห้องเดียวที่อยู่ในโซนนี้ค่ะ ได้ไพรเวซี่สูงมาก

นั่งๆ นอนๆ ทั้งที่ระเบียงห้องและห้องนั่งเล่นเลย

จะมา Work from Hotel ก็ดีนะคะ ของอร่อยเยอะดีทั้งในโรงแรมและรอบๆ เดินทางก็สะดวก

ทางโรงแรมเตรียมหน้ากากไว้ให้ด้วยค่ะ แล้วก็มีผลไม้ต้อนรับด้วย

เข้ามาในส่วนของห้องน้ำ ซึ่งเป็นจุดเด่นของห้องแบบนี้กันบ้างนะคะ บริเวณนี้จะเป็นวอล์กอินโคลเส็ท และ มินิบาร์ค่ะ

มีอ่างล้างหน้าคู่ และ เตียงทรีทเม้นท์ค่ะ

ลึกเข้ามาในส่วนเปียกด้านในจะเจออ่างอาบน้ำ ห้องชาวเวอร์-สตรีม และ เตียงหินอ่อนค่ะ

ที่นี่เตรียมน้ำดื่มไว้ให้เยอะมาก ใช้เป็นแบรนด์ Aqua Panna ทั้งหมด ส่วน Bath Amenities จะเป็นของ Balmain ดูหรูหรามากทีเดียว

ตรงอ่างอาบน้ำจะอยู่ตรงที่รับแสงธรรมชาติได้ แต่ก็ยังรู้สึกเป็นส่วนตัวมากๆ อ่างนอนสบายค่ะ

ส่วนเตียงหินอ่อน ไม่แน่ใจว่าไว้ทำทรีทเม้นท์อะไร แต่เรานำสครับมาขัดกัน ชอบพื้นที่ตรงนี้มาก เพราะมันเลอะได้เลย

นอกจากตรงนี้ จะมีห้อง ชาวเวอร์ ที่มีทั้งฝักบัวและเรนชาวเวอร์อยู่ด้วยนะคะ และ สามารถเปิดสตรีมให้เป็นห้องอบไอน้ำได้ด้วย เร็ว และ ร้อนดีมากเลยค่ะ

จากนั้นเราก็ขอ Therapist จาก ไอศวรรย์ สปา ซึ่งอยู่ชั้นเดียวกับเรา มานวดให้ที่ห้องเลยค่ะ นวดดีมากเลย

ส่วนของใช้อื่นๆ ก็เตรียมไว้ให้ครบครันค่ะ มีครีมกันแดดให้ด้วย

รองเท้าสลิปเปอร์ รองเท้าแตะ กระเป๋าสาน

มินิบาร์จะมีเครื่องดื่มไว้ค่ะ ชอบตรงที่มีชุดจานชามช้อนส้อมให้ครบเลย ส่วนเครื่องทำกาแฟ กาน้ำร้อน ก็มีให้ตามมาตรฐานค่ะ

เตารีด โต๊ะรีด ดรายเป่าผม ตู้เซฟ มีเสื่อโยคะ และ ดีวีดี โยคะให้ด้วยค่ะ อันนี้ดี


Swimming Pool

สระว่ายน้ำทรงโค้งอิสระ ตั้งอยู่ที่ชั้น 5 ห่างจากห้องเราเพียงไม่กี่ก้าว บรรยากาศสวนและพื้นสระว่ายน้ำ ที่ทำให้น้ำออกเป็นสีฟ้าใส ทำให้ผ่อนคลายได้ไม่น้อย

สระว่ายน้ำมีทั้งมุมโต๊ะนั่งเล่น มุม Daybed และยังมีสระเล็กที่เหมาะกับการนั่งแช่สบายๆ

บนชั้น 5 ยังเป็นที่อยู่ของฟิตเนส ซึ่งอุปกรณ์ค่อนข้างใหม่ และ มีความครบครันค่ะ


Breakfast at The Dining Room

อาหารเช้าที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ จะถูกเสิร์ฟที่ห้องอาหาร The Dining Room ซึ่งอยู่ชั้นล๊อบบี้ค่ะ โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งไลน์อาหารเช้าที่มีครบถ้วน ปรุงสดใหม่ และ พนักงานดูแลดีมากๆ

