Klook.com

[รีวิว] Hibiki Omakase & Bar โอมากาเสะวัตถุดิบชั้นเลิศ โดยเชฟผู้มีประสบการณ์จากร้าน 2 ดาวมิชลิน

ท่ามกลาง ซอย เอกมัย 12 เราได้ก้าวเข้ามายังบาร์ที่ตกแต่งอย่างเรียบหรู เท่ และ มีความสงบ ตามแบบฉบับของปรัชญาญี่ปุ่น ที่นี่ไม่ใช่บาร์นั่งดื่ม หรือ ซูชิบาร์ เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ Hibiki Omakase & Bar นั้น เป็นร้านโอมากาเสะร้านใหม่ที่มีดีกรีและแนวคิดที่ไม่ธรรมดา ตอบฟังก์ชั่นทั้งเรื่องของการมานั่งทานซูชิโอมากาเสะชั้นดี รวมไปถึงการนั่งดื่มทั้งก่อนและหลังมื้ออาหาร

โดยคอนเซปต์ของซูชิโอมากาเสะ ในร้าน Hibiki Omakase & Bar จะออกไปทางแนวดั้งเดิมของญี่ปุ่น มีความเป็น edomae อยู่ แต่ก็ไม่ถึงกับ Traditional เสียทีเดียว เพราะเชฟนั้นกล้าที่จะใช้วัตถุดิบที่ไม่ Conventional สำหรับอาหารญี่ปุ่นมาประกอบอาหารบ้างในบางครั้ง มีการเพิ่มลูกเล่น มีทวิสท์ มีการตีความที่ต่างออกไป แต่คงไว้ซึ่งปรัชญาในการทำอาหารแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมอย่างเหนียวแน่น

สำหรับตัวเชฟ Takizawa นั้นเคยเป็นเชฟปั้นซูชิอยู่ที่ร้านระดับมิชลินสตาร์ 2 ดาว ชื่อ Sushi Ginza Onodera สาขา ลอสแองเจลิส โดยร้าน Sushi Ginza Onodera นั้นเป็นร้านซูชิสไตล์ Edomae มีสาขาอยู่หลายที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ปารีส เซี่ยงไฮ้ หรือลอนดอน และมีมาตรฐานที่สูงมาก ทำให้มั่นใจได้ว่า อาหารมื้อนี้นั้น ไม่ผิดหวังแน่นอน

ในส่วนของเมนู ร้าน Hibiki Omakase & Bar นั้นมีให้เลือกอยู่ 2 แบบด้วยกัน คือแบบ Standard (4,500++) และแบบ Premium (6,500++) โดยปริมาณอาหารนั้นจะเท่ากันทั้งสองแบบ อยู่ที่ประมาณ 18-25 คอร์ส แตกต่างกันที่วัตถุดิบ ซึ่งวันนี้เรามาทานแบบ Premium กันค่ะ

เริ่มต้นมื้อกันด้วย ไข่ตีกับเนยผสมอูนิ และท้อปด้วยคาเวียร์ ได้ความหวานมันเข้มข้น ดีมาก

Madai Sashimi มาแบบทั้งสด และเผาไฟ ได้รสสัมผัสและรสชาติที่ต่างกัน คุณภาพปลานั้นถือว่าดีมากๆ ทานคู่กับ Ice Plant กรอบหวาน ส่วนวาซาบินั้นปอกเปลือกแบบพอดีๆ ไม่ขาวเกลี้ยง ขูดมาได้กลิ่นหอมมาก และรสเผ็ดแบบกำลังดี

Sawara หรือ Barracuda ส่วนท้อง นำมาย่างที่หนัง รสคลีนและมัน ได้น้ำจิ้มพอนซึมาตัดเลี่ยน เข้ากันเป็นอย่างดี

Buri นำไปแช่ซอส กลิ่นหอมชัดเจนเมื่อเคี้ยว รสชาติกลมนวล อูมามิเข้มข้นมากๆ เป็นหนึ่งใน sashimi ที่ชอบมากที่สุดของวัน

