[รีวิว] Gaa ร้านมิชลินสตาร์สองดาวในกรุงเทพฯ Contemporary Indian จากเชฟหญิงมือรางวัลอันดับโลก [Update 2026]

หากพูดถึงร้านที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์สองดาวในกรุงเทพฯ ที่มีการพัฒนาอย่างโดดเด่นทุกครั้งที่กลับไป จะต้องนึกถึงร้าน Gaa ขึ้นมาเสมอ ร้านอาหารแนว Contemporary Indian ที่นำทีมโดยเชฟ Garima Arora เชฟหญิงชาวอินเดียคนแรกของโลกที่ได้รับรางวัลมิชลินสตาร์ (ตั้งแต่ดาวแรก และ ตอนนี้ที่เป็นสองดาว) และเชฟยังเคยได้รับรางวัลเชฟหญิงที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

Gaa นับเป็นร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งที่นำเสนออาหารอินเดียแบบฉีกกรอบแบบเดิมๆ แต่เคารพรากเหง้าและที่มาของความหลากหลายของอาหารอินเดียได้เป็นอย่างดี ตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 53 ภายในบ้านไม้ทรงไทยอายุราว 60 ปี ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ร่มรื่น และตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา เชฟและทีมงานอธิบายทุกเมนูเป็นอย่างดี มีแพร์ริ่งเครื่องดื่มให้เลือกทั้งแบบแอลกอฮอลล์และไม่มีแอลกอฮอลล์ เมนูนี้ถูกแบ่งออกเป็น Chapters ที่ทำให้เราร้องว้าวตั้งแต่คำแรกจนถึงคำสุดท้าย

สำหรับคอร์สนี้ เชฟตั้งใจนำเสนอความหลากหลายนั้น ให้มารวมอยู่ในการเดินทางผ่านอาหารคำเล็กๆ ภายใต้เมนูที่ชื่อ “India in Many Bites” ที่อัดแน่นด้วยเรื่องราว วัฒนธรรม และเทคนิคสมัยใหม่ ทำออกมาได้ดีมาก ทั้งรสชาติ ความบาลานซ์ ลงตัว เห็นถึงเทคนิคและวิธีคิดซับซ้อน รู้เลยว่าทำยากแต่เข้าถึงง่ายสำหรับคนทาน

ส่วนตัวนัทเอง ยิ่งเราได้มีโอกาสทานอาหารอินเดียมากขึ้น เราก็ยิ่งเข้าใจว่า บางที อาหารอินเดียก็ถูกชาวต่างชาติเข้าใจผิดเยอะเหมือนกัน (เหมือนกับชาวต่างชาติส่วนใหญ่ที่มีภาพจำอาหารไทยอยู่ไม่กี่อย่าง) จริงๆ แล้ว อินเดียเป็นที่ที่วัฒนธรรมอาหารหลากหลายมาก และมีเมนูจำนวนมาก ที่ไม่ได้หนักเครื่องเทศอย่างที่หลายคนเข้าใจ นับเป็นมื้อที่สมดาวและอยากให้ทุกคนเปิดใจมาลองกันค่ะ

1. Chaat : Aloo, Anar, Tuna Bhel, Puchka

คำว่า Chaat นั้น เรามักจะเห็นบ่อยๆ ในเมนูสตาร์ทเตอร์ตามร้านอาหารอินเดียหรือบางทีก็เป็นสตรีทฟู้ด ซึ่งนัทพยายามถามชาวอินเดียมาหลายคนแล้วว่ามันคืออะไร พบว่า จริงๆ Chaat ไม่ใช่ชื่อของกรรมวิธีการทำ แต่เป็นนิยามของรสชาติที่ต้องมีความเปรี้ยว เผ็ด หวาน และกรอบ และมันถูกนำเสนอออกมาได้หลายรูปแบบ เป็นอะไรที่ปลุกต่อมรับรสได้ดี เชฟ Garima เลือกเสิร์ฟสี่คำ ได้แก่ Aloo มันฝรั่งทอดกับโฟมมันฝรั่งเนื้อเนียน, Anar ทับทิมแบบเย็นตัดกับ acidity จากใบมะม่วงกรอบ, Tuna Bhel ปกติ Bhel Puri มันจะเป็นฟีลชัทนีย์มะขามคล้ายๆ ยำ ซึ่งที่นี่เสิร์ฟเป็นทูน่า ทานกับแป้งกรอบรูปทาโก้ คำนี้คืออร่อยมากๆ และถูกต้องตามนิยามของคำว่า Chaat เลยค่ะ สุดท้าย Puchka หรือ Pani Puri ชัตเน่รสจัดจ้าน เปิดต่อมรับรสได้ดีมาก


