ที่เที่ยว เมลเบิร์น เมืองสนุกสุดชิคในออสเตรเลีย เที่ยวเองง่าย [Melbourne City Guide]

เมลเบิร์น (Melbourne) หนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย เมืองหลวงของรัฐวิคตอเรีย เป็นเมืองที่ชิคและมีสีสันสุดๆ เต็มไปด้วยวัฒนธรรมกาแฟ ศิลปะ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม เป็นเมืองที่อาคารสวย ผังเมืองดี มีสวนสาธารณะจริงจัง เดินสนุก โดยโพสท์นี้ นัทรวมที่เที่ยวเฉพาะในตัวเมืองเมลเบิร์น ซึ่งในเขตกลางเมืองเมลเบิร์นนั้น จะมีเขตให้ใช้รถราง (Tram) ได้ฟรี เรียกว่า Free Tram Zone ซึ่งก็พาเราไปได้เกือบทั้งหมดนี้เลยค่ะ


การเดินทางไปเมลเบิร์น และ ข้อควรรู้

– เมลเบิร์น ณ ขณะนี้ มีบินตรงจากไทย ด้วยการบินไทยและ Jetstar ค่ะ แต่ถ้าใครมาจากเมืองอื่นในออสเตรเลีย ก็มีไฟลท์ถี่มากๆ ราคาบินในประเทศไม่แรงค่ะ

– เมลเบิร์น มี 2 สนามบิน คือ Melbourne Tullamarine Airport (ตัวย่อ MEL) เป็นสนามบินหลัก ห่างจากกลางเมืองประมาณ 20-25 กม. แต่ถ้าเป็น สนามบิน Avalon Airport (ตัวย่อ AVV) จะเป็นสนามบินที่เลยออกไปทางเมือง Geelong อยู่ห่างใจกลางเมืองเมลเบิร์น 55-60 กม. ซึ่งถ้ากดเมลเบิร์นในเว็ปสายการบินท้องถิ่น มันจะขึ้นมาทั้งสองอัน ดังนั้น ต้องดูดีๆ นะคะ เหมือนมีสุวรรณภูมิกับดอนเมืองอะไรประมาณนั้นค่ะ

– การเดินทางจากทั้งสองสนามบิน ไม่มีรถไฟนะคะ มีแค่รถบัสจากสนามบินชื่อ SkyBus เดินออกมาหน้าเทอร์มินอลเจอเลยค่ะ สำหรับสนามบินหลัก Melbourne Tullamarine Airport ตัวบัสจะมาลงที่ Southern Cross Station ใจกลางเมือง ค่าตั๋วหนึ่งเที่ยวอยู่ที่ 22 AUD พอพวกเราไปกัน 3 คน อูเบอร์เลยถูกกว่า เลยใช้อูเบอร์ค่ะ

– ส่วนการเดินทางในเมลเบิร์น ใช้รถรางเป็นหลักค่ะ ซึ่งบริเวณที่เราเที่ยวในโพสท์นี้ส่วนใหญ่จะอยู่ใน Free Tram Zone ไม่ก็ต้องเดินออกไป 1-2 ป้าย นัทเลยไม่ได้ซื้อบัตร myki เลย แต่ถ้าจะใช้ครอบคลุมทั้งหมดจริงๆ ก็ต้องมีบัตร myki ค่ะ

– ออสเตรเลีย เป็นประเทศที่ cashless มากๆ สามารถแตะบัตรเครดิต/เดบิตได้กับทุกอย่างเลยค่ะ ทั้งทริปนี้ นัทยังไม่เคยเห็นธนบัตรหรือเหรียญประเทศออสเตรเลียเลย

– วีซ่า มีข้อมูลอยู่บนเว็ป https://thailand.embassy.gov.au/bkok/Visas_and_Migration.html มีคนรีวิวไว้เยอะ แต่หลักๆ คือ นัทยื่นแบบออนไลน์ เอกสารทุกอย่างสแกนอัพโหลดขึ้นไป เสร็จปุ๊ปต้องจองคิวสแกนนิ้วกับ VFS ซึ่งของนัททุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากค่ะ สมมติ กดยื่นเอกสารออนไลน์ไปวันที่ 1 จองคิวสแกนนิ้ว คิวได้วันที่ 3 พอวันที่ 3 ไปสแกนนิ้วตอนเก้าโมงเช้า ตอนบ่ายสองคือได้วีซ่าแล้วค่ะ เป็นวีซ่าที่สะดวกและเร็วมากกกกกก

