Beginner’s Guide to CHEESE : มาทำชีสบอร์ดทานเล่นกัน! [Sponsored by Honestbee]

พูดถึง Cheese เรารู้ว่าหลายๆคนชอบของกินรสชีสเป็นชีวิตจิตใจ แต่พอจะต้องไปเลือกซื้อชีสมาทานเล่นจริงๆ อาจจะไม่รู้จะเริ่มตรงไหนกับตู้ชีสที่มีชีสมากมายหลายประเภทเหลือเกิน วันนี้ Honestbee แอพพลิเคชั่นที่บริการส่งของจากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านของสดชั้นนำ ได้ชวนเรามาแบ่งปัน ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการทานชีส และ ทำชีสบอร์ด หรือ Cheese Platter ทานเล่นกันค่ะ!

พูดถึง Cheese board, Cheese plate หรือ Cheese platter เนี่ยคือ เขียงหรือจานที่เสิร์ฟชีส ที่ตัดออกมาแบบสดๆ ทานชีสแต่ละชนิดแบบเดี่ยวๆ พร้อมกับเครื่องเคียง โดยวันนี้ เราจะมาอธิบายการจัดชีสบอร์ดและความรู้เบื้องต้นของชีสกันนะคะ

สำหรับ Cheese board จริงๆ หลายประเทศทางยุโรปหรืออเมริกาก็อาจจะเสิร์ฟในเวลาที่แตกต่างกันไป บางคนเสิร์ฟเป็นของทานเล่นก่อนงานปาร์ตี้แบบค๊อกเทล ซึ่งเรียกว่า reception, บางคนก็เอามาทานเล่น แทนขนม (อย่างสมัยที่เราเรียนที่อิตาลี เวลาติวสอบกัน ก็เอาชีสมานั่งกินกันเป็นขนมเลยค่ะ เหมือนกินเลย์อะไรแบบนั้น), บางคนจัดเป็นสลัดนับเป็นหนึ่งมื้อ อย่างพวก Burrata, Mozzarella ที่เอามาทำ Caprese Salad, ที่อิตาลีก็สามารถสั่งเป็น Antipasti ที่แปลว่า Appetizer ได้… แต่โดยทั่วไปแล้ว ตามหลัก French Etiquette ซึ่งถือเป็นมารยาทบนโต๊ะอาหารที่ค่อนข้างสากล มักจะเสิร์ฟชีสมาตอนสุดท้าย เพื่อปิดมื้ออาหาร บางคนไม่รับของหวานก็รับ Cheese Platter แทนค่ะ

อย่างเราเอง นอกจากการเอา Parmesan หรือ Pecorino มาแทะเล่นแทนขนมเวลาอ่านหนังสือสอบแล้ว ก็ชอบเอา Ricotta มาบีบน้ำผึ้งกินแทนชีสเค้กก็บ่อยค่ะ สมัยเป็นนักศึกษางบน้อยเวลาน้อย แต่เมนูราคาไม่เกิน 1 Euro นี่คือชนะเลิศมากกกกก

วันนี้ เราให้ honestbee ไปช้อปของที่เราจะทำ ชีสบอร์ด มาจากซุปเปอร์มาร์เก็ตชื่อดังที่เต็มไปด้วยสินค้านำเข้าอย่าง Villa Market ค่ะตอบโจทย์ มากๆ ที่ชื่นชอบของจากต่างประเทศ นอกจากความสะดวกสบายที่เราสามารถเลือกเวลาส่งมาที่บ้าน ไม่ต้องเสียเวลารถติดหาที่จอดรถออกไปเองแล้ว จริงๆ honestbee สามารถไปซื้อร้านของสดอื่นๆมาให้ได้ด้วยนะคะ มีร้านชีสดีๆเยอะเลย ส่วนในเว็ป honestbee ก็มีสินค้าครบดีค่ะ

เราสามารถซื้อของในเว็ปแล้วกำหนดเวลาส่ง หรือ สั่งได้จากโทรศัพท์ ส่งตรงถึงบ้านภายใน 1 ชั่วโมง เช่นกันค่ะ

honestbee หากซื้อของถึงจำนวนขั้นต่ำ ส่งฟรีนะคะ แถมยังมีโปรโมชั่นโค้ดบ่อยมากกกกกก ไม่ต้องเสียค่าน้ำมันรถแล้วยังได้ส่วนลดเพิ่มอีก ครั้งนี้เราก็สั่งไปครบเลย ได้โค้ด ลด 350 บาทเมื่อซื้อครบ 990 บาทมา คุ้มมากๆๆๆๆ

ประเภทของชีส สามารถแบ่งได้ตามหลักเกณฑ์หลายอย่างนะคะ อาทิเช่น แหล่งที่มา หรือ นมที่ใช้ เช่น นมวัว นมแพะ นมแกะ ฯลฯ ส่วนวิธีที่เราจะเอามาแบ่งประเภทของชีสเพื่อจัดลงชีสบอร์ดวันนี้คือ ความแข็ง-อ่อนของชีสค่ะ (ซึ่งก็มาจากความชื้น ความแห้ง กรรมวิธีการทำ ฯลฯ)