2. Chakna : Crayfish, Fish Floss & Rasam, Lamb Tartare

คำว่า Chakna หมายถึง Appetizer หรือกับแกล้มที่ไว้ทานกับเครื่องดื่ม โดยเชฟเสิร์ฟสามคำ ได้แก่ Crayfish ที่ใช้เครย์ฟิชเนื้อนุ่ม ปรุงสุกพอดี มีความหวานเด้ง เสิร์ฟบนขนมปังบริยอชหอมละมุน, Fish Floss & Rasam ตัวปลาทอดข้างล่างคือกรอบแต่ละลายเข้าไปในปากเลยค่ะ อยากทานอีกมากๆ และ Lamb Tartare ทาร์ทาร์เนื้อแกะที่มีความกลมกล่อม


3. Nani aur Dadi

ชื่อคอร์สนี้แปลว่า “คุณยายและคุณย่า” ซึ่งเชฟบอกว่า เค้าได้สูตรอาหารมาจากทั้งทางบ้านของคุณยายและคุณย่า บ้านนึงเป็นเจ้าของสูตร flatbread ที่คลาสสิกที่สุดในบ้านชาวอินเดียอย่าง Paratha แต่แทนที่จะมาเป็น Paratha แบบที่เรารู้จัก เชฟนำเสนอ Cauliflower Paratha ขนมปังยัดไส้กะหล่ำดอกอบจนหอมกรุ่น ออกมาเป็นชิ้นกลมๆ มีความนุ่มฟู เสิร์ฟคู่กับสูตรเนย Homemade Butter เนยทำเองสามแบบที่ทำมาถึงสามแบบ สามสไตล์ แล้วเพิ่มอุมามิในคอร์สนี้ด้วยคาเวียร์ที่เสิร์ฟมาทั้งกระปุก — จริงๆ เป็นคอร์สที่ ตอนไม่มีคาเวียร์ก็อร่อยแล้ว พอเพิ่มคาเวียร์ไป ก็มีความลึกของรสชาติไปอีก


4. Atte ki Khichdi

อีกหนึ่งจานที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Atte ki Khichdi ซึ่งดัดแปลงมาจากอาหารพื้นบ้านของรัฐ Bihar โดยเมนูนี้เกิดจากการขาดแคลนข้าว จึงต้องนำแป้งสาลีโฮลวีตนวดมือมาปั้นเป็นรูปข้าวแทนข้าวจริงๆ ต้องปั้นทีละชิ้น สะท้อนถึงภูมิปัญญาการใช้วัตถุดิบที่มีจำกัดมาปรุงจนเกิดเป็นอาหารจานอร่อยที่ทรงคุณค่า

เชฟนำมาปรุงรสในแบบ Khichdi ที่ถูกอธิบายว่าเป็นคล้ายๆ พวก Porridge แต่ถ้าเป็นที่ไทยคงเป็นเหมือนโจ๊กทรงเครื่อง เสิร์ฟพร้อมชัตเน่ ผักดอง และเครื่องเคียงโฮมเมดอีกหลายชนิด


5. Curry and Kebabs

คอร์สแกงที่ไม่ได้เสิร์ฟแกงแบบที่ทุกคนคิดเลยค่ะ เริ่มจาก Summer Curry แกงปูที่เบสเป็นกะทิ ท้อปด้วย กรานิต้าแอปเปิ้ลเขียวกับแตงกวา คือสดชื่น เบา รีเฟรชชิ่ง มีเนื้อตะลิงปลิงเพิ่ม acidity มีกระเจี้ยบเพิ่มเทกเจอร์ (จริงๆ จานนี้นัทเคยทานคอร์สก่อน เบสเป็นนมแมคคาเดเมียมั้ง ซึ่งอันนี้ก็เป็นเวอร์ชั่นที่พัฒนามาอีก แต่เอาเป็นว่า ดีมากๆ ค่ะ เป็นจานที่ชอบอันดับต้นๆ เลย)

ตามด้วย Morel, Malai, Total Masala คือต้องบอกทุกคนก่อนว่า ใครบอกอาหารอินเดียหนักเครื่องเทศ นัทจะแนะนำให้เป็นลองเมนูที่ชื่อว่า Malai ค่ะ มันคือการย่างกับครีมนม ปกติที่ได้ทานบ่อยๆ จะเป็นไก่ แบบนุ่มๆ นวลๆ ละมุนมากๆ แต่ที่ Gaa เสิร์ฟเป็น Malai Morel ตอนนัทเห็นชื่อครั้งแรก ก็คือเทใจไปแล้วค่ะ เอาของชอบสองอย่างมารวมกันแล้วไม่เคยทานที่ไหนมาก่อน ในจานเป็นเห็ดมอเรลและเห็ดไมทาเกะย่าง ท้อปด้วยบัฟฟาโลว์บราวน์ชีส ที่เค้าบอกว่าเป็นชีสชื่อดังของมุมไบเลยค่ะ

ปิดท้ายด้วย Beef Kebab เนื้อย่างหอมกลิ่นควันมากๆ ทีเด็ดอยู่ที่ข้าวสุรินทร์ ที่นัทแอบสารภาพว่าจำไม่ได้ว่าเชฟใส่อะไรไปบ้าง แต่มันอร่อยมากๆ เลยค่ะ


6. Tandoori Story

คอร์สที่โดดเด่น และเป็นที่พูดถึงเสมอมา เพราะ Gaa เสิร์ฟทุเรียนเป็นเมนดิช!! คีย์ของจานนี้คือการใช้เตาดิน Tandoor แบบดั้งเดิม นำ “ทุเรียนหมอนทองดิบ” มาเผาไฟจนได้เนื้อสัมผัสที่แน่น มีความนุ่มหนึบแทนเนื้อสัตว์ในเมนคอร์สได้อย่างดี และมีรสชาติเข้มข้นแต่ไม่มีกลิ่นทุเรียนแบบหนักๆ เสิร์ฟคู่กับแกงรสละมุน และ Saag ที่เป็นเหมือนผักพูเร โรตีอบร้อนๆ และเครื่องเคียงผักดองหลากรส


7. Desserts

ปิดท้ายด้วยของหวาน Malai Toast ขนมปังครีมนมท็อปด้วยสายไหม มีความละมุน และรวมของชอบไว้ด้วยกัน ต่อด้วย Ice Cream, Tadka ไอศกรีมที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมหวาน Payasam ที่เป็นเหมือนพุดดิ้งข้าวจากอินเดียตอนใต้ โดยมีการราดน้ำมันเครื่องเทศร้อนๆ หรือที่เรียกว่า Tadka ลงบนไอศกรีม เสิร์ฟบนใบตองที่ได้แรงบันดาลใจมาจาก Sadya Feast ค่ะ

ต่อด้วยคอร์สที่ต้องแอดเพิ่ม เป็น Milk & Honey ที่เชฟเสาะหาน้ำผึ้งแท้ 6-7 ชนิดจากทั่วประเทศไทย เป็นผึ้งสายพันธุ์ต่างๆ ก่อนให้เราเลือกสามชนิดเพื่อทานคู่กับก้อนนมสด และคำสุดท้าย ปิดท้ายแบบวิถีอินเดียดั้งเดิมด้วย Miang Kham X Paan การผสมผสานระหว่าง “เมี่ยงคำ” ของไทยและ Paan ใบพลูใส่เครื่องเทศและเครื่องหอมสำหรับเคี้ยวหลังอาหารของอินเดีย เชฟใส่เป็นผลไม้ออกมาเป็นคำที่ช่วยตัดเลี่ยนและล้างปากได้อย่างยอดเยี่ยม

นัทเคยเขียนรีวิว Gaa ไว้เมื่อปี 2019 ด้วยค่ะ จะเห็นว่ามีการพัฒนาอยู่เสมอเลย ใครอยากย้อนกลับไปดู สามารถไปอ่านได้ที่ >> [รีวิว] GAA ร้านอาหารหนึ่งดาวมิชลินกับตำแหน่งเชฟหญิงที่ดีที่สุดในเอเชีย (Visited 2019)


ร้าน Gaa

เปิดให้บริการมื้อเย็นทุกวัน ตั้งแต่ 17.30 น. เป็นต้นไป
และเปิดให้บริการมื้อเที่ยงทุกวันเสาร์ – อาทิตย์

ที่อยู่: 46/1 ซอยสุขุมวิท 53 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10110

โทร.: 063-987-4747
อีเมล์: reservation@gaabkk.com
เว็บไซต์: http://www.gaabkk.com


ติดตาม Eat Chill Wander ได้ที่
Facebook : Eat Chill Wander
Instagram : @eatchillwander
Twitter : @eatchillwander
Youtube : Eat Chill Wander
Website : www.eatchillwander.com