– เมลเบิร์น มี 4 ฤดู แต่ช่วงเวลาจะกลับเป็นตรงข้ามกับซีกโลกเหนือนะคะ คือฉลองคริสต์มาสกันในฤดูร้อนเลย
ฤดูร้อน : ธค. – กพ. , ฤดูใบไม้ร่วง : มีค.-พค., ฤดูหนาว : มิย. – สค., ฤดูใบไม้ผลิ : กย. – พย. // ทริปนี้นัทมาฤดูหนาวค่ะ เดือนสิงหา อากาศไม่ได้หนาวขนาดนั้น ถือว่าเย็นสบาย แล้วก็เหมือนฤดูหนาวทั่วโลก ช่วงกลางวันจะสั้น พระอาทิตย์ตกเร็ว


ที่พัก เมลเบิร์น

มาเมลเบิร์นครั้งนี้ พักที่ Avani Melbourne Central Residences ค่ะ ใครหาที่พักในเมลเบิร์นคือแนะนำมากๆ เพราะอยู่สบายเหมือนอยู่บ้าน มีครัวครบเซ็ท ซึ่งวัตถุดิบสดที่ออสเตรเลียมักจะเป็นของท้องถิ่น ราคาเลยดีมากๆ และของคุณภาพดี น่าซื้อมาทำมากค่ะ

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่คงจะเป็นโลเคชั่นค่ะ เดินใกล้รถรางสถานีหลักทั้งสองสถานี นั่งบัสมาจากสนามบินก็ง่าย มีซุปเปอร์มาร์เก็ตอยู่ใกล้ๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร สั่งมาทานก็ง่าย ใกล้มหาวิทยาลัยมากๆ ค่ะ ที่เที่ยวในโพสท์นี้ คือ 5-15 นาทีถึงทุกจุด

นอกจากนี้ ภายในห้อง นอกจากจะตกแต่งแบบโมเดิร์น ให้ความรู้สึกสะอาด วิวสวย แล้ว ยังมีครัวที่มีอุปกรณ์ครบเซ็ทไว้ให้ มีเครื่องซักผ้าและเครื่องปั่น น้ำยาต่างๆ เตรียมไว้ครบหมด แม้ว่าที่นี่จะเป็น Residence มากกว่า โรงแรม แต่ก็เก็บครบทุกรายละเอียดสมชื่อแบรนด์ Avani ที่เราคุ้นเคยเลยค่ะ

ที่พักที่เมลเบิร์น ราคาดีกว่าที่คิดเยอะเลยค่ะ อย่างที่นี่คือคืนนึงสามพันกว่าบาท ปังมากกกค่ะ อ่านรีวิวฉบับเต็ม >> คลิ๊กที่นี่

ทางไปเช็คราคาและจอง >> คลิ๊กที่นี่


ที่เที่ยว ที่กิน จุดเช็คอิน เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

1. Market Lane Coffee – Collins St

เมลเบิร์นนี่ถูกขนานนามจากหลายสื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งกาแฟ และเป็นเมืองที่เริ่มเทรนด์ Specialty Coffee มากว่าสิบปี มาถึงเช้าวันนี้ เลยขอจัดกาแฟก่อนเลยค่ะ เค้าว่ากันว่า ใครอินกับพวกกาแฟ Specialty Coffee ให้มาที่ Market Lane Coffee มีหลายสาขา มีสาขาออริจินอลชื่อ Prahran Coffee ที่มีโรงคั่วเล็กๆ ในร้าน และดังเรื่องการนำกาแฟซิงเกิลออริจินน่าสนใจเข้ามา อย่างวันที่เรามาก็มี กาแฟจาก Ruli ในรวันดา Sao Judas Tadeu ในบราซิล เป็นต้น