  1. Soft Cheese คือชีสที่นุ่ม อ่อน หรือ อาจจะเหลวเยิ้มเลยค่ะ ส่วนใหญ่จะ ครีมมี่ คือ ข้นจนละลายในปาก ที่ดังๆก็จะเป็นพวก Brie และ Camembert ซึ่งชีสสองตัวนี้ กลิ่นหลักๆจะมาจาก Rind หรือ ขอบของชีสนะคะ, Camembert ที่กลิ่นฉุนมากๆก็มีเหมือนกันค่ะ แต่ข้างในทั้งสองตัวจะเป็นครีมข้นเหลวๆ
  2. Semi-Soft Cheese จะเป็นชีสที่นุ่ม แต่ไม่เหลวนะคะ ของอิตาลีจะมี Fontina ที่เค้าชอบเอามาใส่แซนวิช, Morbier, Tomme จากฝรั่งเศส, แล้วก็พวก Blue Cheese จะนับเป็น Semi-soft นะคะ สำหรับ Blue Cheese ที่ดังๆ ก็จะมี Roquefort, Stilton ซึ่งเป็นชีสที่ดังมากของอังกฤษ, Gorgonzola ของอิตาลี
  3. Semi- Hard Cheese เป็นชีสที่แข็งขึ้นมาจาก ตัว Semi-soft แต่ไม่ได้แข็งเป็นที่ขูดออกมาเป็นเกร็ดๆอ่ะค่ะ ชีสประเภทนี้ น่าจะเป็นที่รู้จักค่อนข้างเยอะ เราคิดว่า รสชาติทานง่ายด้วยนะคะ ชีสประเภทนี้ได้แก่ Gruyere, Comte, Emmental, Jarlsberg, Gouda, Manchego ส่วนตัวเราชอบชีสพวกนี้ที่มีการใส่ Truffle เข้าไป หรือ แบบที่ age นานๆ เช่น Comte 36 เดือน รสจะเข้ม อร่อยมาก
  4. Hard Cheese/Aged Cheese ชีสประเภทนี้จะแข็งไปเลย ที่เราคุ้นเคยได้แก่ Parmesan หรือ Parmegiano ซึ่งเป็นภาษาอิตาเลียน นอกจากนี้ก็จะมี Pecorino, Grana Padano มาจากอิตาลีเช่นกันค่ะ

เรื่องของรสชาติแต่ละชนิด เราคิดว่าต้องชิมไปเรื่อยๆ แล้วเราจะเริ่มรู้ว่า เราชอบชีสประเภทไหน แต่ชื่อที่พูดถึง ก็จะเป็นชื่อเบสิค คือเป็นชีสที่หาทานได้ทั่วไป แต่จริงๆแล้วในแต่ละท้องที่ ก็จะมีชีสท้องถิ่นซึ่งมีลักษณะเฉพาะ และมักเรียกตามชื่อที่มา อีกต่างหากนะคะ

สำหรับขอบชีส จริงๆแล้ว ขอบชีสทานได้ ยกเว้น ชีส Gouda ซึ่งขอบทำมาจากขี้ผึ้ง นะคะ ส่วนจะทานหรือไม่ทาน จะแล้วแต่กรณี ส่วนตัวเราไม่ทานขอบ แต่บางคนก็บอกว่า กลิ่นมันอยู่ที่ขอบ หรือ บางขอบก็มีการเคลือบสมุนไพรไว้.. บางคนก็จะบอกว่า ขอบมันขม หรือ มันรู้สึก รา (ชีสมันเป็นราอยู่แล้วค่ะ ทานได้ แต่ขอบชีสบางอันมันจะรู้สึกถึงราแบบค่อนข้างชัด) ดังนั้น ลองนิดๆก่อนก็ได้ค่ะ

ถ้าเป็นไปได้ ให้พยายามทานชีสจากรสอ่อนไปหารสเข้มนะคะ

Cheese Platter ก็จะต้องมีเครื่องเคียง โดยเราขอเริ่มจากเครื่องเคียงที่เป็นของคาวก่อนนะคะ

  • ขนมปังและแครกเกอร์ ส่วนใหญ่จะเห็นเค้าเสิร์ฟ Baguette แต่ถ้าที่อิตาลีก็จะเป็น Focaccia ค่ะ
  • ถั่ว : อัลมอนด์, พิสตาชิโอ, วอลล์นัท, เม็ดมะม่วงหิมพานต์
  • ของดอง : โอลีฟ, แตงกวาดอง
  • Cold cut : พวกแฮม ซาลามี่ หรือ จะเป็น เนื้อ cured meat อื่นๆ เช่น Coppa, Chorizo ก็ได้ค่ะ (เรื่องเนื้อถ้าให้เขียนก็จะยาวมาก ไว้จะมาเล่าให้ฟังโอกาสหน้านะคะ)

ถามว่าอะไรทานคู่กับชีสตัวไหน ก็ค่อนข้างละเอียด เพราะจริงๆ แล้วแต่คนชอบ โดยทั่วไป เราจะเห็นคนฝรั่งเศสทานพวก soft cheese ทาบนขนมปัง ส่วนพวกชีสเค็มๆจะเอาไปทานกับเครื่องเคียงหวาน ถ้าชีสมันๆ ก็อาจจะทานกับถั่ว ลองดูนะคะ

เครื่องเคียงฝั่งหวาน ที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่

  • ผลไม้สด : สตรอเบอร์รี่, ลูกฟิก, องุ่น, แบล๊กเบอร์รี่
  • ผลไม้แห้ง : แอพปริคอท, พรุน, ลูกเกด
  • Spreads : น้ำผึ้ง, Chutney, แยม

เสร็จแล้วค่าาาาาา Cheese Board ที่ honestbee ชวนเรามาทำในวันนี้ อร่อยมากๆ ในนี้มีชีสครบทุกชนิดนะคะ ได้แก่

  • Blue Cheese : Roquefort
  • Soft Cheese : Camembert
  • Semi-soft : Gouda Truffle
  • Semi-hard : Manchego
  • Hard Cheese : Parmegiano

รวมถึง เครื่องเคียงทั้งหมด ก็สั่งมาพร้อมๆกัน จาก Villa market และยังได้ใช้โค้ดส่วนลดด้วยค่ะ

หวังว่าทุกคนจะมาทานชีสด้วยนะคะ 🙂

Related Post