อาหารเช้าแบบตะวันตกมีอย่างครบถ้วน ส่วนเราชอบเมนูอาหารไทยของที่นี่ เพราะมีหลากหลาย และ จัดเต็มมากๆ ค่ะ


ห้องอาหาร You & Mee

หากใครอยากทานอาหารง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารจานเดียว หรือ มื้อเที่ยงสบายๆ เราขอแนะนำที่นี่เลยค่ะ You & Mee ซึ่ง Mee ในที่นี้ก็หมายถึง หมี่ นั่นเอง เพราะที่นี่ ได้รวบรวมเมนูเส้นๆ ไว้อย่างหลากหลายเลยค่ะ ใครชอบทานเส้น จะต้องชอบมากๆ

ทีเด็ดของที่นี่จะเป็นข้าวซอยล็อบสเตอร์ค่ะ ข้าวซอยเข้มข้นรสชาติกลมกล่อม พอเจอล็อบสเตอร์เด้งๆ หวานๆ ดีงามมากๆ เลยค่ะ ส่วนอีกเมนู จะเป็นฮอทพอทเนื้อ น้ำซุบเข้มข้นเหมือนก๋วยเตี๋ยวเนื้อ ทานร้อนๆ

จริงๆ ห้องอาหารนี้ อาจจะหลบมุมนิดนึง ถ้าเทียบกับ Salvia และ Dining Room แต่เป็นห้องที่เซอร์ไพรส์เรามากค่ะ


International Buffet Dinner at The Dining Room

ถ้าทำรีวิว แกรนด์ไฮแอทเอราวัณ แล้วไม่พูดถึงบุฟเฟ่ต์นานาชาติในตำนานก็คงจะขาดอะไรไป ที่นี่เป็นหนึ่งในบุฟเฟ่ต์นานาชาติ ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนาน และเราเชื่อว่าเป็นที่รักของหลายๆ ครอบครัวเลยค่ะ แม้ปัจจุบัน จะมีหลายที่ที่ทำบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติเพิ่มขึ้นมา แต่ถ้าเทียบที่ราคาเท่าๆ กัน เรื่องความจัดเต็มและคุณภาพของ เรายังขอยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในอันดับท็อปๆ ของกรุงเทพฯ ค่ะ

สิ่งที่เราชอบ

– ปูทะเลนึ่งสดๆ เสิร์ฟอุ่นๆ แกะพร้อมทาน, หอยนางรม แกะใหม่, ส่วนซีฟู้ดออนไอซ์ ก็มีหลากหลายค่ะ (ปูทะเลให้โทรเช็คก่อนนะคะ เพราะช่วงโควิด เค้าเปลี่ยนวันเปิด-ปิด เลยไม่แน่ใจว่ามีทุกวันไหนของสัปดาห์ค่ะ ส่วนที่ไปทานมาจะเป็นวันเสาร์ค่ะ)
– ส่วนของ Cold Cuts มี Prosciutto เป็นแฮมขา สไลซ์ใหม่ และ ยังมีเมล่อนที่หวาน ที่ตั้งใจไว้ให้ทานกับแฮมโดยเฉพาะ – ชีสหลากหลาย และมี ชีส Mozzarella ที่ยังแช่น้ำสดๆ ด้วยค่ะ มาเป็นลูกเลย ถูกต้องมากๆ
– อาหารร้อน มีทั้ง อาหารไทย จีน เกาหลี กับข้าวไทย แกงต่างๆ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นก็ดีค่ะ มีโซนส้มตำกับยำ ที่อยากใส่อะไรก็ใส่แบบฟินๆ ซึ่งที่นี่ทำอาหารไทยได้รสชาติดีถูกปากค่ะ อาหารจีนก็จะมีหมูกรอบ หมูแดง ติ่มซำ, ส่วนอาหารเกาหลี มีจับแช ต๊อกปกกิ และ ไก่ทอดเกาหลีค่ะ
– อาหารตะวันตก พวกสเต๊กและย่าง มีครบ ทั้งสเต๊กเนื้อ แลมป์ หมูอบ เป็ด สเต๊กปลาต่างๆ ซอสหลากหลาย เครื่องเคียงเยอะ
– ของหวานขอยกให้ วาฟเฟิลที่ใช้แป้งครัวซองต์ทำค่ะ ฟินมากกกก ขนมไทยก็อร่อย แล้วก็มีไอศครีมทำเองด้วยนะคะ อันนี้ก็ทีเด็ดเลยค่ะ

