half of my heart is in HAVANA ตอนจบ

cuba cover 2

อยากจะเขียนให้ละเอียด เพราะนอกจากจะอยากให้ผู้อ่าน สามารถไปตามรอยได้แล้ว ยังอยากเก็บไว้อ่านเอง เพราะเป็นความรู้สึกและความทรงจำที่ไม่อยากให้รายละเอียดหายไป

…เลยต้องแบ่งเป็นตอนที่ 2

หมายเหตุ**ช่วงกลางบทความจะพูดถึงชีวิตในมุมมองของสังคมนิยมที่เราได้ไปสัมผัสมา ค่อนข้างซีเรียสและยาว ข้ามไปได้เลยนะคะ

หลังจากที่พาเข้าไปดูในเมือง Old Havana หรือภาษาสเปนเรียกว่า Habana Vieja แล้ว วันนี้เรามีโอกาสได้นั่งรถออกไปดูโซนเมืองใหม่ ซึ่งเป็นพวกสำนักงาน มหาวิทยาลัย มีย่านไชน่าทาวน์ด้วยนะ

แม้จะเป็นโซนเมืองใหม่ แต่บรรยากาศมันก็ยังดูย้อนยุคอยู่ดี แต่เป็นโซนที่โมเดิร์นมากขึ้น

ณ Plaza De La Revolucion มีตึกซึ่งมีหน้าของสองบุคคลสำคัญอยู่ คือ Che Guevara และ Camilo Cienfuegos สองผู้นำในการปฏิวัติที่ร่วมสู้กันมากับ Fidel Castro

Che Guevara เองเนี่ย เราเห็นหน้าเค้าบ่อยมากกกก ตามแบบ ผับเรกเก้ในพะงัน เสื้อยืดในจตุจักร แล้วรูปนี้ก็เป็นรูปที่คุ้นตาคนเกือบทั้งโลก ชาวคิวบาเองเค้าก็รัก ‘เช’ กันมากๆ

คือเวลาเราบอกว่าปฏิวัติเนี่ย ที่นี่มันไม่เหมือนที่อื่นนะ… มันคือ ปฏิวัติจากสมัยรัฐบาลทหารของ Batista เค้าว่ากันว่าตอนนั้น ชนชั้นชัดเจนมากๆ แบบคนจนโคตร suffer คนรวยรวยสุดๆ ทำให้ Che, Camilo, Fidel รวมกันปฏิวัติ ในแนวคิดสังคมนิยม ที่นี่เป็นรัฐคอมมิวนิสท์รัฐแรกในซีกโลกตะวันตกเลยนะ

Ideal ของ เช อ่ะ มันคือแนวคิดว่า ทุกคนเท่าเทียมกัน ไม่มีคนรวย คนจน คือทุกคนเท่าเทียมจริงๆ รัฐบาลจัดการสวัสดิการให้ทุกอย่าง (การศึกษา, สุขภาพ) มีการแบ่งที่ดินใหม่ รายได้พอๆกัน ซึ่งสมัยแรกๆที่ โซเวียตซัพพอร์ท เค้าว่ากันว่า ชีวิตดีมาก ซึ่งเราต้องนึกกลับไปว่า จากคนจนที่ไม่มีจะตายแหล่ไม่ตายแหล่ กลับมาเจอแบบนี้ ผู้นำการปฏิวัติครั้งนี้ก็คือพระเจ้าอ่ะ

แต่แนวคิดนี้มันก็ไม่ยั่งยืน ตอนนี้ รัฐควบคุมทุกอย่าง อำนาจอยู่ที่รัฐบาล ถ้ารัฐบาลไม่มีเงินและการจัดการที่เป็นธรรม มันก็จบอยู่ดี นี่คือสิ่งที่เราคิดเวลามองกลับไปใช่มั้ย แต่คนที่นั่นอ่ะ มีคนกลุ่มใหญ่ๆเลย ที่แฮปปี้กับสิ่งที่มันเป็น

คือที่นี่เพิ่มวิธีเข้าใจโลกให้เราอีกแง่มุมนึงไปเลย เรามองชีวิตที่นี่ได้หลายแบบมาก

คิดดูนะว่าในสายตาเรา ประเทศมันจนมากๆ ค่าครองชีพคนจริงๆต่ำมาก เงินเดือนคนที่นี่คือ 15-50$ ใช่!! ฟังไม่ผิด 50$ นี่เงินเดือนหมอ วิศวะแล้วนะ

ข้อดีคือ รัฐบาลซัพพอร์ทเรื่องสุขภาพ เรื่อง health care เรื่องการศึกษาจนจบมหาวิทยาลัยทั้งหมด แล้วการศึกษาคือประเทศนี้ส่งออกหมอเยอะมากกก ซึ่งเวลาคนจบหมอ ไปทำงานที่อื่น จะต้องจ่าย 90% ให้กับรัฐ ทำให้รายได้ส่วนนี้ เป็นรายได้อันดับหนึ่งของรัฐ ส่วนอันดับถัดมาคือจากนักท่องเที่ยว (จาก Forbes ปีที่แล้วรายได้จากการส่งออกหมอคือ 8 Billion $)

การที่รัฐบาลซัพพอร์ทเรื่องสุขภาพกับการศึกษา ทำให้คนส่วนหนึ่ง ไม่ทำงาน และใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์โคตร คือ สโลว์ไลฟ์ที่แท้จริง และเค้าแฮปปี้กับการอยู่ไปวันๆ คุยเรื่องเบสบอล จับกลุ่มกันตามถนนหรือสแควร์

ทำไมถึงทำได้?

หนึ่ง ประเทศนี้ปิดมากกกก คนมีโทรศัพท์ไม่เยอะนะ เพราะฉะนั้นไม่ต้องพูดถึงอินเตอร์เน็ตกับคอมพิวเตอร์ ไม่มี! และมันไม่ขโมยของเราด้วยเว่ย ไม่รู้จะเอาไปทำไม ที่นี่คือแบรนด์เนมไม่มีค่า — หนึ่งผลลัพท์คือ คนไม่ได้มี goal ในชีวิตขนาดนั้น คือมันไม่ทุนนิยม มันมีตังค์ก็นึกไม่ออกว่าจะทำอะไร ไม่มีความ commercial — แต่ไม่ได้แปลว่าเค้าไม่ต้องการเงินนะ เค้าใช้ชีวิตยากมาก เค้าต้องการเงินเพื่อซื้ออาหารและของใช้เบสิคในชีวิตประจำวันจริงๆ

สอง คนคิวบาที่ทำงาน ทำงานไปเงินก็เข้ารัฐ เพราะฉะนั้น คนระดับทั่วไปเนี่ย เค้าคอรัปชั่นเป็นปกติ เพื่อความอยู่รอดจริงๆ นั่นหมายความว่า สมมติ คุณทำงานให้ร้านอาหาร เค้าก็จะเอาอาหารกลับไปให้หมู่บ้าน น้ำมัน ยา ของใช้ ซึ่งไอ่เรื่องที่แอบโกงรัฐเนี่ย ทุกคนเกื้อกูลกัน เพราะทุกคนทำเพื่อการอยู่รอดของคนชนชั้นเดียวกัน(ซึ่งนั่นก็คือทุกคนที่เราได้ไปสัมผัสพูดคุย) — อีกส่วนคือ คนที่มีญาติอพยพไปเมกาทัน ถ้าเค้ามีครอบครัวอยู่เมกา คือสบายแล้ว เพราะส่งเงินมาแค่ 100$ นี่อยู่ได้แล้ว

Propaganda ทำให้หลายคนคิดว่าประเทศที่ตัวเองอยู่ และการที่มันเป็นอย่างนี้ มันดีอยู่แล้ว ไม่มีความทะเยอทะยานหรือต้องการจะเปลี่ยน — อย่าลืมว่าเค้าไม่มีอินเตอร์เน็ต (จริงๆมี ชั่วโมงละ 1.5$ แล้วทำงานได้เดือนละ 15$ อ่ะ) โทรศัพท์ก็แพง และก็ยังเป็นสังคมดูทีวีอยู่ ซึ่งแน่นอน ไม่มีช่องต่างประเทศ มีหนังกับเพลงเมกันบ้าง (เค้ารู้จักประเทศไทยจากองค์บาก)

นั่นคือแก๊งค์สโลว์ไลฟ์ ชีวิตนี้แฮปปี้ละ เราไม่ต้องไปคิดแทนเค้าหรอกว่าเค้าลำบาก เผลอๆ เค้าแฮปปี้กว่าเราอีก

แต่ มันก็มีคนที่เปิดโลก คนที่เคยเห็นสิ่งต่างๆนอกคิวบา — คนเหล่านี้จะหาช่องทางทำมาหากิน President คนล่าสุดชื่อราอูล ยอมให้ประชาชน ขอ license ในการเป็นเจ้าของธุรกิจได้ — อาจจะเป็นที่มา ที่ทำให้คิวบาดังมากในหมู่ทัวริสท์ชาวเมกันและยุโรปช่วงที่ผ่านมา
แต่เมื่อคนลืมตาอ้าปากได้จริงๆ ตอนนี้เค้าหยุดการให้ license ไปแล้ว — เพราะฉะนั้น เรามักจะถูกบอกให้พยายามเข้าร้านที่เป็น private business ของประชาชน ไม่ใช่ state business

คนคิวบาแลกเงินเป็นสกุลต่างชาติไม่ได้นะ คือถ้าเราให้ทิปเป็นดอลล่า ไม่มีประโยชน์ทันที ตามกฏหมายเค้าไม่สามารถแลกได้ (แต่มันก็มีตลาดมืดของเค้า หรือการหมุนเวียนแอบขอแลกจากนักท่องเที่ยวอย่างเรา) ที่คิวบามี 2 สกุลเงิน คือ CUC กับ CUP นักท่องเที่ยวจะถือได้แค่สกุลเงิน CUC ซึ่งมีค่าเท่า 1USD เสมอ ประเด็นคือ เมื่อคนคิวบารับ CUC และจะนำไปใช้ เค้าก็ต้องไปแลกเป็น CUP (เพราะค่าเงินมันค่อนข้างต่างกัน ลองนึกง่ายๆ เราซื้อของ 1$ คิดว่าถูก แต่ของที่คนคิวบาซื้อจริงๆ อาจจะแค่ 0.0001$ คือไม่ถึง cent ไม่ถึง 1 สตางค์) การที่คนคิวบารับเงิน CUC ไปแลกนั้น หมายความว่า รัฐสามารถ track ทุกรายได้ที่ชาวคิวบามี

คนที่เปิดโลกหน่อย ก็จะพยายาม ออกประเทศ พยายามทำงานอื่น แต่คนที่ถูก propaganda มา เค้าสโลว์ไลฟ์มาก คือจะว่าเค้าก็ไม่ได้ เค้าก็อยู่ของเค้า และเค้าก็ดูแฮปปี้ดีนะ มันไม่ใช่ว่า capitalism หรือ ประชาธิปไตย จะเป็นทางออกของทุกอย่าง แต่เพราะเราเห็นชีวิตที่ดีกว่านี้ เราเลยคิดว่าชีวิตเค้าลำบาก ทั้งที่เค้าก็เฉยๆของเค้า…..

แถมคนเค้าก็ยังโอเคกับรัฐบาลนะ คนก็ชื่นชมฟิเดลกับเชกันดี แตกต่างจากเวลาที่เราดูหนังเมกันมาก

เอาล่ะ ปิดพาร์ทซีเรียสแล้วกลับมาเที่ยวต่อกันดีกว่า!

เราได้ไปบาร์ที่เป็นที่คิดค้น ค๊อกเทลชื่อดังอย่าง Mojito โดยบาร์นี้มีชื่อว่า La Bodeguita Del Medio เราชอบคุณลุงที่นั่งอยู่ด้านหน้ามาก เค้ามีอาชีพ “นักแต่งกลอน” ซึ่งหากจะให้เค้าแต่งกลอนให้ ก็ไปบอก เค้าจะพิมพ์ใส่พิมพ์ดีดให้ เราจำราคาไม่ได้นะคะ แต่เป็นคุณค่าทางจิตใจมากกว่า

และจากบาร์ที่คิดค้นค๊อกเทลที่เราคุ้นเคยอย่าง Daiquiri อันนี้มาจากบาร์ที่ชื่อ La Floridita ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับ Central Park เลยค่ะ ในนั้นจะมีวงดนตรีเล่นสด แล้วก็ยอมรับว่า Daiquiri ที่นี่อร่อยจริงๆ

