[รีวิว] Le Cinq – Four Seasons Hotel ประสบการณ์ Michelin 3 stars ใจกลางกรุง Paris

Bonjour! วันนี้ขอพาทุกคนไปสัมผัสประสบการณ์อีกด้านของมหานครปารีส ซึ่งนอกจากจะเต็มไปด้วยงานศิลปะและสถานที่สวยๆแล้ว ปารีสยังเป็นเสมือนเมืองหลวงแห่งศิลปะด้านอาหารและยังเป็นรากเหง้าของวัฒนธรรม Fine Dining ที่มี Etiquette (หมายถึงเรื่องของมารยาท โดยเฉพาะเรื่องของมารยาทบนโต๊ะอาหาร) ที่ถูกนำไปใช้ในระดับสากลกันอีกด้วยค่ะ

ก่อนอื่นต้องออกตัวเลยว่า มื้อนี้ ราคาแอบโหด แต่เราถือว่าเราจ่ายเพื่อประสบการณ์นะคะ และ

เนื่องด้วยวันที่ไปถึงเป็นวันอาทิตย์ที่ร้านอาหารส่วนใหญ่ปิด หวยจึงออกที่ร้าน Le Cinq (เลอ แซง) ซึ่งตั้งอยู่ใน โรงแรม Four Seasons Hotel George V โดยถือเป็นหนึ่งใน Palace Hotels 6 ดาว เพียงไม่กี่แห่งของปารีส ตั้งอยู่ห่างจากถนน Champs Elysee เพียงไม่กี่นาทีค่ะ ร้านนี้การันตีความอร่อยโดยดาว 3 ดวง จาก Michelin Guide ซึ่งนับเป็นรางวัลสูงสุดเท่าที่ร้านอาหารในโลกนี้จะได้รับ โดยในปารีสมีเพียง 10 ร้านเท่านั้นค่ะ นอกจากนี้ ร้านนี้ยังอยู่ลิสท์ใน World’s Top 100 ของ La Liste อีกด้วยค่ะ

โดยในครั้งนี้ เราจะไปทานมื้อกลางวันกันค่ะ

เนื่องด้วยเราไปถึงเร็วก่อนห้องอาหารเปิด เราจึงไปนั่งดื่มน้ำรอกันที่ bar ของโรงแรมกันก่อนค่ะ

Cocktail อร่อยสมราคาค่ะ เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะมัวแต่ตะลึงกับ whisky & cognac collection ที่ bar ซึ่งมีขวดหายากๆและแพงมากๆเต็มไปหมด รวมทั้งหมดนี่น่าจะหลายล้านบาทค่ะ

 

เข้ามาในร้าน บรรยากาศก็จะประมาณนี้ค่ะ หรูหราอลังการ แต่ไม่เยอะเกินไปจนรู้สึกรกค่ะ

อุปกรณ์พร้อม แก้วไวน์พร้อมค่ะ มีดส้อมใช้เป็นเงินแท้ยี่ห้อ Christofle ดูเรียบหรู แก้วไวน์ใช้ของ Zalto ซึ่งบางเบา ใช้ดีมากค่ะ อาหารกลางวันมีให้เลือกเป็น 4 หรือ 6 courses แต่ถ้าสนใจเป็น Tasting menu มื้อเย็นก็สามารถให้ทางร้านจัดให้ได้ค่ะ แต่ถ้าจองโต๊ะไว้สักเที่ยงอาจจะได้ออกจากร้านตอน 4 โมงเย็นนะคะ ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ

Wine List ที่นี่อลังการมากค่ะ หนังสือหนักประมาณ 5 กิโลได้ หนามากๆ มีไวน์จากทุกที่ในโลก แต่เน้นไวน์ฝรั่งเศสเป็นหลัก มีฉลากดังๆครบทุกฉลาก และปีเก่าๆ มากมายให้เลือกสรร ตามกำลังทรัพย์ที่ท่านมี (ขอกระซิบว่าราคาแพงกว่าข้างนอก 3-4 เท่าค่ะ)

ขนมปังมาอุ่นๆ หอมมากค่ะ มีให้เลือกหลายอย่าง อร่อยทุกอย่างเลย Baguette อันเล็กนี้รสชาติของแป้งดีมาก มีความกรอบนอก ด้านในเหนียวกำลังดี โรลด้านซ้ายนั้นกรอบฟูมากเยี่ยงครัวซองชั้นเลิศ เนยที่ให้ก็หอมและมันมากค่ะ ขึ้นรูปกันจากก้อนเนยหลังครัวสดๆเลย

เริ่มกันด้วย Mises en Bouche เรียกน้ำย่อยค่ะ รสชาติดี กระตุ้นน้ำลายก่อนเริ่มมื้ออาหารได้ดีเลยค่ะ

Amuse Bouche จานที่สอง เป็นทาร์ท foie gras ด้านบนเป็น Jerusalem Artichoke ถือว่ารวมวัตถุดิบได้ดีค่ะ

จานนี้เป็นลูกชิ้นปลาย่าง (จริงๆมันมีชื่อภาษาฝรั่งเศสที่เราจำไม่ได้ เลยเรียกลูกชิ้นปลามาตลอด 5555) ตัวลูกชิ้นทำออกมาได้นุ่มมาก เกือบเป็นมูสแต่มีความเหนียวเล็กน้อยกำลังดี รสชาตินั้นอ่อน แต่มีความหวาน เค็ม และความหอมของปลาที่ลงตัวมากค่ะ

จานที่สองเป็น Signature dish ของเชฟค่ะ เป็นซุปหัวหอมที่ถูก deconstructed หรือตีความใหม่ออกมาเป็นรูปนี้แหละค่ะ ซุปหัวหอมถือเป็นหนึ่งในอาหารประจำชาติของฝรั่งเศส ซึ่งเราจะคุ้นเคยกับหน้าตาซุปแบบเดิมๆ แต่พอจานนี้มาเสิร์ฟ ก็ทำให้เราตื่นเต้น และเมื่อทานเข้าไป รสชาตินั้นคือซุปหัวหอมชั้นเลิศที่เข้มข้น และหอมชีสมากค่ะ เป็นจานที่เราชอบมากๆและน่าจดจำมากค่ะ

จานของแฟนเป็น Cep Mushroom ย่างค่ะ เห็ดย่างได้ฉ่ำดีค่ะ กระเทียมทอดกรอบแต่ฟู รวมถึงซอสสามชนิดที่ช่วยกันชูรสชาติให้เห็ดได้อย่างลงตัว

ตามมาด้วย Red Mullet ย่าง หนังกรอบ ซอสไวน์แดงเข้มข้น จานนี้โดยรวมแล้วเราไม่ค่อยประทับใจ แต่ต้องยอมรับว่ามันเป็นเรื่องค่อนข้างท้าทายที่จะทำปลาให้รสชาติหนักๆแบบนี้ได้ดี

มาถึง main course ค่ะ จานนี้แค่เห็นชื่อเมนูก็ตื่นเต้นแล้วค่ะ มีแต่ของที่เราชอบแบบพีคๆทั้งนั้น ตัวนี้เป็น Black Market beef จาก Rangers Valley ย่าง แล้วห่อด้วย Truffle Mozzarella อร่อยมากๆ น้ำตาไหล เนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ชีสหอมทรัฟเฟิล เข้ากันอย่างที่สุด เห็ดด้านล่างก็ช่วย blend รสชาติและเพิ่มความอุมามิไปอีก

ด้านในเป็นแบบนี้ค่ะ ฟินมากกกกก

ตามมาด้วยขนมต่างๆ สำหรับการทาน 6 คอร์ส จะได้ของหวาน 2 คอร์สนะคะ

Refreshed Marinated Cranberries Cheesecake Meringue / Parsley
Crunchy Coffee Mousse/Blackberry cooked in their juice with Creamy Caramel and Whisky Flavours

ตบท้ายด้วย Petit Four หลากหลาย รสชาติดีทุกอันค่ะ

ได้คาราเมล homemade กลับบ้านด้วยอีกกล่องค่ะ อิ่มมากค่ะ กลิ้งออกจากร้านกัน

โดนรวมแล้ว เราประทับใจกับร้าน Le Cinq มากค่ะ การบริการนั้นค่อนข้างเพรียบพร้อมและ professional มากๆ ถ้าเทียบกับที่ไทยแล้ว คงมีเพียงแค่ Le Normandie ที่พอจะสู้ได้ อาหารนั้นรสชาติดีถึงดีมากทุกจาน ส่วนตัวคิดว่ามีร้านที่อร่อยกว่านี้ในปารีส แต่ร้านนี้ก็ถือเป็นหนึ่งใน Top Tables in Paris อย่างแน่นอนค่ะ รวมถึงการที่ร้านเปิดทุกวันและจองได้ไม่ยากมาก ทำให้ Le Cinq เป็นตัวเลือกแรกๆสำหรับการทานอาหารกลางวันมื้อหรูที่ปารีสค่ะ

ค่าเสียหาย 6 Course : 210Euro ยังไม่รวมเครื่องดื่มค่ะ (ไวน์แพงมากกกก ฮืออออ)

วันนี้ก็ขอลาไปก่อนกับซีรีย์รีวิวร้านอาหารนะคะ แล้วพบกันใหม่เร็วๆนี้ค่ะ

 

 

Related Post