2. Lune Croissanterie – CBD

จัดกาแฟไปแล้ว นั่งรถรางย้อนมาป้ายเดียว เราขอเริ่มเช้าวันนี้ด้วยครัวซองต์ที่ดังที่สุดในออสเตรเลีย และเป็นครัวซองต์จากเมลเบิร์นที่ดังระดับโลกขนาดที่หลายคนบอกว่า ถ้ามาเมลเบิร์นแล้วไม่มา เหมือนมาไม่ถึง ที่นี่เสิร์ฟครัวซองต์อบใหม่ หอมมากๆ มีหลายเมนูให้เลือก ตอนนัทไปประมาณเก้าโมง คิวยาวแบบสุดถนน รอประมาณครึ่งชั่วโมง ครัวซองต์หอมโพรงอากาศสวย เป็นแนวแห้งนิดนึง ข้างนอกกรอบ รสชาติจะออกทางเบาๆ แต่หอมเนยละมุน มีหลายไส้ให้เลือกค่ะ Pain au Chocolate คือไส้ทะลักดีมาก แต่ kouign amann แห้งไปนิดนึงค่ะ ที่ร้านไม่รับเงินสดนะคะ

*หมายเหตุ* ความเห็นส่วนตัวของนัท คิดว่าเป็นครัวซองต์ที่ดีมาก แต่ไม่ได้ดีที่สุดในโลก และอาจจะเพราะนัทเพิ่งไปอยู่ปารีสมาสองเดือน เลยรู้สึกว่า ส่วนตัวจะไม่รอเกินครึ่งชั่วโมงเพื่อที่นี่เป็นครั้งที่สองค่า แต่ถ้ารอ 10-15 นาที โอเคเลยค่ะ ถือว่าอร่อยค่ะ


3. Hosier Lane

อยู่เยื้องกับร้าน Lune สาขา CBD ค่ะ ตรอก Hosier นั้น เป็นซอยสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ต บางคนก็เรียกว่า เหมือนเป็นอาร์ตมิวเซียมที่เปลี่ยนแปลงทุกครั้งที่มา ตอนเราไปยังเห็นสตรีทอาร์ตติสท์มาพ่นกำแพงอยู่เลย ซอยนี้บรรยากาศก็จะดิบๆ นิดนึงนะคะ แต่ผู้คนก็มาเดินถ่ายรูปกันค่ะ


4. St Paul’s Cathedral

จากเมื่อกี้ เราเดินมุ่งหน้าไปยัง Flinders Street Station โดยก่อนที่จะถึง เราจะผ่านหนึ่งโบถส์ใหญ่และเป็นแลนด์มาร์กของเมลเบิร์นค่ะ โบถส์เซนท์พอล สร้างในช่วงปี 1880 – 1931 ในแบบสถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิค มีลายกระเบื้องและโมเสคที่สวยงาม เป็นโบถส์อิฐหลังคาไม้ เข้ามาชมได้ในได้ค่ะ


5. Flinders Street Station

สถานีรถไฟแห่งนี้ ตั้งชื่อตามถนนที่ตั้งอยู่คือ Flinders Street และ Swanston Street และมีความสำคัญเพราะเป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย เปิดใช้งานในปี 1854 โดยนอกจากจะเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แล้ว ตัวอาคารก็มีความสวยงาม เป็นสไตล์ Edwardian ที่มีการตกแต่งด้วยรายละเอียดค่อนข้างเยอะ มีหลังคาโดม ทางเข้าซุ้มโค้ง และนาฬิกา ที่ว่ากันว่า หากชาวเมลเบิร์นแค่พูดว่า “I’ll meet you under the clocks” หรือไปเจอกันใต้นาฬิกานะ ก็จะทราบเลยว่ามาเจอตรงนี้ค่ะ


6. National Gallery of Victoria

จาก Flinders Street Station เราสามารถนั่งแทรมมาลงที่หน้า National Gallery of Victoria ได้นะคะ แต่ว่าจะอยู่นอกเขตใช้รถรางฟรีแล้ว พวกนัทเลยเดินเล่นข้ามสะพาน เพื่อจะได้ชมวิวแม่น้ำ Yarra River ที่ไหลผ่านใจกลางเมลเบิร์นมาค่ะ

ที่หอศิลป์แห่งชาติวิคตอเรียนั้น มีผลงานศิลปะหลายยุค แต่อาจจะไม่ได้เป็นคอลเลคชั่นจัดเต็มเท่าฝั่งยุโรป ทั้งนี้ทั้งนั้น เค้ามีงานโมเดิร์นอาร์ต รวมถึงศิลปะร่วมสมัยที่น่าสนใจเยอะ มีการจัดแสดงงานของศิลปินท้องถิ่น และ ศิลปะอะบอริจินอล ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่เลยค่ะ อาร์ตมิวเซียมแห่งนี้เดินสนุกมาก และมีงานหลายชิ้นที่เซอร์ไพรส์เพราะไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่เหมือนกันค่ะ