Ma Saba ดองน้ำส้มเบาๆ ได้ความเด้ง ลื่นลิ้น ชิ้นนี้ทำได้อร่อย แอบสังเกตว่า เชฟทำพวกปลาหนังเงินได้ดีมาก

Ishigaki Gai หรือหอยปีกนกขาว หวานเด้งสู้ฟัน สดมากๆ

ไปกันต่อกับซาชิมิ Akami รสชาติมาตรฐานร้านโอมากาเสะชั้นดี เข้มข้น มันน้อย แบบทูน่าธรรมชาติ

ในส่วนของการทำอาหารนั้น เชฟจะทำทุกขั้นตอนให้เราดูที่บาร์เลย บุคลิกเชฟจะเคร่งๆ จดจ่อกับการทำอาหาร โฟกัสเป็นอย่างดี จะไม่ใช่สไตล์คุยเล่นเยอะๆ ค่ะ

Aori Ika + ซอส Uni จานนี้ก็ดีงามตามท้องเรื่อง ปลาหมึกหวาน เนื้อออกครีมมี่ เสริมความมันและหวานอีกขั้นด้วยซอสไข่หอยเม่น

มาถึงโค้งสุดท้ายของ “อาหารทานเล่น” ก่อนไป main course ที่เป็นซูชิกัน (ใช่ค่ะ ที่นี่ให้เยอะมากกกก นี่เพิ่งเริ่มต้น!)

Amadai ที่นำน้ำมันเดือดๆมาราดที่หนัง ให้เกล็ดพองและฟูกรอบ เป็นปลาที่รสสัมผัสนุ่มแต่เด้ง รสชาติหวาน ดีมากๆ ทานคู่กับพริก sansho สองสี โดยสีเขียวจะให้กลิ่นหอมเย็น ในขณะที่สีแดงจะให้ความหอมเผ็ด ดึงรสชาติของปลาให้ออกมาไปอีกระดับ

Cold Chawanmushi + Truffle จานนี้โอเค แต่ค่อนข้างธรรมดาไปซักนิด มีทั้งทรัฟเฟิล และ truffle oil ค่ะ

Miso Soup ทำจากมิโซะแดง และลูกชิ้นปลาบุรี เพื่อล้างปากก่อนเข้าสู่ ซูชิ ในค่ำคืนนี้

ส่วน ซูชิ เราเริ่มต้นที่ เทมากิ Chutoro ห่อด้วยสาหร่าย ที่เราคิดว่าแอบแย่งกันเด่นไปนิดนึง เพราะ ตัวทูน่านั้นรสชาติดี และสาหร่ายก็หอมมากๆ

Aji คุณภาพดีมาก นุ่ม เนียน มัน ถือเป็นอีกคำที่ประทับใจ (ตอนแรก ประทับใจตัว ซาบะซาชิมิ พอมาเจอคำนี้อีก เลยรู้สึกประทับใจปลาหนังเงินของเชฟมาก)

Abura Bozu ตัวนี้เป็นปลาน้ำลึก ที่ไขมันเยอะมากๆ เยอะยิ่งกว่า otoro หาทานยาก มีความมันมาก และรสสัมผัสที่กรุบกรอบ รสชาติอ่อน

Kuruma Ebi สอดไส้ด้วยมันกุ้งทั้งสุกและดิบ

Hokkigai  นำไปย่างถ่าน หอมมากๆ หวาน กรุบกรอบ ดีงาม — เป็นอีกจุดที่ชอบ ตรงที่มี shellfish สลับมาด้วย

สำหรับข้าวซูชินั้น เชฟได้ใช้ทั้งน้ำส้มสายชูแดง และ ขาว มาผสมกัน ตัวข้าวนั้นเปรี้ยวกำลังดี นุ่มแต่ร่วน กระจายในปากดีเยี่ยม และที่สำคัญ อุณหภูมิ พอเหมาะมากๆ มีน้อยร้านในประเทศไทยที่ทำข้าวซูชิได้ในระดับนี้ ต้องขอชื่นชม

Kegani + Truffle เราคิดว่า เห็ดทรัฟเฟิลไม่ได้ช่วยเสริมรสชาติของจานนี้มากนัก แต่ปูก็หวานดีค่ะ

Ankimo Rice + Akami หนึ่งในความประทับใจของมื้อนี้ ข้าวคลุกตับปลาอังโกะนั้นอูมามิ หวานมันสุดๆ ทานกับทูน่าสับ ได้ความเข้มข้นเพิ่มขึ้น อร่อยมากๆ

Nodoguro นำไปย่างถ่าน คือฟินนนนน หวาน มัน หอมฟุ้ง

ตามมาด้วยไข่หอยเม่น สองชนิด ทั้ง Bafun และ Murasaki ให้เราได้เทียบกัน

ปิดท้ายซูชิด้วย Otoro ที่ผ่านการบ่มถึง 2 สัปดาห์ ได้รสชาติที่เข้มข้น อร่อยมาก

สำหรับจานสุดท้ายก่อนไปถึงขนมหวาน เป็น Tuna Ochazuke โดยตัวน้ำซุปดาชินั้นทำมาจาก ซาบะแห้ง + คัทสึโอะแห้ง + สาหร่ายคอมบุ ได้ความหอมและอูมามิเต็มที่ โปะหน้าด้วย Akami ที่นำไป zuke อร่อย คล่องคอมากๆ

ปิดท้ายด้วยของหวาน เป็น Coconut Blanc Manger และไอศกรีมงาดำ ซึ่งเชฟทำเอง

ในส่วนของเครื่องดื่มนั้น Hibiki Omakase & Bar ได้บาร์เทนเดอร์มือดี ที่เคยทำงานอยู่ในบาร์ระดับแนวหน้าของกรุงเทพฯ มาทำค๊อกเทลให้ และในส่วนของ Wine/Sake list เนื่องด้วยเจ้าของร้านนั้นเป็นนักดื่มตัวยง ทำให้มีไวน์และสาเกชั้นดีไว้ให้เลือกสรรมากมาย อีกทั้งเครื่องแก้วที่ใช้ก็นับว่าชั้นยอด ทำให้ส่วนของเครื่องดื่มที่ Hibiki Omakase & Bar นั้นเรียกได้ว่าเหนือชั้นไปกว่าร้านโอมากาเสะร้านอื่นๆไปอย่างมาก

เรียกได้ว่า นอกจากการเป็นร้าน Sushi Omakase แล้ว Hibiki Omakase & Bar ยังสามารถเป็นบาร์ชั้นดี ให้กับลูกค้านักดื่มได้มานั่งละเมียดเครื่องดื่มอร่อยๆได้อีกด้วย

โดยสรุป Hibiki Omakase & Bar เป็นหนึ่งร้านโอมากาเสะที่เปิดใหม่ในย่าน ทองหล่อ-เอกมัย ที่นับว่าถูกใจเรามาก เพราะไม่เพียงแต่รสชาติอาหารที่อร่อยได้มาตรฐานร้านติดดาวกับปริมาณอาหารที่ให้เยอะจนอิ่มอย่างจุกๆแล้ว ยังมีทั้งไวน์ สาเก และ ค๊อกเทลชั้นดี ไว้ให้บริการอีกด้วย


Hibiki Omakase & Bar (ฮิบิกิ โอมากาเสะ แอนด์ บาร์)

ตั้งอยู่บน ถนน เอกมัย ซอย 12 มีที่จอดรถหน้าร้าน

幸 Sachi Omakase ราคา 4500THB ++
響 Hibiki Omakase ราคา 6500THB++
สำรองที่นั่ง
โทร : +66 96-797-9997
LINE : @hibiki.bkk
เปิดให้บริการทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ เวลา 17.00 น. – 24.00 น.

error: