นั่งไทม์แมชชีนไป Havana, Cuba กัน! Part 1

รถคลาสสิคอเมริกัน ตึกสีหวาน เหล้ารัม สโลว์ไลฟ์ และอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญ “ถ้าไม่รีบไปตอนนี้ เดี๋ยวมันจะไม่เป็นแบบนี้แล้วนะ”

แต่เท่าที่ไปสัมผัสมา เราคิดว่ามันคงเป็นแบบนี้ไปอีกพักใหญ่ๆเลยล่ะ ทั้งนโยบายจากทรัมป์ และจากรัฐบาลของคิวบาเอง มันคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงได้เร็วขนาดนั้น

ความคลาสสิคของที่นี่เป็นความวินเทจจริงๆแบบที่ไม่ต้องตกแต่ง ที่นี่ไม่มีนโยบายเทรดสินค้ากับสหรัฐ ทำให้รถยนต์ที่เห็นเป็นรถคลาสสิคอเมริกัน ซึ่งเจ้าของเค้าก็จะมาแนะนำให้เราอย่างภาคภูมิใจว่า รถเค้าชื่อรุ่นอะไร มาจากปีไหน

 

havana classic car

havana classic car

เดินไปตรงไหน ก็เหมือนไปอยู่ในลานจอดรถ ยุค 1950s มีความ James Dean กับ Marilyn Monroe มากค่าาาา อยากจะผมบลอนด์ ทาปากแดงขึ้นมาทันที

วิธีการเดินทางก็ไม่ยากนะคะ ไฟลต์มาลง Havana มีค่อนข้างเยอะทั้งจาก อเมริกา และ ยุโรป ส่วนเรื่อง Visa นั้น คิวบาไม่ต้องขอวีซ่าค่ะ ทางสายการบินจะขาย Tourist Card ให้เราตอนเช็คอิน อย่างเรามาแวะเที่ยวไมอามี่ก่อน ก็ซื้อ Tourist Card ที่สนามบินไมอามี่ค่ะ

หากเดินทางจากอเมริกาตามนโยบายของทรัมป์เราต้อง declare ตัวเองว่าไปทำอะไรที่คิวบา ซึ่งต้นเหตุคือ เมกาไม่สามารถสนับสนุนประเทศคอมมิวนิสท์อย่างคิวบาได้ ดังนั้น เค้าจะให้เซ็นต์ว่าการไปคิวบาเนี่ย คุณไม่ได้ไปสนับสนุนรัฐบาลทหารนะ (มันมีเหตุผลให้เลือกได้ 13 ข้อค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นทางธุรกิจหรืออาชีพแบบนักข่าว แพทย์ฯลฯ ของเราสามารถเลือก support for Cuban People ได้เลยค่ะ) ซึ่งตรงนี้เรียกว่า General License แต่กับเราที่ไม่ใช่ American Citizen อ่ะค่ะ เค้าปล่อยผ่าน ก็แค่เซ็นต์ชื่อตามนั้นค่ะ (อันนี้มันจะขึ้นมาตอนจองตั๋วเครื่องบินจากเมกาค่ะ ก็กดไป ไม่ต้องตกใจ ไม่มีปัญหากับการเข้าอเมริกาทีหลังค่ะ)

*สาระ* จริงๆ คิวบากับไมอามี่นี่ใกล้กันมากๆเลยนะ แต่เนื่องจากต้องป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกม. เลยไม่มีเรือวิ่ง จะมีก็มีแต่เรือสำราญลำใหญ่ๆที่มาจอดเทียบท่าที่ Havana ทุกวัน ส่วนการประมงก็ใช้วิธีตกปลาเป็นหลัก มีกม.ชัดเจนว่าห้ามชาวคิวบาขึ้นเรือเด็ดขาด

พอมาถึงสนามบิน โฮสท์ AirBNB ที่จองไว้ก็มารับค่ะ ถึงบ้านเก็บของอะไรเสร็จก็ถึงเวลาออกไปเดินสำรวจวันแรก ซึ่งแน่นอนเราเริ่มจาก จตุรัสหลักของเมือง หรือ Central Park ซึ่งเป็นลานกว้าง รอบๆจะเป็นโรงแรม อย่างตอนนี้ Kempinski ก็เพิ่งไปเปิดนะคะ

havana central park

el capitolio havana cuba

เริ่มจากตรงนี้ แล้วเราก็เดินเล่นแบบมั่วๆ มั่วจริงๆนะคะ มันไม่มีอินเตอร์เน็ตบนมือถือ เลยไม่มีกูเกิ้ลแมพ กูเกิ้ลทรานสเลท ก็คือโหลดรูปภาพแผนที่ไว้ในมือถือ แล้วก็ปล่อยไปตามหัวใจที่แท้จริงค่ะ

คุณป้าสูบซิการ์นี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์เมืองเลยค่ะ แต่จริงๆแล้วเวลาเค้าออกมาเล่นดนตรี เต้นซัลซ่ากัน เค้าก็จะประมาณนี้นะคะ ชุดสีสดๆ ดอกไม้ โพกหัว แล้วก็ถือซิการ์ค่ะ ถ่ายรูปกับป้าแกแล้วก็ให้ทิปเค้าด้วยนะคะ

โบถส์ตรงนี้ สร้างตั้งแต่สมัยที่สเปนยังอยู่ค่ะ และจริงๆแล้วผู้นำสังคมนิยมจะไม่เห็นด้วยกับศาสนานะคะ เพราะสังคมนิยมถือว่า ทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ศาสนาเนี่ยแหล่ะที่แบ่งชนชั้นว่าใครดีใครไม่ดี

โบถส์ชื่อ La Cathedral de la virgen maria มีความน่าสนใจตรงที่ทาวเวอร์สองฝั่งจะไม่เท่ากัน แต่จริงๆเหตุผลก็คือเพราะฝั่งซ้ายต้องตัดซอยผ่านเลยเล็กกว่าค่ะ

คนเดินบนถนนคึกคักนะคะ นี่ขนาดหน้าโลว์แล้ว นักท่องเที่ยวยังเยอะอยู่เลยค่ะ

คนที่นี่เฟรนด์ลี่มากกกกกกกกก หน้าตาจะประมาณนักบอลทีมชาติเมกาใต้ 5555 ทุกคนไนซ์มาก นี่พูดถึงย่านไม่ทัวริสท์แล้วนะ Airbnb เราอยู่ในโซน local residential จะเห็นคนถือขวดรัมเดินไปเดินมาจริงๆ

Rum ที่นี่ดังมาก ที่นี่เป็นต้นกำเนิดของ Barcadi และ Havana Club รวมไปถึงเป็นที่คิดค้นค๊อกเทลที่ใช้รัมอย่าง Mojito และ Daiquiri อีกด้วย

สำหรับ Barcadi นั้น ตอนนี้จะไม่สามารถทำที่นี่ได้แล้ว เพราะครอบครัว Barcadi ซึ่งต้องลี้ภัยช่วงปฏิวัติขับไล่สเปน เค้าก็แนะนำว่า ถ้าอยากกิน rum แบบ Barcadi โคตรออริจินอล จริงๆ ให้กิน Santiago de Cuba เพราะวิธีทำและแหล่งปลูกเป็นแหล่งเดียวกัน know-how เดียวกัน ไปปลูกที่อื่นก็จะไม่ได้รสชาตินี้

กินกันแบบนี้เลยจ้าาาาา

และการไม่เทรดกับต่างชาติ ที่นี่ไม่มีโค้ก มีโคล่ายี่ห้อท้องถิ่น ทุกอย่างเป็นยี่ห้อท้องถิ่นหมดเลย สบู่ ยาสีฟัน เลย์ ฯลฯ

ที่นี่แทบไม่มีเน็ตจริงจัง คือมีแค่ในโรงแรมหรูๆและร้านอาหารดีๆของรัฐบาล ซึ่งต้องซื้อเน็ตชั่วโมงละ 4-8$ สนามบินก็ไม่มีเน็ต ด้วยความที่ไม่มีโทรศัพท์กับคอมพิวเตอร์ ตอนเย็นๆคือถนนจะเต็มไปด้วยผู้คน เด็กๆออกมาวิ่งเล่น เตะบอล เล่นโดมิโน คือย้อนยุคจริง ดีเหมือนกันนะ

Tips** เวลาจะใช้อินเตอร์เน็ตต้องซื้อ Internet Card รายชั่วโมงจากที่โรงแรม ก็จะได้ Username-Password สำหรับล๊อกอินมา สัญญาณ Wifi ส่วนใหญ่จะการ์ดนี้ล๊อกอินได้ ยกเว้นบางโรงแรมที่ต้องใช้การ์ดที่ซื้อจากโรงแรมเท่านั้น / อย่างเรา ซื้อ Internet Card ที่ โรงแรม La Florida, ใช้ไวไฟได้ที่ Hotel Santa Isabel, Iglaterra, La Floridita และ สนามบินได้ ส่วน โรงแรม Saratoga กับ Hotel Nacional ใช้ไม่ได้… เวลาใช้ไวไฟโรงแรม บางทีเราก็ไปยืนอยู่ริมถนนหน้าโรงแรมนะคะ ไม่ได้เข้าไป

ตอนถัดไปจะมาพูดถึง ความเป็นอยู่ ชีวิตที่เราได้ไปสัมผัส ร้านอาหาร สถานที่สำคัญทางการเมือง และ ทริปที่เราได้นั่งรถคลาสสิคอเมริกันออกไปรอบๆเมืองนะคะ <3

Related Post