ถัดจากตรงนี้จะเป็นโรงแรมต่างๆที่มีโอกาสเข้าไปนั่งใช้ล๊อบบี้เพื่อใช้ wifi มาค่ะ เราชอบมากๆเลย ตรงที่โรงแรมมันดูวินเทจมากๆ แบบไม่ต้องการการตกแต่ง อย่างที่นี่คือ โรงแรม Saratoga ที่ดังมาจากการที่ Beyonce กับ Jay Z ไปพักค่ะ

By the way, โรงแรมพวกนี้ส่วนใหญ่เป็นของรัฐเกือบทั้งหมดนะคะ เพราะฉะนั้น ไม่ต้องหวังว่าเค้าจะบริการดีมากๆ เพราะอย่างที่บอกข้างต้น เค้าทำงานไปก็เข้ารัฐ ไม่มีใครตั้งใจทำงานหนักขนาดนั้นค่ะ

ถัดไปคือล๊อบบี้ของโรงแรม La Florida ค่ะ เราชอบเป็นพิเศษ เพราะกาแฟถูกและอร่อย

ส่วนด้านล่างนี้คือ โรงแรม Hotel Nacional น่าจะเป็นโรงแรมที่สำคัญมากทางการเมือง เพราะแขกผู้หลักผู้ใหญ่มาพักเยอะมาก อย่าง Winston Churchill หรือ Putin และก็เซเลปฮอลลิวู้ดอีกมากมาย ตามรูปในห้องด้านล่างเลยค่ะ

ส่วนอาหารที่ประทับใจ คือมื้อที่ไกด์จัดให้ค่ะ เป็นอาหารเที่ยงบน rooftop ซึ่งอาหารเยอะและอร่อยมาก ข้าวที่นี่จะหุงใส่ถั่วดำ ส่วนเนื้อสัตว์ส่วนใหญ่จะเป็นปลากับไก่ค่ะ

Havana จากมุมท๊อป

สิ่งที่ชอบอีกอย่างนึงคือ ตลาดของฝาก ค่ะ ที่นี่ของฝากบังคับว่าต้อง made in Cuba เท่านั้น ของส่วนใหญ่จึงเป็นงานฝีมือหรืองานไม้ แม้จะดูอุตสาหกรรมบ้าง แต่เป็นของฝากที่ไม่ดูปั๊มออกมาจากโรงงานจีนอ่ะค่ะ

แถมแกลเลอรี่งานศิลปะก็มีอยู่ทั่วเมือง

งานศิลปะอีกชิ้นที่เราชอบทำมาจากการเอาทรายสีๆมาเรียงกันค่ะ เป็นภาพของผู้นำการปฏิวัติขับไล่สเปน (คนละการปฏิวัติกับฟิเดลนะคะ) ซึ่งภาพทรายนี้เลียนแบบตึกที่อยู่ตรงข้ามแบบเป๊ะๆค่ะ อย่างประตูหน้าต่างที่เห็นในรูป ฝั่งตรงข้ามเป็นแบบนั้นเลย mirror กันอยู่

สุดท้ายนี้ เก็บภาพชีวิตทั่วไปใน Havana มาฝากค่ะ นี่คือรูปของลูกชาย Airbnb host ก่อนไปโรงเรียน น้องพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ แต่ก็พยายามมาคุยด้วย เราติดขนมจากเมกาไปเยอะ เลยให้น้องไปหมดเลย

ห้องเรียนอยู่ติดถนนแถวบ้านค่ะ

ร้านขายซิการ์ ของดังจากคิวบา

อันนี้คือร้านขายของชำที่บอกว่าบางทีจะมีโควต้าของแจกส่งมาจากรัสเซีย ที่นี่คนจะมีโควต้าซื้อของในราคาถูกมาก แบบหน่วยเป็นเศษสตางค์ในเงินบาทเลยค่ะ

สำหรับค่าใช้จ่ายในทริปนี้ ตามนี้เลยนะคะ

Havana, ooh na-na
Half of my heart is in Havana, ooh-na-na~~