7. State Library Victoria

นี่ก็เป็นอีกความภาคภูมิใจของรัฐวิคตอเรียค่ะ ห้องสมุดที่เก่าแก่ที่สุดในออสเตรเลีย และ เป็นห้องสมุดที่เปิดเป็นสาธารณะแบบฟรีที่แรกของโลก โดยมีไฮไลท์เป็นอาคารแบบศตวรรษที่ 19 ที่มีห้องอ่านหนังสือเป็นโดมแปดเหลี่ยมสวยงาม ภายในมีหนังสือกว่าสองล้านเล่ม มีพวก manuscripts หนังสือพิมพ์ แผนที่เก่าเก็บไว้เป็นคอลเลคชั่นเลยค่ะ

ชั้นบนมีนิทรรศการเกี่ยวกับหนังสือ ซึ่งทำดีมากๆ ตั้งแต่ก่อนยุคกูเทนเบิร์ก มาจนถึงยุคมาแท่นพิมพ์ ทั้งหมดนี้ไม่เสียค่าเข้าชมค่ะ


8. Patricia Coffee Brewers

ร้านกาแฟที่ซ่อนตัวอยู่ในซอย แต่คนเยอะมาก และบริการเร็วมากค่ะ เมนูหลักคือมีให้เลือกแค่ White – Black – Filter ไปเลย ซึ่งแม้จะทำเป็นแบชใหญ่ก็ยังทำออกมาได้หอม คลีน และเบลนด์ของทางร้าน น่าสนใจนะคะ ไม่ใช่โทนแอซิดิตี้สูงเหมือนฝั่งสแกนดิเนเวีย มีความหมักนิดๆ มีมิติที่ไม่น่าแยกได้ในแก้วกระดาษ แต่โอเคเลยค่ะ


9. Fitzroy Garden

สวนใหญ่ในเมลเบิร์น ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ ภายในมีหลายโซนมากๆ ค่ะ เลย์เอาท์ของสวนจัดแบบสมัยวิคตอเรีย ร่มรื่นและธรรมชาติ แบบสงบมากกก ภายในยังมีสถานที่น่าสนใจอย่าง กระท่อมของกัปตันเจมส์คุก บ้านของผู้ดูแลสวน Sinclair มีต้นไม้แกะสลัก เป็นสวนที่มาเดินเล่นได้ยาวๆ เลยค่ะ


10. St Patrick’s Cathedral

ใกล้ๆ สวน Fitzroy จะมีโบถส์ St. Patrick’s ซึ่งเป็นโบถส์ที่ใหญ่ที่สุดในรัฐวิคตอเรีย สร้างในแบบ Gothic Revival ซึ่งเป็นโบถส์ที่พอเข้าไปข้างในแล้ว รู้สึกว่าใหญ่มากๆ จริงๆ ค่ะ ใครมีเวลาก็สามารถแวะมาชมได้นะคะ


The Great Ocean Road

สิ่งที่ห้ามพลาดจริงๆ ในการมาเมลเบิร์นแต่ไม่ได้อยู่ในเมลเบิร์น สำหรับนัทคือ The Great Ocean Road ค่ะ นัทขับรถบ้านไปเที่ยว 3 วัน 2 คืน ได้เจออะไรเยอะมากกก ธรรมชาติสมบูรณ์มากๆ ทั้งโคอาล่า จิงโจ้ ตามธรรมชาติ วิวทะเล วิวป่าพันธุ์ไม้ที่สูงที่สุดในโลก น้ำตก ทะเลสาบ ทิวเขา ที่สำคัญ เค้าดูแลอุทยานแห่งชาติดีมากและไม่มีค่าเข้าค่ะ

นัทเขียนรีวิวเต็มไว้ 2 ตอนแบบละเอียดๆ เลยค่ะ


สำหรับใครที่หาตั๋วเครื่องบินราคาถูกอยู่ก็ไปเทียบราคาได้ที่ Skyscanner.com นะคะ คลิ๊กที่นี่ได้เลย!!!

หากชอบรีวิว อย่าลืมกดไลค์เพจ และ ติดตามไอจี @eatchillwander ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่า



ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com

error: