[รีวิว] Journey of Meats ร้านสเต๊กบรรยากาศกันเอง จากคนรักเนื้อสู่คนรักเนื้อ

วันนี้ขอมาแนะนำร้านสเต๊กที่น่ารัก อบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ

“เวลาไปทานที่อื่นแล้วเค้าทำเนื้อออกมาไม่ค่อยดี ผมเสียดายเนื้อ ประกอบกับการสั่งเนื้อมาทำเองที่บ้านบ่อยๆอยู่แล้ว เลยเปิดร้านนี้ซะเลย อีกอย่างคืออยากทำร้านสเต๊กที่อบอุ่นๆ แบบพาลูกมาทานได้ ชิวๆ ไม่ต้องมีพิธีรีตองเหมือนร้านในโรงแรม” นี่คือสิ่งที่คุณจอม เจ้าของร้าน Journey of Meats หรือ J.O.M. เล่าให้เราฟัง

ภายในรั้วสีขาว ร้านสเต๊กที่ดูสบายและอบอุ่น กลับเต็มไปด้วยเนื้อหลากชนิดและตู้แช่เนื้อ Dry Aged ที่จริงจัง ทั้งเนื้อ Thai-french, Australian Black Angus, Australian Wagyu, US Angus ที่ตัดมาในส่วนต่างๆที่คุณชอบ และชิ้นสามารถเลือกเนื้อเองได้

แต่อีกอย่างที่เราอยากบอกคือ ร้านนี้ไม่ได้มีแค่สเต๊กเนื้อที่เด็ดนะคะ เมนูอื่นๆก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

เริ่มจากตู้แช่เนื้อ ที่เราสามารถไปเลือกส่วนที่เราชอบได้เอง ส่วนนี้ ให้ทางร้านแนะนำได้ค่ะ ว่าเราชอบทานเนื้อแบบไหน ชอบแบบนุ่มๆ กลิ่นอ่อนๆ หรือ ชอบแบบกลิ่นเนื้อชัดๆ กัดแล้วสู้ฟัน

ขออธิบายการ Dry Aged ไว้คร่าวๆนิดนึงนะคะ การ Dry Aged คือการแช่เนื้อไว้ทีอุณหภูมิต่ำ ในระยะเวลาที่ต้องการ โดยเริ่มตั้งแต่อย่างน้อย 21 วัน ที่เราเคยกินนานที่สุดคือ 75 วัน ส่วนที่เป็นที่นิยมจะอยู่ที่ 30-45 วันค่ะ การแช่เนื้อไว้ โดยไม่ผ่านการปรุงใดๆเลย จะทำให้ตัวเอนไซน์ของเนื้อมันกัดตัวเนื้อเองทำให้มีความนุ่มขึ้นและกลิ่นเนื้อจะชัดขึ้น (เสมือนการบ่มชีส หรือ แฮม) ซึ่งหากใครชอบเนื้อกลิ่นเบา จะไม่ชอบเนื้อ Dry Aged นะคะ แต่เราชอบมาก เพราะมันจะมีกลิ่นเนื้อแบบลึกดีค่ะ

อ้อ แล้วที่เนื้อ Dry Aged มีราคาแพงกว่าก็เพราะว่า ส่วนที่ทุกท่านเห็นมันแห้งๆในรูป จะไม่นำมาใช้แล้วนะคะ ต้องเสียเนื้อไปประมาณ 30-50% ของส่วนที่แช่ไว้ในรูปเลยค่ะ

ที่นี่ย่างเนื้อบนเตาหินลาวาค่ะ ซึ่งเป็นหินที่ซับน้ำมัน ได้ดี และไม่มีเขม่าควันเยอะ ทำให้เนื้อเป็นกลิ่นธรรมชาติค่ะ

เนื้อตัวแรกเป็น T-Bone เนื้อไทยเฟรนช์ ที่เป็นเนื้อวัวที่ดีที่สุดของเมืองไทยในขณะนี้ Dry Aged 60 วันค่ะ ระดับความสุก Medium Rare  (ราคา 260 บาทต่อ 100 กรัม)

ฝั่งสันนอกจะเหนียวกว่า สู้ฟัน ส่วนสันในจะมีความนุ่มกว่าค่ะ มีรสเนื้อและกลิ่นเนื้อชัดเจน

ส่วนตัวเราไม่ค่อยชอบความเหนียวของเนื้อไทยเฟรนช์อยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบว่าเป็นเนื้อชนิดนี้แล้วถือว่าทำออกมาได้ดีทีเดียวค่ะ

อีกตัวเป็น Austrian Wagyu (ราคา 440 บาท ต่อ 100 กรัม) ซึ่งจะนุ่มและมันกว่าค่ะ อันนี้เป็นสไตล์ของเนื้อที่เราชอบเป็นการส่วนตัว คุ้กมาพอดี อร่อยมากค่ะ

ที่เราชอบที่นี่อีกอย่างคือ เกลือที่มีให้เลือกหลายชนิดมากค่ะ เราเป็นคนกินสเต๊กแตะเกลือนิดๆ ยิ่งถ้าเนื้อดี และคุ้กมาพอดีแล้ว จะไม่อยากให้มีอะไรไปกลบมันค่ะ

ที่นี่มีเกลือให้เลือกประมาณ 5-6 ชนิด และเจ้าของก็ยังซื้อมาลองเรื่อยๆเลยค่ะ

อย่างตัวนี้จะเป็นดอกเกลือจากทางใต้ของฝรั่งเศส ซึ่งดอกเกลือโดยทั่วไปจะมีความชื้นมากกว่า ตัวเกลือจะติดกัน ทำให้มีรสชาติอยู่ในปากนานกว่า แต่จะไม่เค็มจัด มีความหอมแบบเกลือทะเลค่ะ

แต่สำหรับใครที่ชอบทานสเต๊กจิ้มซอส ไม่ต้องห่วงนะคะ มีให้เลือกเยอะเลยค่ะ เด็ดๆทั้งนั้น ตั้งแต่ ซอสเปปเปอร์ ซอสเกรวี่ บาร์บีคิว Tex-Mex ไปยันแจ่ว

มาถึงคิวคนไม่ทานเนื้อแล้วค่ะ อย่างที่บอกว่าเมนูอื่นๆที่นี่ก็ทำได้ดีนะคะ

อย่างสลัดอกเป็ดรมควัน (ราคา 320 บาท) ทานกับลูกฟิก บาลานซ์รสชาติได้ดีค่ะ

ข้าวหมูเนื้อลายสะดุ้งพริก (ราคา 250 บาท) จานนี้ไม่ใช่กระเพรานะคะ แต่เป็นหมูผัดพริกที่มีใบกระเพรากรอบโรยและรองด้วยผักค่ะ รสชาติอาจจะไม่ได้มีความกระเพราแบบที่คิด และออกเผ็ดนำไปหน่อยค่ะ สำหรับเรา

ไส้กรอกเยอรมันรวม (ราคา 450 บาท) ที่ทั้งไส้กรอก และ เซาเออร์เคร้าท์ คุณอาของเจ้าของร้านทำเองค่ะ ไส้กรอกมีทั้งไส้กรอกลูกวัว ไส้กรอกหมู ไส้กรอกชีส ตัวที่เราชอบที่สุด เพราะดึ๋งดั๋งและรสชาติเข้มดีคือ ไส้กรอกหมูสด ค่ะ

Smoked Ribs (ราคา 300 บาท) ยิ่งใหญ่อลังการมากค่ะ ที่นี่ตั้งใจทำหมูแบบที่ต้องแทะๆ ได้เคี้ยว อย่างส่วนตัวเราจะชอบ ริบแบบหมูเปื่อยๆรุ่ยๆหน่อย แต่เพื่อนเราชอบแบบนี้มากค่

มาดูบรรยากาศในร้านกันบ้างค่ะ

ที่นี่มีชีสกับ Cold Cuts และไวน์ด้วยนะคะ

พิกัด ร้าน Journey of Meats

9 ซอยรามคำแหง 24 แยก 20 เปิด 17.00-22.00 น. ทุกวัน
โทร 02-0776060

สามารถหาที่จอดรถ ในซอยได้เลยนะคะ

Related Post