[รีวิว] Scarlett Wine Bar & Restaurant กับเทศกาลชีสจากฝรั่งเศส รูฟท็อปบาร์ชมวิวพระอาทิตย์ตกที่ทำให้กรุงเทพมีสเน่ห์สุดๆ

นี่คือรูฟท๊อปบาร์ ที่สามารถชมพระอาทิตย์ตกกับวิว Bangkok Skyline ที่ทำให้พบว่ากรุงเทพของเราก็มีสเน่ห์ไม่เบาเลยนะคะ

ที่ Scarlett Wine Bar นี่นอกจากวิวที่สวยมากๆแล้ว ช่วงนี้สาย Cheese ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะที่ร้านได้คัดสรรชีสประจำฤดูกาลส่งตรงมาจากฝรั่งเศส มาให้ทุกคนได้ลอง มีถึงสิ้นเดือนมีนานี้เท่านั้นนะคะ!!

 นี่เรียกว่าไปทานแล้ว ยังได้ความรู้อีกด้วยนะ! เพราะเวลาเราไปฝรั่งเศส จะไปหาชีสท้องถิ่นของแต่ละแคว้นมารวมกันไว้ที่เดียวก็ยากแล้ว ไหนจะอุปสรรคเรื่องภาษาอีก Event นี้ตอบโจทย์เรามากค่ะ

ความพิเศษนี้คือ ทางร้านได้เชิญ คุณ Gerald Poulard ซึ่งเป็น Cheese Master ที่ทั้งผลิตและรวบรวมชีสที่ได้รางวัลมากมาย ขนชีสกว่า 80 ชนิด มาให้เราได้ลองเลือกชิม

เราได้ลองชีสหลายตัว ที่ไม่ค่อยได้กินในโอกาสทั่วไปอย่าง Saint Nectaire fermier, Saint Nicolas de la Dalmerie, Mimolette หรือ Brie de Meaux aux Truffes ชีสเรียกว่ามาจากทั่วประเทศฝรั่งเศสเลยทีเดียวค่ะ 

อีกข้อดีของการมาทานชีสที่ Wine Bar ก็คือการมีตัวเลือกเครื่องดื่มให้เราทานคู่กับชีสแต่ละชนิดได้ ซึ่งเราสามารถปรึกษาพี่ๆพนักงานได้เลยนะคะ อย่างเราก็มีการ pair ทั้ง ไวน์แดง ไวน์โรเซ่ และ เบียร์ค่ะ

ตามมาดูกันดีกว่าค่ะว่า คุณ Gerald จะเลือกชีสอะไรให้เราบ้าง!!

ค่าใช้จ่ายสำหรับชีสบอร์ดที่คุณ Gerald นำมานะคะ

 

สมกับเป็น Cheese master / ambassador จริงๆเลยค่ะ เค้าใจเย็นมาก ค่อยๆอธิบายให้เราฟัง แต่ตอนนี้ถ้าไปไม่เจอเค้า พี่ๆที่ตู้ชีสก็อธิบายให้เราฟังได้เช่นกันค่ะ น่ารักมากๆ

ก่อนที่เราจะไปนั่งทานดินเนอร์ที่โต๊ะ เราก็ขอแว้ปออกมาส่วนของบาร์ด้านนอกกันก่อนค่ะ เป็น Pre-dinner cocktail ก่อนย้ายเข้าไปด้านใน

มาดูพระอาทิตย์ตกตัดกับ Bangkok Skyline นี่ก็ดีเหมือนกันนะคะ

และแล้วววววว ไฮไลท์ของค่ำคืนนี้ก็มาถึง Cheese board ของเรานั่นเอง

1. เริ่มจากตัวแรก จากขวาไปซ้ายนะคะ จะเป็น Mont D’or จาก Jura มีความข้นละลายในปากมากค่ะ ทานคู่กับไวน์ขาว แล้วกลมกล่อมดีค่ะ

2. ตัวที่สองเป็น Semi-hard cheese ที่มีขอบ (rind) เป็นสมุนไพร มาจาก Pyrenees ซึ่งตัวนี้ถ้ากินขอบเข้าไปด้วย จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์มาก ยังจับคู่กับไวน์ขาว Riesling

3. Saint Nicolas de la Dalmerie ตัวนี้ตั้งชื่อตามแหล่งที่มาค่ะ เป็นชีสที่ครีมมี่มากๆ ละลายในปาก ได้รสชาติของชีสค่อนข้างชัด แต่จะมีอโรม่าของพวกใบไทม์และโรสแมรี่นิดๆ ตัวนี้ทานคู่กับ Rose Wine จาก Provence ค่ะ

4. Bleu de Queyras บลูชีสจากแถบเขาแอลป์ค่ะ รู้สึกถึงความ aged ของบลูชีสตัวนี้ ทานคู่กับ Bordeaux ค่ะ

5. Tomme de fleurs ชีสขอบดอกไม้ ที่เรากรี้ดกร้าดดดด เค้าบอกว่ามันเป็น Wildflower ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าคืออะไร แต่น้องที่ไปกินด้วยคิดว่ามันเหมือนเก๊กฮวย เราว่ามันคล้ายๆ Elderflower นะคะ ซึ่งมีอโรม่าที่เป็นเอกลักษณ์ดีเมื่อทานกับชีส โดยตัวนี้พิเศษหน่อย ทางร้านแนะนำให้ทางกับ เบียร์ค่ะ

จากนั้นก็ต่อกันด้วย Appetizer ของเรา เป็น Le Crabe Royal d’Alaska ความพีคของจานนี้คือ การเอา Guacamole ซึ่งเราชอบทานมาก มาทานกับมะม่วง แล้วมันอร่อยมากๆค่ะ ส่วนปูก็ทำได้ดี

และแล้ว main course เราก็มาาาาา มาแบบกล่องใหญ่มาก ตกใจ เค้า smoke เนื้อเรามาค่ะ

Main dish ของเราเป็น เนื้อ Chateaubriand ออสเตรเลียนวากิว 240 days grain fed ค่ะ เนื้อนุ่มมากกกกกก คุ้กมาพอดีมาก จริงๆ กินกับเกลือและกระเทียมเฉยๆ ก็อร่อยแล้ว แต่ ซอสที่ให้มา 3 ซอส ก็รสชาติดีมากเลยค่ะ

มาดูใกล้ๆ เราชอบทาน rare ค่ะ เพราะเนื้อดีมากๆ อยากจะเอานิ้วจิ้มให้ดูว่านุ่มขนาดไหน

ของหวานค่ะ จานนี้สำหรับเราหวานไปนิดนึง แล้วแต่คนชอบ

บรรยากาศยามค่ำคืน ก็มีแสงไฟให้เราได้ชมวิวสวยๆนะคะ

📍พิกัด : Scarlett Wine Bar & Restaurant ตั้งอยู่ที่ชั้น 37 ของโรงแรม Pullman Hotel G บนถนนสีลม
ถ้าอยากได้ที่วิวสวยๆ แนะนำให้จองก่อนนะคะ
Tel. : 0968607990
Email : scarlettbkk@randblab.com

Related Post