ทานเสร็จ ก็ขึ้นห้องไปพักผ่อน สบายมากค่ะ


Grand Club Lounge

ในช่วงนี้ โปรโมชั่นหลายอันของโรงแรมจะรวม Club Lounge Benefit ไว้ด้วยค่ะ ซึ่งจริงๆ ห้องแบบ Garden Villa แม้จะไม่มีโปร ก็จะรวม Grand Club Lounge ไว้อยู่แล้ว ซึ่งจะบอกว่า ช่วงเย็นนั้น แม้จะบอกว่าเป็นของทานเล่น แต่จัดเต็มจริงจังมากค่ะ มีทั้งโคลด์คัท สลัด ข้าวและกับข้าว ของหวาน เครื่องดื่มหลากหลาย สดชื่น

ช่วงกลางวันจะเป็นบริการเครื่องดื่มอย่างเดียวค่ะ แต่ตัว Lounge น่านั่ง มานั่งเล่นก็ได้ค่ะ


Salvia – Italian Restaurant

ที่ชั้น M จะเป็นที่ตั้งของห้องอาหาร Salvia ซึ่งเป็นห้องอาหารยอดฮิตในขณะนี้ ด้วยความที่ราคาดี บรรยากาศดี และ เลือกเมนูออกมาได้ทานง่ายนั่นเองค่ะ

เชฟ Roberto Parentela เชฟผู้ดูแลห้องอาหาร Salvia นั้น มีแบคกราวด์ที่น่าสนใจค่ะ บ้านเกิดของเชฟอยู่ที่ Piedmont ซึ่งเป็นแคว้นที่รอบด้วยเทือกเขาแอลป์ อากาศหนาว มีไวน์เด่นๆ อย่าง Barolo อาหารจะหนักๆ ครีมๆ เห็ดๆ แต่เคยไปอาศัยอยู่ที่ Sardinia ซึ่งเป็นเกาะสวย น้ำใส ที่อาบแดดยอดนิยม อาหารทะเลๆ สองที่นี่คนละเรื่องเลยค่ะ Roots ของเชฟ ผสมผสานกันออกมาลงตัวสุดๆ กลายเป็นอาหารอิตาเลียนสไตล์โฮมมี่ ที่ไม่หนักจนเลี่ยน หรือ รสชาติโดดๆ แบบทางอิตาลีใต้

จานดังของที่นี่ น่าจะเป็น Paccheri neri al Granchio เส้น Paccheri จากหมึกดำ กับ เนื้อปูเต็มจาน — Paccheri ที่ถูกต้อง ต้องทำจาก Durum Wheat เราคิดว่า เรายังได้สัมผัสสากๆ ของ Durum Wheat นิดๆ ดีเลยค่ะ

แต่จานที่เราชอบจะเป็น Tortellini di zucca e tartufo ในตอร์เตลินี่เป็นไส้ฟักทองริคอตต้า ที่เข้ากันมากๆ ชีสริคอตต้าเป็นชีสที่นำมาบวกกับอะไรหวานๆ แล้วดีเสมอเลยค่ะ ซอสทรัฟเฟิลก็ทำได้ดี แต่กลิ่นไม่แรงนะคะ

Burrata ที่นี่ก็สด ครีมมี่ แล้วเพิ่งรู้ว่าเป็นของโลคอลที่พัฒนามาด้วยกัน ถือว่าทำได้ดีเลยค่ะ มาพร้อมน้ำมันมะกอกและบัลซามิกคุณภาพใช้ได้เลยค่ะ

ห้องอาหารบรรยากาศดีค่ะ ได้ฟีล Osteria ในอิตาลีเลย มีความอบอุ่น เหมาะกับหลายโอกาสเลยค่ะ หากใครมาพักที่นี่ ก็คิดว่าห้ามพลาดเลย อย่าลืมจองก่อนนะคะ


โรงแรม แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ (Grand Hyatt Erawan Bangkok)

494 ถนน ราชดำริ แขวง ลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330

สามารถเดินจาก BTS สถานี ชิดลม

เว็ปไซต์ : https://www.hyatt.com/en-US/hotel/thailand/grand-hyatt-erawan-bangkok/bangh
โทร. : 02-254-1234

error: